โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

กองทุนรวม “ปันผล VS สะสมมูลค่า” เลือกแบบไหนดี ? เปิด 10 อันดับ ผลงานเด่น ผลตอบแทนทะลุ 48% จากต้นปี

Thairath Money

อัพเดต 26 พ.ค. 2568 เวลา 04.20 น. • เผยแพร่ 26 พ.ค. 2568 เวลา 04.20 น.
ภาพไฮไลต์

“กองทุนรวม” ถือเป็นเครื่องมือยอดนิยม สำหรับผู้ที่ต้องการกระจายความเสี่ยง และอาศัยผู้เชี่ยวชาญในการบริหารเงินลงทุน แต่เมื่อพิจารณากองทุนรวม นักลงทุนมักพบกับทางเลือกระหว่าง "กองทุนปันผล" และ "กองทุนสะสมมูลค่า" ซึ่งทั้งสองประเภทนี้ มีลักษณะและผลตอบแทนที่แตกต่างกันอย่างชัดเจน

เพื่อให้สามารถตัดสินใจเลือกกองทุนให้สอดคล้องกับแผนการเงินของตนเองอย่างมีประสิทธิภาพ Thairath Money ชวนมาทำความเข้าใจลักษณะของกองทุนแต่ละประเภท ดังนี้

"กองทุนปันผล" VS "กองทุนสะสมมูลค่า"

การเลือกระหว่าง “กองทุนปันผล” หรือ “กองทุนสะสมมูลค่า” นั้น ขึ้นอยู่กับเป้าหมายและความต้องการของนักลงทุนแต่ละราย ดังนั้น การทำความเข้าใจลักษณะของกองทุนแต่ละประเภท จะช่วยให้นักลงทุนสามารถตัดสินใจเลือกเครื่องมือการลงทุน ที่สอดคล้องกับการวางแผนการเงินและการลงทุนของตนเองได้อย่างมีประสิทธิภาพ

กองทุนปันผล คืออะไร ?

กองทุนปันผล คือ กองทุนรวมที่มีนโยบายจ่ายผลตอบแทนส่วนหนึ่งจากการดำเนินงานของกองทุน ให้แก่ผู้ถือหน่วยลงทุนเป็นระยะๆ เช่น ทุกไตรมาส ทุกครึ่งปี หรือทุกปี ซึ่งเงินปันผลเหล่านี้ มาจากกำไรที่กองทุนได้รับจากการลงทุนในหลักทรัพย์ต่างๆ เช่น เงินปันผลจากหุ้นที่กองทุนถือครอง หรือดอกเบี้ยจากตราสารหนี้ เป็นต้น

สำหรับกองทุนที่มีปันผล เหมาะสำหรับนักลงทุนที่ต้องการกระแสเงินสดสม่ำเสมอ หรือต้องการรายรับเป็นประจำ เพื่อนำไปใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน เป็นการสร้าง Passive Income และเป็นการทยอยรับรู้ผลกำไรจากการลงทุนออกมาโดยไม่ต้องขายหน่วยลงทุน

อย่างไรก็ตาม เงินปันผลที่ได้รับจากกองทุนรวม (ยกเว้นกองทุนบางประเภท) จะถูกหักภาษี ณ ที่จ่าย 10% ซึ่งอาจทำให้ผลตอบแทนโดยรวมลดลง และมีการเติบโตของ NAV ช้ากว่า เนื่องจากกำไรส่วนหนึ่งถูกจ่ายออกมาเป็นเงินปันผล ทำให้มูลค่าทรัพย์สินสุทธิ (NAV) อาจเติบโตช้ากว่ากองทุนสะสมมูลค่าที่นำกำไรไปลงทุนต่อ

กองทุนสะสมมูลค่า คืออะไร ?

กองทุนสะสมมูลค่า คือ กองทุนรวมที่ไม่มีนโยบายจ่ายเงินปันผล แต่จะนำผลกำไรที่กองทุนทำได้ไปลงทุนต่อ เพื่อให้เงินลงทุนเติบโตอย่างต่อเนื่องในระยะยาว ผลตอบแทนที่ผู้ลงทุนจะได้รับ จะมาจากส่วนต่างราคาหน่วยลงทุน เมื่อทำการขายคืนหน่วยลงทุน

ทั้งนี้ การนำกำไรไปลงทุนต่อ ช่วยให้เงินลงทุนเติบโตแบบ “ดอกเบี้ยทบต้น” ได้อย่างเต็มศักยภาพ เหมาะสำหรับการลงทุนระยะยาวที่ต้องการสร้างความมั่งคั่ง และมีการเติบโตของ NAV สูงกว่าในระยะยาวในสภาวะตลาดเดียวกัน

ขณะเดียวกัน สำหรับนักลงทุนบุคคลธรรมดาในประเทศไทย โดยทั่วไปจะได้รับการยกเว้นภาษีจากกำไรจากการขายคืนหน่วยลงทุน ทำให้ได้รับผลตอบแทนเต็มเม็ดเต็มหน่วยด้วย

