โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

LEO ส่งซิก Q4 ฟื้นตัว รับไฮซีซั่น แย้มปี 69 เล็งร่วมมือพันธมิตร-ขยายเส้นทางขนส่ง

ข่าวหุ้นธุรกิจ

อัพเดต 25 พ.ย. 2568 เวลา 10.47 น. • เผยแพร่ 26 พ.ย. 2568 เวลา 02.15 น. • ข่าวหุ้นธุรกิจออนไลน์

นายเกตติวิทย์ สิทธิสุนทรวงศ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัท ลีโอ โกลบอล โลจิสติกส์ จำกัด (มหาชน) หรือ LEO เปิดเผยข้อมูลภาพรวมธุรกิจของบริษัทผ่านงาน Opportunity Day จัดโดยตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) ในวันที่ 25 พ.ย.68 ว่า ผลการดำเนินงานงวด 9 เดือนปี 68 บริษัทมีกำไรสุทธิ 16.34 ล้านบาท ลดลง 52.27% เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อนมีกำไรสุทธิ 34.22 ล้านบาท ขณะที่มีรายได้รวมอยู่ที่ 1,024 ล้านบาท โดยบริษัทยังมีการเติบโตทางรายได้จากธุรกิจ Non-Freight และ Non-Logistics อย่างต่อเนื่อง

สำหรับแนวโน้มผลการดำเนินงานในไตรมาส 4/2568 ว่ามีทิศทางที่ดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง รับอานิสงส์ช่วงไฮซีซั่น สอดคล้องกับการฟื้นตัวของภาคการค้าและการขนส่งระหว่างประเทศ โดยบริษัทฯ มั่นใจว่าธุรกิจจะสามารถขยายตัวได้ตามเป้าหมายที่วางไว้ และจะเป็นอีกหนึ่งช่วงสำคัญที่ท้าทายและพิสูจน์ความสามารถในการบริหารจัดการเชิงกลยุทธ์ของบริษัท

สำหรับธุรกิจลานเก็บตู้คอนเทนเนอร์ คาดว่ารายได้จะขยายตัวอย่างต่อเนื่องในไตรมาส 4/2568 ไปจนถึงปี 2569 จากการเข้ามาของลูกค้ารายใหม่อย่างสม่ำเสมอ ซึ่งช่วยสนับสนุนการเติบโตของธุรกิจในระยะยาว

ส่วนธุรกิจ LEO Coldbotic ซึ่งเป็นศูนย์เก็บและกระจายสินค้าอัจฉริยะ รวมถึงคลังจัดเก็บไวน์แบบควบคุมอุณหภูมิ ยังคงสร้างรายได้เติบโตอย่างต่อเนื่อง และคาดว่าจะขยายตัวอย่างมีนัยสำคัญในไตรมาส 4/2568 จากการเข้ามาของลูกค้ารายใหม่ และอานิสงส์จากช่วงไฮซีซันของธุรกิจไวน์ในเทศกาลคริสต์มาสและปีใหม่

นอกจากนี้ บริษัทฯ จะเริ่มรับรู้รายได้จากการให้เช่าบริการ Power Bank ของบริษัทร่วมทุน LEO JITU ซึ่งเตรียมเปิดให้บริการเชิงพาณิชย์ภายในไตรมาส 4/2568 เช่นกัน

สำหรับทิศทางในปี 2569 บริษัทฯ เตรียมต่อยอดความร่วมมือกับพันธมิตรเชิงกลยุทธ์ในหลายประเทศ เพื่อขยายเส้นทางขนส่งไปยังตลาดที่มีศักยภาพการเติบโตสูงในเอเชียและยุโรป

ทั้งนี้บริษัทฯ มีแผนที่จะขยายธุรกิจโลจิสติกส์ข้ามแดน (Cross-Border Logistics) และ การขนส่งสินค้าทางรางระหว่างไทย–จีน เพื่อรองรับความต้องการที่เพิ่มขึ้นจากลูกค้าในกลุ่มอุตสาหกรรมการค้า การผลิต และอีคอมเมิร์ซ ซึ่งกำลังขยายตัวอย่างรวดเร็วในภูมิภาค

บริษัทฯ มองว่าการเชื่อมต่อเครือข่ายการขนส่งทางรางจะช่วยลดต้นทุนและเพิ่มประสิทธิภาพการขนส่งในระยะยาว พร้อมเปิดโอกาสทางธุรกิจใหม่ๆ ไปยังตลาดจีนตอนใต้และยุโรปผ่านเส้นทางรถไฟสายจีน–ลาว ควบคู่กับการต่อยอดธุรกิจในเครือของ LEO ซึ่งเริ่มสร้างผลตอบแทนและเติบโตอย่างต่อเนื่อง ทั้งในกลุ่มธุรกิจ Logistics และ Non-Logistics รวมถึงบริการที่เกี่ยวเนื่องกับ Green Logistics และ ESG Focused เพื่อเสริมสร้างความแข็งแกร่งของกลุ่มธุรกิจโดยรวม และขับเคลื่อนการเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว

ด้านคู่ค้าในประเทศจีนได้ตอบรับเชิงบวกต่อแนวทางการพัฒนารูปแบบธุรกิจใหม่ พร้อมยืนยันความร่วมมือในการดำเนินงานที่จะเริ่มในปีหน้า ซึ่งสะท้อนความเชื่อมั่นต่อศักยภาพของบริษัท

ผลที่คาดว่าจะเกิดขึ้น ได้แก่ ทิศทางการให้บริการขนส่งไปประเทศจีนจะปรับตัวดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญในปีหน้า, ปริมาณการขนส่ง (Volume) มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง และอัตรากำไร (Margin) คาดว่าจะปรับตัวสูงขึ้นตามการขยายตัวของปริมาณงาน

Company Snapshot

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...