โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สุขภาพ

เผยกลุ่มเสี่ยง "มะเร็งตับ" ดันสถิติคนไทยป่วยเฉียด 3 หมื่นรายต่อปี

ฐานเศรษฐกิจ

อัพเดต 21 มิ.ย. 2568 เวลา 00.47 น. • เผยแพร่ 21 มิ.ย. 2568 เวลา 08.15 น.

สถิติจากสถาบันมะเร็งแห่งชาติ ระบุว่า มะเร็งตับและท่อน้ำดี เป็นสาเหตุการเสียชีวิตอันดับหนึ่งของคนไทยในกลุ่มโรคมะเร็ง แต่ละปีมีผู้ป่วยใหม่ราว 2.7 หมื่นราย และเสียชีวิตมากถึง 2.6 ราย หรือเฉลี่ย 3 รายต่อชั่วโมง กลุ่มเสี่ยงที่ควรได้รับการตรวจเฝ้าระวังมะเร็งตับ ได้แก่ ผู้ติดเชื้อไวรัสตับอักเสบบีเรื้อรัง

โดยเฉพาะผู้ชายอายุมากกว่า 40 ปี และผู้หญิงอายุมากกว่า 50 ปี, ผู้ป่วยตับแข็ง ไม่ว่าจะมีสาเหตุจากไวรัสตับอักเสบบีหรือซี การดื่มแอลกอฮอล์หรือไขมันพอกตับ ผู้ติดเชื้อไวรัสตับอักเสบบีเรื้อรังที่มีญาติสายตรงเป็นมะเร็งตับ และในภูมิภาคเอเชียพบผู้ป่วยมะเร็งตับสูงถึง 73.3% ของผู้ป่วยทั่วโลก

บริษัทโรช ไดแอกโนสติกส์ (ประเทศไทย) จำกัด จึงได้จัดเสวนา "พลิกโฉมการแพทย์มะเร็งแม่นยำ ด้วยนวัตกรรมจากห้องปฏิบัติการทางคลินิก" ในงานประชุมวิชาการเทคนิคการแพทย์แห่งประเทศไทย (47th ACMTT 2025) เพื่อเปิดเวทีแลกเปลี่ยนมุมมองระหว่างแพทย์และนักเทคนิคการแพทย์ในการยกระดับการวินิจฉัยผู้ป่วยมะเร็ง

โดยแพทย์ชี้ให้เห็นว่า Biomarker สำหรับวินิจฉัยมะเร็งตับชนิดใหม่ พิฟก้าทู หรือ Protein induced by vitamin K absence or antagonist II (PIVKA-II) สามารถเพิ่มโอกาสรอดชีวิตให้แก่ผู้ป่วย โดยช่วยตรวจพบมะเร็งตับระยะเริ่มต้นได้ถึง 78.9% เทียบกับ Biomarker สำหรับวินิจฉัยมะเร็งตับแบบเดิม Alpha-Fetoprotein (AFP) ที่ตรวจพบเพียง 36%

ศ.นพ.มานพ พิทักษ์ภากร หัวหน้าศูนย์วิจัยเป็นเลิศด้านการแพทย์แม่นยำ คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล เปิดเผยว่า บทบาทของห้องปฏิบัติการทางคลินิกในยุคการแพทย์มะเร็งแม่นยำมีความสำคัญมาก ซึ่งในอดีตการวินิจฉัยโรคมะเร็งทุกชนิดเป็นแบบเดียวกันหมด ส่วนการรักษาขึ้นอยู่กับระยะของโรค

