โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

"วิโรจน์" ยันพรรคประชาชนไม่ยึดตัวบุคคล พร้อมหนุน นายฯชั่วคราว

THE ROOM 44 CHANNEL

เผยแพร่ 05 ก.ค. 2568 เวลา 08.22 น.

"วิโรจน์" ยันพรรคประชาชนไม่ยึดตัวบุคคล พร้อมหนุน นายฯชั่วคราว แต่ยื่นเงื่อนไข "ยุบสภาหลังงบฯ 69 ผ่าน" ลั่น ไม่ดีลลับ-ไม่ร่วมรัฐบาล ขอแค่โปร่งใส ยึดประโยชน์ประชาชนเป็นหลัก

วันที่ 5 ก.ค. 68 ที่อาคารรัฐสภา นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร ส.ส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาชน กล่าวถึงกระแสข่าวการเปลี่ยนตัวนายกรัฐมนตรี โดยมีข้อเสนอให้ตั้งนายกรัฐมนตรีชั่วคราว และอาจมีการมาขอเสียงสนับสนุนจากพรรคประชาชนว่า สิ่งที่พรรคให้ความสำคัญคือหลักการ ไม่ใช่ ตัวบุคคล หรือพรรคการเมืองที่เสนอชื่อเข้ามา ตนย้ำว่าจุดยืนของพรรคประชาชนยังคงเหมือนเดิม คือการยุบสภาคือทางออกที่ดีที่สุดในการคืนอำนาจให้ประชาชน แต่หากมีความจำเป็นต้องมีนายกรัฐมนตรีชั่วคราวเพื่อพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2569 ก่อน และสามารถนำไปสู่การยุบสภาภายในสิ้นปี พรรคประชาชนก็พร้อมใช้เสียงสนับสนุน โดยไม่ขอร่วมรัฐบาลและไม่ยึดติดว่าใครจะเป็นนายกรัฐมนตรี ขอเพียงมาตามกลไกของรัฐธรรมนูญ และต้องยึดประโยชน์ของประชาชนเป็นหลัก

ทั้งนี้ พรรคประชาชนยินดีสนับสนุนทุกชื่อ หากยอมรับเงื่อนไขนี้ได้ ไม่ว่าจะเป็นนายชัยเกษม นิติสิริ หรือบุคคลใดก็ตาม ขอเพียงมีข้อผูกพันชัดเจนว่า เมื่อผ่านงบประมาณแล้ว ต้องยุบสภาทันที เพื่อประหยัดงบประมาณการเลือกตั้ง และเปิดทางให้การทำประชามติเรื่องการจัดตั้งสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) เดินหน้าได้ โดยเป็นการตอบโจทย์ความต้องการของประชาชนอย่างแท้จริง

นายวิโรจน์ ยืนยันว่า พรรคประชาชนจะไม่เป็นต้นเหตุของทางตัน ในระบบประชาธิปไตย และเมื่อใดที่มีทางตัน พรรคก็พร้อมจะช่วยกันขุดเพื่อหาทางออก โดยตัดโอกาสที่จะเกิดรัฐประหารในขณะที่พรรคประชาชนยังทำหน้าที่ในสภาอย่างเข้มแข็ง

สำหรับกระแสข่าวที่นายรังสิมันต์ โรม และ น.ส.รักชนก ศรีนอก จากพรรคประชาชน เดินทางไปพบนายอนุทิน ชาญวีรกูล เพื่อหารือเรื่องการตั้งนายกฯ ชั่วคราว นายวิโรจน์ชี้แจงว่า เป็นเพียงการพบปะในประเด็นเรื่องการแก้ปัญหาแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ไม่ได้เกี่ยวข้องกับการตกลงทางการเมือง และไม่มีลักษณะแอบดีลแบบลับหลังประชาชนอย่างที่เคยเกิดขึ้นในอดีต พร้อมย้ำว่าทั้งสองฝ่ายได้ออกมาชี้แจงอย่างเปิดเผยแล้ว และถือเป็นเรื่องปกติในวิถีการเมือง

ส่วนข้อสงสัยว่าทำไมไม่เลือกหารือกันในรัฐสภา นายวิโรจน์ มองว่า สถานที่ไม่ใช่สาระสำคัญ เพราะหากเลือกห้องประชุมในรัฐสภาก็อาจจะถูกตั้งคำถามเช่นกันว่าเลือกห้องไหน ทำไมไม่ใช้ห้องอื่น จึงขอให้พิจารณาเนื้อหาของการพูดคุยมากกว่าสถานที่

นายวิโรจน์ ย้ำว่า การพูดคุยข้ามพรรค ข้ามฝั่ง ไม่ใช่เรื่องผิดปกติในระบอบประชาธิปไตย ขอเพียงเปิดเผย ตรงไปตรงมา และยึดประโยชน์ของประชาชนเป็นที่ตั้ง ไม่ใช่เพื่อการแสวงหาผลประโยชน์ทางการเมืองส่วนตัวหรือกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...