’กรณ์‘ แจงปม100ล.อีกครั้ง-เผยทริครักยืนยาว ‘ริต้า’ ยันปิดอู่แล้ว!
นับเป็นอีกหนึ่งคนที่หลายคนต่างพากันอิจฉาในความสมบูรณ์แบบ สำหรับ “ศรีริต้า-เจนเซ่น ณรงค์เดช” ที่นอกจากจะมีลูกๆที่น่ารัก น่าเอ็นดูแล้ว ยังมีสามี “กรณ์ ณรงค์เดช” ที่เข้ามาเติมเต็มชีวิตรักและความหวาน ดูแลเป็นอย่างดีเปรียบดั่งเจ้าหญิงคนหนึ่งนั้น
ล่าสุด กรณ์ - ริต้า ได้ควงกันมาร่วมงาน SIAMRATH AWARDS 2025 ทั้งสองคนได้แชร์ทริคความหวานหลังคบหากันมานานหลายปีจนมีโซ่คล้องใจถึงสองคน อย่าง“น้องกวิณท์ - น้องเรเน่”และชี้แจงถึงประเด็นเงิน 100 ล้านบาท ที่ถูกกล่าวหาว่าเป็นเงินสินบนเรื่องคดีความ
โดยกรณ์ เผยว่า “สำหรับการเติมความหวานในชีวิตคู่ เราก็เหมือนหลายคู่แหละครับ ใช้ชีวิตปกติมันก็มีวันที่เราแฮปปี้กับวันที่เราไม่เข้าใจกันบ้าง ความรักไม่ใช่เจอกันแล้วก็จบ แต่มันต้องร่วมสร้างจับมือไปด้วยกันในวันที่ดีหรือในวันที่มีพายุ พร้อมที่จะอยู่ใต้ร่มอันเดียวกัน สุดท้ายมันอยู่ด้วยความรักและความเข้าใจ ถามว่าลูกมีส่วนทำให้ความรักเราแนบแน่นไหม มีส่วนนะครับ ลูกมาเติมเต็ม มันไม่ใช่เป็นเรื่องของคนสองคนแล้ว มันทำให้แนบแน่นมากขึ้น
แล้วตอนนี้ก็ยังเขินกันอยู่เลยครับ มันเป็นธรรมชาติของมนุษย์ทุกคนเวลาที่เราทำอะไรเขา แล้วเขารู้สึกตื้นตันกับสิ่งที่เราทำให้ เราก็อยากจะทำให้เขาอีก สำคัญของชีวิตคู่คือต้องไม่มีทิฐิ บางทีเราคิดว่าเราไม่ผิด แต่มันไม่สำคัญว่าใครจะผิดใครจะถูก ชีวิตคู่คือใครขอโทษก่อนก็จบ
ส่วนลูกคนที่สาม จริงๆ แฮปปี้แล้วสองคน เราเน้นคุณภาพไม่เน้นจำนวน ตอนนี้สิ่งที่มีความสุขกว่าเวลาอยู่กับลูกคือได้เอาเขาเข้านอน เป็นโมเมนต์ที่เราแฮปปี้ที่สุด ทุกวันเขาจะตั้งตารอ ก่อนเข้านอนเราก็จะอ่านหนังสือให้เขา มีลูกสองคนบางครอบครัวอาจกังวลว่าลูกคนโตจะน้อยใจ ถามว่าเราเจอปัญหาไหม ช่วงแรกก็มีแต่เราพยายามบาลานซ์เขา สมมุติถ้าน้องร้องคนนึงไป คนนึงอยู่ จะได้ไม่รู้สึกว่าความสนใจไปอยู่กับน้องหมด”
กรณ์ เผยต่อว่า “อีกเรื่องนึงที่เกี่ยวกับคดีเรื่องเงินสินบน 100 ล้าน เหมือนที่ผมอัพเดทไปใน Instagram ก่อนหน้านี้มีคนกล่าวอ้าง เรื่องคดีความที่บ้านว่ามีคนเอาเงิน 100 ล้าน ไปติดสินบน แต่จริงๆ มันไม่ใช่ มันเป็นการเนื่องจากมีการฟ้องร้องกัน หนึ่งในคดีนั้นมันมีการวางเงินประกันศาล ศาลคุ้มครองเงินปันผลของหุ้น ศาลบอกว่าเอาเงิน 100 ล้าน ไปวาง เพราะมีใบเสร็จชัดเจนอย่างที่ผมโพสต์ไว้ ว่าเราได้ไปวางเงิน 100 ล้าน แต่มีคนไปบิดว่าเงินก้อนนี้เป็นเงินสิ้นบุญ แต่จริงๆไม่ใช่เงินสินบน เป็นค่าวางประกันศาล ซึ่งทุกอย่างถูกต้องตามกฏหมายและตรวจสอบได้หมดครับ
