โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

BTG ปรับทัพธุรกิจรับปี 69 ชู 3 กลุ่มหลัก หนุนการเติบโตอย่างยั่งยืน

ข่าวหุ้นธุรกิจ

อัพเดต 08 ธ.ค. 2568 เวลา 07.56 น. • เผยแพร่ 08 ธ.ค. 2568 เวลา 07.56 น. • ข่าวหุ้นธุรกิจออนไลน์

นายวสิษฐ แต้ไพสิฐพงษ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เบทาโกร จำกัด (มหาชน) หรือ BTG บริษัทอาหารครบวงจรชั้นนำของไทย เปิดเผยว่า บริษัทเดินหน้าปรับโครงสร้างธุรกิจครั้งสำคัญเพื่อเสริมประสิทธิภาพการดำเนินงาน และเพิ่มความคล่องตัวขององค์กรในระยะยาว โดยจัดทัพใหม่เน้น 3 กลุ่มธุรกิจหลัก ครอบคลุมตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ รองรับยุทธศาสตร์การเติบโตเชิงกลยุทธ์ในปี 2569 พร้อมเร่งรุกขยายธุรกิจสู่ตลาดต่างประเทศอย่างจริงจัง ควบคู่ไปกับการเดินหน้าสู่เป้าหมายการพัฒนาองค์กรอย่างยั่งยืน

โดยการปรับโครงสร้างธุรกิจใหม่ครั้งนี้ จะช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันเพื่อตอบสนองโอกาสทางธุรกิจใหม่ ๆ ในอนาคต และเพิ่มประสิทธิภาพและความคล่องตัวในการดำเนินธุรกิจของเบทาโกร โดย 3 กลุ่มธุรกิจหลัก ประกอบด้วย 1) กลุ่มธุรกิจเกษตรอุตสาหกรรมและธุรกิจใหม่ (Animal Nutrition and New Ventures) 2) กลุ่มธุรกิจอาหารประเทศไทย (Thailand Food Business) และ 3) กลุ่มธุรกิจต่างประเทศ (International Business)

ทั้งนี้ ทีมผู้บริหารชุดใหม่ที่ได้รับมอบหมายให้รับผิดชอบกลุ่มธุรกิจหลัก ประกอบด้วย นายชยธร แต้ไพสิฐพงษ์ ได้รับแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่ กลุ่มธุรกิจเกษตรอุตสาหกรรมและธุรกิจใหม่ ดูแลรับผิดชอบการดำเนินธุรกิจต้นน้ำของเบทาโกร ครอบคลุมธุรกิจอาหารสัตว์ ธุรกิจเวชภัณฑ์และสารเสริมสำหรับสัตว์ ธุรกิจอุปกรณ์ฟาร์ม ธุรกิจบริการห้องปฏิบัติการตรวจทดสอบ ตลอดจนธุรกิจใหม่ ซึ่งเป็นธุรกิจที่วางแผนลงทุนในบริษัทสตาร์อัพด้านเทคโนโลยีและอาหาร

นายสมศักดิ์ บุญลาภ ได้รับแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่ กลุ่มธุรกิจอาหารประเทศไทย ดูแลรับผิดชอบธุรกิจผลิตอาหาร การบริหารจัดการฟาร์มปศุสัตว์ การแปรรูปเนื้อสัตว์ รวมถึงการจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ภายในประเทศทุกช่องทาง ตั้งแต่ตลาดสดจนถึงร้านโมเดิร์นเทรด และร้านอาหารต่าง ๆ ส่วนธุรกิจต่างประเทศ มีนายวสิษฐ แต้ไพสิฐพงษ์ ดำรงตำแหน่งรักษาการประธานเจ้าหน้าที่ กลุ่มธุรกิจต่างประเทศ ดูแลรับผิดชอบการเติบโตธุรกิจในประเทศลาว กัมพูชา สิงคโปร์ และการขยายตลาดใหม่ ๆ รวมถึงธุรกิจการส่งออกของเบทาโกรให้เติบโตตามแผนกลยุทธ์ที่กำหนด

โดยในปีหน้าเบทาโกรมีแผนรุกขยายธุรกิจในตลาดต่างประเทศอย่างเต็มกำลัง โดยเฉพาะตลาดที่มีศักยภาพสูง เพื่อก้าวสู่การเป็นผู้นำอุตสาหกรรมอาหารในระดับภูมิภาค ภายหลังประสบความสำเร็จในการเข้าซื้อกิจการบริษัท Eggriculture Foods Limited ซึ่งเป็นบริษัทผู้ผลิตไข่ไก่ครบวงจรรายใหญ่ในสิงคโปร์ และมีผลการดำเนินงานที่เติบโตอย่างแข็งแกร่ง

นายวสิษฐ กล่าวเสริมว่า “การจัดทัพใหม่ครั้งนี้จะช่วยเพิ่มความแข็งแกร่งของผลประกอบการทางการเงินในระยะยาว โดยในงวดเก้าเดือนแรกของปี 2568 เบทาโกรสามารถทำผลงานได้อย่างดีเยี่ยมด้วยกำไรสุทธิ 5,658 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 281.5% จาก 1,483 ล้านบาท เทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อน แม้ว่าในช่วงที่ผ่านมาจะเผชิญกับราคาหมูที่ลดลง เนื่องจากปัญหาขาดแคลนแรงงานกัมพูชาที่เดินทางกลับประเทศอย่างกะทันหันจากข้อพิพาทชายแดนไทย-กัมพูชา ทำให้โรงงานแปรรูปและโรงเชือดหมูต้องชะลอการผลิตชั่วคราว แต่บริษัทสามารถบริหารจัดการแรงงานมาทดแทนได้อย่างมีประสิทธิภาพ จึงทำให้ธุรกิจเดินหน้าต่อได้โดยไม่หยุดชะงัก และมองว่าในปีหน้าผลการดำเนินงานน่าจะยังคงมีแนวโน้มที่ดี ด้วยราคาวัตถุดิบที่อยู่ในระดับไม่สูง ซึ่งเอื้อต่อการบริหารต้นทุน”

นอกจากผลประกอบการที่แข็งแกร่งแล้ว บริษัทยังมุ่งมั่นพัฒนาองค์กรอย่างยั่งยืน ด้วยการยกระดับการทำงานทั้งหมด โดยนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาปรับใช้กับทุกภาคส่วนขององค์กร (Transformation) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพกระบวนการทำงานผ่านการวิเคราะห์ข้อมูลที่ถูกต้อง ครบถ้วน และแม่นยำ รวมถึงการทำงานที่ยึดหลักธรรมาภิบาล โปร่งใส และตรวจสอบได้จนได้รับการยอมรับและเชื่อถือจากองค์กรชั้นนำ ผลสำเร็จที่ผ่านมาคือการยกระดับมาตรฐานโรงงานผลิตอาหารสัตว์เข้าสู่ Industry 4.0+ และการได้รับรางวัลผลการประเมินการกำกับกิจการระดับ 5 ดาว หรือดีเลิศ ต่อเนื่อง 2 ปีซ้อนจากสมาคมส่งเสริมสถาบันกรรมการบริษัทไทย (IOD) และรางวัล Highly Commended Sustainability Awards จากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ที่ยกย่องบริษัทจดทะเบียนที่ให้ความสำคัญกับการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...