แต่ปัจจุบันมีเทคโนโลยีการตรวจใหม่ อาทิ เทคโนโลยี Next Generation Sequencing หรือ NGS ทำให้รู้ว่าการตรวจมะเร็งมีความแตกต่างกันในแต่ละชนิด และนำไปสู่การรักษาที่เฉพาะเจาะจงมากขึ้น และ "มะเร็งตับ" นับเป็นปัญหาสาธารณสุขที่ร้ายแรงของไทย เนื่องจากในอดีตมีข้อจำกัดของเทคโนโลยี ทำให้ยากที่จะตรวจพบมะเร็งตับในระยะแรกที่ยังไม่มีอาการแสดง ผู้ป่วยส่วนใหญ่เข้ารับการรักษาเมื่อโรคอยู่ในระยะ 3-4 แล้ว ซึ่งลดโอกาสรอดชีวิตลงอย่างมาก

"ปัจจุบันมีเทคโนโลยีการตรวจใหม่ เป็นการตรวจหาสารบ่งชี้มะเร็งชนิดใหม่จากการตรวจเลือด ด้วยการตรวจโปรตีนที่เรียกว่า พิฟก้าทู หรือ PIVKA-II (Protein induced by vitamin K absence or antagonist-II) และการ์ดสกอร์ หรือ GAAD Score ที่ทำให้การวินิจฉัยมะเร็งตับแม่นยำกว่าเดิมถึงสองเท่า”

นพ.ภาสกร วันชัยจิระบุญ รองประธานศูนย์ความเชี่ยวชาญระดับสูงสาขามะเร็ง และรองผู้อำนวยการด้าน AI และนวัตกรรมทางการแพทย์ โรงพยาบาลพระปกเกล้า จันทบุรี กล่าวว่ามีสาร "PIVKA-II เป็นสารชีวภาพที่ใช้บ่งชี้มะเร็งตับชนิด Hepatocellular carcinoma (HCC) ช่วยในการวินิจฉัย และติดตามผลการรักษาได้อย่างแม่นยำ โดยเฉพาะเมื่อนำมาใช้ร่วมกับการตรวจอัลตร้าซาวด์ (Ultrasound) และ AFP จะเพิ่มประสิทธิภาพในการตรวจพบมะเร็งตับในระยะเริ่มต้นและประเมินความรุนแรงของโรคได้ดียิ่งขึ้น"

โดยมี GAAD Score หรือค่าที่ได้จากการประมวลผลอัลกอริทึม จะเพื่อช่วยประเมินความเสี่ยงมะเร็งเซลล์ตับตั้งแต่ระยะเริ่มต้นได้ ใช้ผลตรวจสารบ่งชี้มะเร็ง AFP และ PIVKA-II ร่วมกับเพศและอายุ เพื่อช่วยให้การวินิจฉัย พบได้เร็ว และแม่นยำขึ้น กลุ่มเสี่ยงที่ควรได้รับการตรวจเฝ้าระวังมะเร็งตับ ได้แก่ ผู้ป่วยตับแข็ง ไม่ว่าจะมีสาเหตุจากไวรัสตับอักเสบบีหรือซี การดื่มแอลกอฮอล์หรือไขมันพอกตับ, ผู้ติดเชื้อไวรัสตับอักเสบบีเรื้อรัง, ผู้ติดเชื้อไวรัสตับอักเสบบีเรื้อรัง , ผู้ติดเชื้อไวรัสตับอักเสบซีเรื้อรัง ทำให้การพบระยะมะเร็งตับระยะต้น ทำให้เข้าสู่การรักษาที่หายขาด ได้ดีขึ้นมาก

อย่างไรก็ตาม การตรวจ PIVKA-II และ GAAD Score ถือเป็นความก้าวหน้าสำคัญในการคัดกรอง วินิจฉัย และติดตามผลการรักษามะเร็งตับในประเทศไทย โดยเฉพาะในระยะเริ่มต้นที่ยังไม่มีอาการแสดง ซึ่งจะช่วยเพิ่มโอกาสรอดชีวิตและคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นให้กับผู้ป่วยชาวไทยโดยเฉพาะกลุ่มเสี่ยง ด้วยการตรวจวินิจฉัยที่แม่นยำกว่าเดิม

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...