โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

เปิดแผน ‘โรงไฟฟ้า SMR’ GPSC เน้นปลอดภัย ตอบโจทย์ Net Zero

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 22 มิ.ย. 2568 เวลา 06.36 น. • เผยแพร่ 22 มิ.ย. 2568 เวลา 07.26 น.
ศิริเมธ ลี้ภากรณ์

คอลัมน์ : สัมภาษณ์พิเศษ

สถานการณ์ความต้องการพลังงานสะอาดเพื่อรองรับการลงทุนในยุคที่เน้นความยั่งยืน มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง แต่ข้อจำกัดของพลังงานหมุนเวียน ที่ขาดเสถียรภาพ และไม่สามารถผลิตไอน้ำได้ เป็นเหตุผลสำคัญทำให้ความเป็นไปได้ในการใช้เทคโนโลยีนิวเคลียร์ Small Modular Reactor (SMR) ได้รับความสนใจ

“ประชาชาติธุรกิจ” ได้สัมภาษณ์ นายศิริเมธ ลี้ภากรณ์ ผู้จัดการใหญ่ และรักษาการประธานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการ บริษัท โกลบอล เพาเวอร์ ซินเนอร์ยี่ จำกัด (มหาชน) หรือ GPSC ในฐานะแกนหลักนโยบาย Decarbonization Power ของกลุ่มบริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) ถึงแผนการศึกษา SMR ในยุคที่ความมั่นคงทางพลังงานและเป้าหมายลดคาร์บอนกลายเป็นโจทย์ใหญ่ของประเทศ

SMR เจน 4 ใช้เวลาศึกษา 4 ปี

เรามองจากกรอบความท้าทายด้านพลังงาน 3 ประการ (Energy Trilemma) คือ 1) ความมั่นคงทางพลังงาน (Energy Security) คือ การมีระบบไฟฟ้าที่มีเสถียรภาพและมั่นคง 2) ความสามารถในการจ่าย (Affordability) ต้องตอบโจทย์และเอื้อต่อประชาชน ราคาค่าไฟที่ประชาชนรับได้ และ 3) ความยั่งยืนทางพลังงาน (Sustainability) ซึ่งพลังงานหมุนเวียนที่มีอยู่ เช่น แสงอาทิตย์ ลม น้ำ ยังไม่ตอบโจทย์และเป็นพลังงานที่ยังไม่มีเสถียรภาพมากนัก ดังนั้น เราต้องใช้โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ขนาดเล็ก หรือ SMR (Small Modular Reactor) เพื่อที่จะนำไปสู่เป้าหมาย Net Zero

SMR ที่กำลังศึกษาเป็นเจเนอเรชั่นที่ 4 มีลักษณะเป็นโรงไฟฟ้าผลิตพลังงานแบบโมดูลาร์ขนาดเล็ก ให้พลังงานความร้อนแบบ Thermal เนื่องจากในอุตสาหกรรมหลักจะใช้ไอน้ำในกระบวนการผลิต หลักการง่าย ๆ คือ ต้มไอน้ำก่อน ถ้าเราใช้พลังงานหมุนเวียน 100% เราจะได้แต่ไฟ ไม่เกิดความสมดุลในอุตสาหกรรม

หลักการทำงานของ SMR จะผลิตไฟฟ้าผ่านกระบวนการพลังงานความร้อนร่วม (Combined Heat and Power-CHP) หรือที่เรียกว่า โคเจเนอเรชั่น (Cogeneration) เชื้อเพลิงจะถูกเผาไหม้เพื่อขับเคลื่อนกังหันก๊าซ (Gas Turbine) ซึ่งจะหมุนเครื่องกำเนิดไฟฟ้าเพื่อผลิตกระแสไฟฟ้า ขณะเดียวกันความร้อนไม่ได้ถูกใช้ไป ซึ่งเมื่อเครื่องกำเนิดไฟฟ้าที่ใช้แก๊สเทอร์ไบน์ มีไอเสียซึ่งมีอุณหภูมิสูง (ตัวไอเสียมีความร้อนสูงเกิน 500 C) แทนที่จะปล่อยทิ้งไป จะนำไอเสียนี้ไปใช้ต้มน้ำ เพื่อผลิตไอน้ำอีกชุด เพื่อใช้สำหรับกระบวนการทางอุตสาหกรรมหรือสำหรับระบบปรับอากาศ

ส่วนการติดตั้งก็มีความสะดวกและรวดเร็ว เพราะมีลักษณะเป็นโมดูลที่ผลิตและประกอบเบ็ดเสร็จจากโรงงานผู้ผลิต สามารถขนย้ายได้ ระบบความปลอดภัยที่มีรัศมีการกระจายของกัมมันตรังสีน้อยกว่า 1 กิโลเมตร นอกจากนี้ ราคาสามารถจับต้องได้ ทำให้ต้นทุนราคาไฟฟ้าน่าจะอยู่ที่ประมาณ 3-4 บาทต่อหน่วย