ส่วนเจตนาที่เขาปล่อยข่าว เขาต้องการดิสเครดิต แล้วทำให้คนสับสนว่าเกิดอะไรขึ้น เพราะเรื่องของผู้เสียหายก็เป็นแค่ฝ่ายตรงข้ามเท่านั้นเอง เป็นผู้เสียหายวงกว้าง ถ้าใครติดตามเพราะจะเห็นว่าเป็นเรื่องมานานแล้ว เจ็ดปีก็ยังไม่จบ ทุกอย่างก็อยู่ในกระบวนการของศาล มันเริ่มมาจากการปลอมลายเซ็นคุณพ่อ เราอยู่กับเรื่องนี้มาหลายปี แล้วมันไม่ใช่กระทบแค่ตัวผม แต่กระทบภรรยากับลูก จะจบเมื่อไหร่ก็ตอบไม่ได้จริงๆ อยู่ในกระบวนการศาลต้องใช้เวลาครับ ส่วนเรื่องภาพลักษณ์ไม่ได้กังวล เพราะความจริงวันใดวันนึงมันต้องออกมาอยู่ดี แต่บางอย่างที่ไม่ใช่ความจริงแล้วมาบิดเบือนทำให้คนเข้าใจผิดอันนี้ต้องออกมาชี้แจงให้ชัดเจน ตอนนี้ก็มีคนเข้าใจมากขึ้น ต้องขอบคุณคนที่ให้กำลังใจทุกช่องทาง สุดท้ายก็เป็นเรื่องของครอบครัวเราก็ไม่อยากเอามาพูดเยอะ พูดเยอะมันก็อายเขาบอกตรงๆ แต่อะไรที่ไม่ใช่จริงๆ ก็ต้องออกมาชี้แจง”
ริต้า เผยว่า “สำหรับคู่เรา ถามว่าเติมเต็มกันยังไง มันต้องขยันสร้างด้วย เรื่องการหาเวลาอยู่ด้วยกันก็เป็นสิ่งสำคัญ อย่าลืมเติมความหวานให้กัน ตอนเราเดทกันยังไงก็ทำแบบนั้น ไปกินข้าวกันดูแลกัน เรื่องทานอาหารเป็นเรื่องสำคัญของคุณกรณ์ อยากจะกินอะไรไหมคะ เตรียมให้เขา เวลาไปทำงานก็ไปส่งที่รถ ทำอะไรเล็กๆน้อยๆ มันเป็นสิ่งสำคัญทำให้ใจฟูนะคะ เราได้เห็นคุณค่าเขา เรารู้ว่าเขาเหนื่อยมา ดูแลให้เขามีความสุข เราอยากเห็นเขามีความสุขเราก็ทำให้เขามีความสุข
คือสิ่งสำคัญบางทีเราลืมคนใกล้ตัว อันนี้สำคัญมากสำหรับพี่กรณ์ บางทีเขามาเป็นกำลังใจให้เรา เราก็จะขอบคุณเขาเช่นกันเวลาเราไปซัพพอร์ตอะไรเขา เขาก็จะขอบคุณ บางทีเรื่องง่ายๆ อย่างการขอบคุณมันสำคัญนะ
สำหรับลูกคนที่สาม คือไม่ไหวแล้วจริงๆค่ะ เหนื่อยมาก(หัวเราะ) ขอแค่นี้ค่ะสองคน กำลังแฮปปี้มีความสุขมากแล้ว ถามว่าปิดอู่เลยใช่ไหม คิดว่านะคะ(หัวเราะ) ตอนนี้สร้างความอบอุ่นให้ครอบครัวมองโลกในแง่ดีอันนี้สำคัญนะคะ สิ่งไม่ดีสุดท้ายมันก็จะผ่านไป เราต้องอยู่กับปัจจุบันให้มากที่สุด มีลูกแล้วอบอุ่นมากเลย ช่วยให้เราไม่ได้นอนเลยดีกว่าค่ะ ส่วนโอกาสจะให้ลูกๆเข้าวงการไหม แล้วแต่เขาเลย เราพร้อมสนับสนุน แต่ตอนนี้เขาเพิ่งจะสี่ขวบเอง”
ดาราสาวได้เล่าต่อว่า “มีลูกสองคนบางครอบครัวอาจกังวลว่าลูกคนโตจะน้อยใจ เราเจอปัญหาไหม คือริต้าว่าหนังสือช่วยได้ เขาจะได้เข้าใจอารมณ์ของตัวเอง ถ้าไม่หวงแม่ ทำไมน้อยใจ จะมีหนังสือ ที่สอนเรื่องอารมณ์ความรู้สึก อันนี้ช่วยได้เยอะเลย ก็อ่านหนังสือให้เขาฟัง เขาจะได้เข้าใจ แล้วก็พูดให้เขาฟังว่าความโชคดีของเขา เขาโชคดีมากเลยที่ได้ ให้เขาเข้าใจเขาจะได้รักน้อง
ล่าสุดไปทำบุญมา ทุกครั้งที่ไปเราจะใจฟู ครั้งนี้เราก็ไปเหมือนเดิม นำของใช้เครื่องใช้ที่จำเป็นมอบให้กับทางโรงเรียน เรามีเกมง่ายๆให้เขาเล่น ริต้าทำอยู่เรื่อยๆ ก็ช่วยมูลนิธิเด็ก เราช่วยอะไรได้เราก็อยากจะทำ เราเห็นน้องๆ มีความสุขเราก็มีความสุข ถ้ามีโอกาสก็อยากไปอีก”