โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

นิกเกอิ ปิดตลาดลบ 223.85 จุด กังวล’ภาษีนำเข้า’ เพิ่มเติมจากทรัมป์ หวั่นกระทบเศรษฐกิจญี่ปุ่น

การเงินธนาคาร

อัพเดต 02 ก.ค. 2568 เวลา 16.39 น. • เผยแพร่ 02 ก.ค. 2568 เวลา 09.39 น.

ดัชนี นิกเกอิ ตลาดหุ้นโตเกียวปิดลบในวันนี้ (2 ก.ค.) จากแรงกดดันและความกังวลต่อผลกระทบทางเศรษฐกิจ อันเนื่องมาจากการที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ ได้เปรยถึงแนวคิดที่จะปรับขึ้นอัตราภาษีศุลกากรสำหรับสินค้านำเข้าจากญี่ปุ่นเพิ่มเติม

สำนักข่าวเกียวโดรายงานว่า ดัชนี นิกเกอิ ปิดตลาดที่ระดับ 39,762.48 จุด ลดลง 223.85 จุด หรือ -0.56%

หุ้นลบนำตลาดได้แก่ กลุ่มเครื่องจักร, กลุ่มโลหะที่ไม่มีส่วนผสมของเหล็ก และกลุ่มเครื่องมือชั่งตวงวัด

ตลาดหุ้นได้รับแรงกดดันจากความหวั่นเกรงว่าผลประกอบการของบริษัทต่าง ๆ อาจได้รับผลกระทบจากการขึ้นภาษีของสหรัฐฯ หลังจากที่ทรัมป์ได้เสนอแนวคิดเมื่อวานนี้ (1 ก.ค.) ที่จะเพิ่มอัตราภาษีนำเข้าสินค้าจากญี่ปุ่น โดยคาดการณ์ไว้ว่าจะสูงถึง 30% หรือ 35% ภายใต้นโยบายที่เรียกว่า "มาตรการภาษีตอบโต้" (reciprocal tariffs) ซึ่งปัจจุบันญี่ปุ่นกำลังเผชิญกับการเก็บภาษีเพิ่มเติมในอัตรา 14% ทำให้มีอัตราภาษีรวมอยู่ที่ 24%

มาซาฮิโระ อิชิคาวะ หัวหน้านักวางกลยุทธ์ตลาดของบริษัทซูมิโตโม มิตซุย ดีเอส แอสเซต แมเนจเมนต์ กล่าวว่า "หากอัตราภาษีศุลกากรถูกปรับขึ้นไปถึงระดับ 30% ก็จะส่งผลกระทบในเชิงลบต่อทั้งบริษัทญี่ปุ่นและสภาพเศรษฐกิจโดยรวม"

บรรดาโบรกเกอร์ระบุว่า ตลาดยังได้รับแรงกดดันจากความกังวลที่ว่า การเจรจาเรื่องภาษีระหว่างสหรัฐฯ กับญี่ปุ่นอาจยืดเยื้อออกไป หลังจากที่ทรัมป์ได้แสดงความกังขาต่อโอกาสที่จะบรรลุข้อตกลง

ในช่วงหนึ่งของการซื้อขาย ดัชนีนิกเกอิร่วงลงกว่า 500 จุด จากแรงเทขายในหุ้นกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์ที่มีน้ำหนักต่อตลาดสูง แต่ลดช่วงลบในภายหลังจากการปรับตัวขึ้นของหุ้นกลุ่มยานยนต์ที่เชื่อมโยงกับการส่งออก ซึ่งได้รับอานิสงส์จากค่าเงินเยนที่อ่อนค่าลง อันจะช่วยเพิ่มผลกำไรในต่างประเทศเมื่อแปลงกลับเป็นสกุลเงินเยน

ดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิตตลาดหุ้นจีนปิดลบในวันนี้ (2 ก.ค.) โดยตลาดถูกกดดันจากการร่วงลงของหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี และจากการที่นักลงทุนเทขายกำไร ท่ามกลางความไม่แน่นอนด้านนโยบาย

ดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิตปิดที่ 3,454.79 จุด ลดลง 2.96 จุด หรือ -0.09%

หุ้นกลุ่มเทคโนโลยีที่ร่วงลงในวันนี้รวมถึงหุ้น Zhongji Innolight ร่วงลง 4.4%, หุ้น Suzhou Dongshan ดิ่งลง 4.7%, หุ้น Shenzhen Forms ร่วงลง 3.4%, หุ้น Eoptolink Technology ลดลง 1.8% และหุ้น Hengbao Co ปรับตัวลง 1.6%

นักลงทุนจับตาการประชุมคณะกรรมการกรมการเมือง (โปลิตบูโร) ของจีนในเดือนนี้ โดยคาดว่าที่ประชุมจะออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มเติมเพื่อรับมือกับภาวะเศรษฐกิจที่อ่อนแอลงอันเนื่องมาจากมาตรการภาษีศุลกากรของสหรัฐฯ

ดัชนีฮั่งเส็งตลาดหุ้นฮ่องกงปิดบวกในวันนี้ (2 ก.ค.) โดยได้รับแรงหนุนจากข้อมูลจ้างงานสหรัฐฯ ที่ออกมาในเชิงบวก ขณะเดียวกัน นักลงทุนยังขานรับสก็อตต์ เบสเซนต์ รัฐมนตรีคลังสหรัฐฯ ที่คาดการณ์ว่าธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) อาจเริ่มลดดอกเบี้ยในเดือนก.ย. ซึ่งสอดคล้องกับข้อเรียกร้องของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ที่ต้องการให้ผ่อนคลายนโยบายการเงิน

ดัชนีฮั่งเส็งปิดตลาดที่ระดับ 24,221.41 จุด เพิ่มขึ้น 149.13 จุด หรือ +0.62%

หุ้น New World Development พุ่งขึ้น 9.7%, หุ้น Geely Auto เพิ่มขึ้น 2.4%, หุ้น Sands China ทะยาน 5.8%, หุ้น Galaxy Entertainment ทะยาน 5.7% และหุ้น CSPC Pharma บวก 3.5%

สำนักงานสถิติของกระทรวงแรงงานสหรัฐฯ เปิดเผยผลสำรวจการเปิดรับสมัครงานและอัตราการหมุนเวียนของแรงงาน (JOLTS) พบว่า ตัวเลขการเปิดรับสมัครงาน ซึ่งเป็นมาตรวัดอุปสงค์ในตลาดแรงงาน เพิ่มขึ้น 374,000 ตำแหน่ง สู่ระดับ 7.769 ล้านตำแหน่งในเดือนพ.ค. สูงกว่าตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ที่ระดับ 7.30 ล้านตำแหน่ง จากระดับ 7.395 ล้านตำแหน่งในเดือนเม.ย.

ทั้งนี้ นักลงทุนจับตาการประชุมคณะกรรมการกรมการเมือง (โปลิตบูโร) ของจีนในเดือนนี้ โดยคาดว่าที่ประชุมจะออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มเติมเพื่อรับมือกับภาวะเศรษฐกิจที่อ่อนแอลงอันเนื่องมาจากมาตรการภาษีศุลกากรของสหรัฐฯ

ดัชนีคอมโพสิตตลาดหุ้นเกาหลีใต้ปิดลบในวันนี้ (2 ก.ค.) เนื่องจากนักลงทุนเทขายหุ้นเพื่อทำกำไรหลังตลาดปรับตัวขึ้นในช่วงที่ผ่านมาท่ามกลางความกังวลเกี่ยวกับภาษีศุลกากรของสหรัฐฯ

ดัชนีคอมโพสิตตลาดหุ้นเกาหลีใต้ (KOSPI) ปิดที่ 3,075.06 จุด ลดลง 14.59 จุด หรือ -0.47%

แต่หุ้น Samsung Electronics เพิ่มขึ้น 1% และหุ้น LG Energy Solution ปรับตัวขึ้น 1.68% แต่หุ้น SK hynix ร่วงลง 2.28%

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้องกับ ตลาดหุ้นทั้งไทยและเทศ ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...