GPSC จะร่วมมือกับบริษัท Seaborg Technologies ApS ผู้พัฒนาเทคโนโลยี SMR ศึกษาความเป็นไปได้ครอบคลุมด้านเทคโนโลยี ความปลอดภัย สิ่งแวดล้อม กฎหมาย ปัจจัยความเสี่ยง การตลาด และการพัฒนาธุรกิจ รวมถึงแนวทางการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน และความเหมาะสมของพื้นที่ตั้งและขนาดของหน่วยผลิตไฟฟ้าประมาณ 200-800 เมกะวัตต์ เพื่อเตรียมความพร้อมทั้งสององค์กรในการดำเนินโครงการหน่วยผลิตไฟฟ้า SMR ในประเทศไทย โดยจะใช้เวลาศึกษาประมาณ 4 ปี (ระหว่างปี พ.ศ. 2567-2570)

รัฐต้องพร้อม-ปชช.ต้องยอมรับ

ในร่างแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศ (แผน PDP : Power Development Plan) ได้บรรจุ SMR ไว้ในช่วงปลายแผน PDP ภายในปี 2580 จำนวน 3 เครื่อง กำลังผลิตเครื่องละประมาณ 100 เมกะวัตต์ รวม 300 เมกะวัตต์ แต่กฎหมายด้านนิวเคลียร์ของไทยยังอิงกับเทคโนโลยีเก่า เช่น ระบุรัศมีปล่อยรังสี 10 กม. ซึ่งไม่สอดคล้องกับเทคโนโลยี SMR รุ่นใหม่ นิวเคลียร์เจน 3 และเจน 4 ที่ควบคุมได้ในระดับ 500 เมตร จึงต้องมีการปรับแก้ให้ทันสมัย

ยกตัวอย่าง เมื่อช่วงเมษายนที่ผ่านมา คณะผู้บริหารไปเยี่ยมชมโรงไฟฟ้า SMR รูปแบบเทคโนโลยี HTGR (High Temperature Gas-cooled Reactor) ที่มณฑลซานตง ประเทศจีน มีกำลังการผลิตติดตั้งขนาด 200 เมกะวัตต์ ซึ่งใช้ก๊าซฮีเลียมเป็นสารระบายความร้อน และมีการใช้เชื้อเพลิงแบบเทคโนโลยี Pebble Bed ป้องกันการหลอมละลายของเชื้อเพลิง เป็นโรงไฟฟ้า SMR Generation IV แห่งแรกของโลกที่ประสบความสำเร็จในการทดสอบ เดินเครื่องเชิงพาณิชย์ และจ่ายไฟฟ้าเข้าระบบตั้งแต่ปลายเดือนธันวาคม 2566 ที่ผ่านมา

“ผมว่าความท้าทายจริง ๆ คือ เรื่องความพร้อมของประเทศ แน่นอนว่าเรื่องใหญ่สุด คือการทำความเข้าใจและการยอมรับของประชาชน เราต้องทำความเข้าใจว่า SMR หรือนิวเคลียร์ บริษัทต่าง ๆ แข่งกันที่ความปลอดภัย ไม่ได้แข่งกันเรื่องราคา”

GPSC พร้อมเป็นเอกชนรายแรก

ถ้าพูดถึงโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ คนเข้าใจว่าเวลาเกิดเหตุสารกัมมันตรังสีมักจะอันตรายมาก นั่นเพราะเป็นนิวเคลียร์ในเจนเริ่มต้น แต่ตอนนี้เทคโนโลยีพัฒนาใช้ยูเรเนียม เช่น U-235 เป็นเชื้อเพลิงในการผลิตความร้อน เมื่อ U-235 ถูกนิวตรอน (ซึ่งมักเป็นนิวตรอนความร้อน หรือ Slow or Thermal Neutron) วิ่งเข้าชน จะเกิดปฏิกิริยาแตกตัว (Fission) และปล่อยความร้อนออกมา ซึ่งความร้อนที่ได้จะนำไปใช้ต้มน้ำ ผลิตไอน้ำและปั่นเทอร์ไบน์เพื่อผลิตไฟฟ้า

โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ในยุคปัจจุบัน หรือเจน 3 และเจน 4 จะมีความปลอดภัยมากขึ้น แต่เราต้องออกแบบโมเดลให้ชุมชนและระบบนิเวศรอบ ๆ ได้รับประโยชน์จากโรงไฟฟ้า เชื่อว่าการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) สามารถวางแผนและออกแบบเพื่อรองรับในส่วนนี้ได้ ซึ่งจำเป็นต้องมีการแก้ไขกฎหมายรองรับ และควรจะผลักดันให้เป็นวาระแห่งชาติ เพราะหน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่งทำโดยลำพังจะสำเร็จได้ยาก

อย่างไรก็ดี สิ่งสำคัญที่สุดคือ จะต้องทำให้ผู้บริโภคมั่นใจในมาตรฐานความปลอดภัย ซึ่ง GPSC ศึกษารายละเอียด เน้นด้านความปลอดภัยสูงสุด และรอความชัดเจนจากนโยบายภาครัฐในการเดินหน้าพัฒนาโครงการ SMR ซึ่งมั่นใจได้ว่า GPSC จะเป็นเอกชนรายแรกที่ทำโครงการนี้ หลังจากที่ กฟผ. เป็นผู้นำร่องในไทย

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : เปิดแผน ‘โรงไฟฟ้า SMR’ GPSC เน้นปลอดภัย ตอบโจทย์ Net Zero

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...