แต่ข้อเสียคือจะไม่ได้รับกระแสเงินสดระหว่างทาง หากต้องการเงินสด นักลงทุนจำเป็นต้องขายคืนหน่วยลงทุนบางส่วนหรือทั้งหมด ซึ่งอาจไม่สะดวกสำหรับผู้ที่ต้องการมี Passive Income นอกจากนี้ มูลค่าหน่วยลงทุนจะผันผวนไปตามสภาวะตลาด การขายคืนหน่วยลงทุนในช่วงที่ตลาดปรับตัวลงอาจทำให้ขาดทุนได้

เปิด 10 อันดับ กองทุนผลตอบแทนสูงสุดจากต้นปี

แม้ว่าโดยทั่วไป กองทุนสะสมมูลค่าจะมีโอกาสสร้างผลตอบแทนรวมที่สูงกว่าในระยะยาว เนื่องจากการนำกำไรไปลงทุนต่อ แต่การเลือกกองทุนปันผลที่บริหารจัดการได้ดี และลงทุนในสินทรัพย์ที่มีแนวโน้มในการเติบโต ก็มีโอกาสให้ผลตอบแทนที่น่าสนใจไม่แพ้กัน แถมยังได้รับกระแสเงินสดในรูปของเงินปันผลระหว่างทางอีกด้วย

ทั้งนี้ การพิจารณาเลือกกองทุนควรดูที่นโยบายการลงทุนและความเสี่ยงที่ยอมรับได้เป็นสำคัญ ซึ่งกองทุนที่มีผลการดำเนินงานโดดเด่น 10 อันดับแรก นับตั้งแต่ต้นปี 2568 มีดังนี้

10 อันดับกองทุนให้ผลตอบแทนสูงสุดนับตั้งแต่ต้นปี (ข้อมูลจาก www.morningstarthailand.com ณ วันที่ 26 พ.ค. 68)

  • กองทุนเปิดเคแทม เวิลด์ โกลด์ แอนด์ เพชรเชียส เอคควิตี้ ฟันด์ (KT-PRECIOUS) ไม่มีนโยบายจ่ายปันผล ให้ผลตอบแทน +48.29% จากต้นปี
  • กองทุนเปิด ดาโอ แอล โกลด์ ซิลเวอร์ อิควิตี้ เพื่อการเลี้ยงชีพ (DAOL-GOLDRMF) ไม่มีนโยบายจ่ายปันผล ให้ผลตอบแทน +38.09% จากต้นปี
  • กองทุนเปิด ดาโอ แอล โกลด์ ซิลเวอร์ อิควิตี้ (DAOL-GOLD) ไม่มีนโยบายจ่ายปันผล ให้ผลตอบแทน +37.96% จากต้นปี
  • กองทุนเปิดเอ็มเอฟซี ยูโรเปียน แบงก์ (M-EUBANK) ไม่มีนโยบายจ่ายปันผลให้ผลตอบแทน +33.67% จากต้นปี
  • กองทุนเปิด ดาโอ ดีเฟนซ์ (DAOL-DEFENSE) ไม่มีนโยบายจ่ายปันผลให้ผลตอบแทน +28.72% จากต้นปี
  • กองทุนเปิดไทยพาณิชย์ THB เฮดจ์ (ชนิดช่องทางอิเล็กทรอนิกส์) (SCBGOLDHE) ไม่มีนโยบายจ่ายปันผล ให้ผลตอบแทน +25.89% จากต้นปี
  • กองทุนเปิดไทยพาณิชย์ THB เฮดจ์ (ชนิดเพื่อการออมผ่านช่องทางอิเล็กทรอนิกส์) (SCBGOLDH(SSFE)) มีนโยบายจ่ายปันผล ให้ผลตอบแทน +25.89% จากต้นปี
  • กองทุนเปิดไทยพาณิชย์ THB เฮดจ์ (ชนิดเพื่อการออม) (SCBGOLDH-SSF) มีนโยบายจ่ายปันผล ให้ผลตอบแทน +25.67% จากต้นปี
  • กองทุนเปิดไทยพาณิชย์ THB เฮดจ์ (SCBGOLDH) ไม่มีนโยบายจ่ายปันผล ให้ผลตอบแทน +25.67% จากต้นปี
  • กองทุนเปิดพรินซิเพิล โกลด์ อินคัม E (PRINCIPAL IGOLD-E) ไม่มีนโยบายจ่ายปันผล ให้ผลตอบแทน +25.56% จากต้นปี

อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ต้องตระหนักคือผลการดำเนินงานในอดีต ไม่ได้การันตีถึงผลงานในอนาคต นักลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน

อ่านข่าวหุ้น และการลงทุน กับ Thairath Money ได้ที่

https://www.thairath.co.th/money/investment

ติดตามเพจ Facebook : Thairath Money ได้ที่ลิงก์นี้

https://www.facebook.com/ThairathMoney

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : กองทุนรวม “ปันผล VS สะสมมูลค่า” เลือกแบบไหนดี ? เปิด 10 อันดับ ผลงานเด่น ผลตอบแทนทะลุ 48% จากต้นปี

ข่าวอื่นที่เกี่ยวข้อง

ตามข่าวก่อนใครได้ที่
- Website : Thairath Money
- LINE Official : Thairath

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...