โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

WAVE ไตรมาส3/66 รายได้ 119 ล้านบาท-พลิกมีกำไร

การเงินธนาคาร

อัพเดต 13 พ.ย. 2566 เวลา 10.12 น. • เผยแพร่ 13 พ.ย. 2566 เวลา 03.12 น.

ริษัท เวฟ เอกซ์โพเนนเชียล จำกัด (มหาชน) หรือ WAVE ส่งสัญญาณฟื้นตัวชัดเจน โชว์ไตรมาส3/2566 มีรายได้ 119 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 53% กำไรสุทธิพลิกเป็นบวก รับอานิสงค์ธุรกิจสอนภาษาวอลล์สตรีท อิงลิช เติบโตสูง -เปิดสาขาในลาวและชลบุรี ขณะเดียวกัน สามารถบริหารต้นทุนได้ดี ดันอัตรากำไรขั้นต้นแตะ 44% สูงสุดในรอบ 7 ไตรมาส เผยเดินหน้าซื้อคาร์บอนเครดิตเข้าคลังสินค้าแตะ 385.44 ล้านบาท หวังช่วยเอกชนไทยเพิ่มขีดแข่งขัน และมุ่งสู่เป้าหมายคลังคาร์บอนเครดิตใหญ่สุดในไทยและเอเชียแปซิฟิค

นายเจมส์ แอนดริว มอร์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เวฟ เอกซ์โพเนนเชียล จำกัด (มหาชน) หรือ WAVE เปิดเผยถึงผลการดำเนินงานรวมสำหรับไตรมาส 3 สิ้นสุดวันที่ 30 ก.ย. 2566 ว่า บริษัทมีรายได้ 119.36 ล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 53% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยรายได้ส่วนใหญ่มาจากธุรกิจสอนภาษาอังกฤษ Wall Street English

นอกจากนี้ บริหารจัดการควบคุมต้นทุนได้อย่างดี ส่งผลให้สัดส่วนต้นทุนรวมต่อรายได้ลดลงเหลือเพียง 56 %จากเดิม 82% กลุ่มบริษัทจึงมีสัดส่วนกำไรขั้นต้นมากถึง 44% ซึ่งรายได้และกำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้นสูงที่สุดในรอบ 7 ไตรมาสที่ผ่านมา

ด้วยความสามารถในการบริหารต้นทุนและค่าใช้จ่ายในการขายได้อย่างมีประสิทธิภาพ ส่งผลให้การดำเนินงานในไตรมาส 3 / 2566 บริษัทมีกำไรสุทธิ 2.47 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 110% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อนที่มีผลขาดทุนสุทธิ 25.17 ล้านบาท

"รายได้ของบริษัทเติบโตขึ้นอย่างมาก ในไตรมาส 3 / 2566 มาจากการพัฒนากลยุทธ์ในการขายและการตลาด ผ่านการจัดกิจกรรมทางการตลาดต่างๆ และมีการเปิดแฟรนไชส์ที่สาขาเวียงจันทน์ ประเทศลาว และสาขาศรีราชา จังหวัดชลบุรี ประกอบกับเศรษฐกิจไทยฟื้นตัวกลับมาดีขึ้น ส่งผลให้รายได้ของธุรกิจสอนภาษาเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง" นายเจมส์กล่าว

นายเจมส์กล่าวอีกว่า ในไตรมาสที่ 3 บริษัทมีรายได้รับล่วงหน้า (Cash Sale) จากนักเรียนที่ซื้อคอร์สเรียนล่วงหน้าเพิ่มขึ้น 26.25 ล้านบาท จาก 158.70 ล้านบาท เป็น 184.95 ล้านบาท เมื่อเทียบกับงบการเงิน ณ สิ้นเดือน ธ.ค.2565 ซึ่งจะรับรู้เป็นรายได้ในงบการเงินเมื่อนักเรียนมาใช้บริการ

สำหรับผลการดำเนินงานงวด 9 เดือน บริษัทมีผลขาดทุนสุทธิ 13.42 ล้านบาท ขาดทุนลดลง 10.89 ล้านบาท (+45%) จากการบริหารงานที่สามารถเพิ่มยอดขายให้สูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง และการควบคุมการจัดการต่างๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ส่งผลให้สัดส่วนกำไรสุทธิสำหรับงวดที่เพิ่มสูงขึ้น ทำให้ผลขาดทุนมีแนวโน้มลดลงอย่างต่อเนื่อง และหากพิจารณาร่วมกับกำไรที่ได้จากการจำหน่ายหุ้นบริษัท เดอะ เมกะวัตต์ จำกัด จำนวน 14.40 ล้านบาท รวมถึงการปรับปรุงรายการอื่นๆ บริษัท มีผลกำไรเบ็ดเสร็จสำหรับงวด 0.48 ล้านบาท

บริษัทมีสินทรัพย์รวม ณ วันที่ 30 ก.ย.2566 จำนวน 1,175.68 ล้านบาท ลดลงจากสิ้นปี 2565 จำนวน 34.29 ล้านบาท หรือลดลง 3% จากการนำเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดไปจ่ายซื้อคาร์บอนเครดิตเข้าคลังสินค้า (Stock) รวมถึงจ่ายค่าใช้จ่ายค้างจ่ายที่มีอยู่ ส่งผลให้บริษัทมีสินค้าคงเหลือที่เป็นคาร์บอนเครดิตเพิ่มขึ้น 385.44ล้านบาท จากไตรมาส 2 /2566 จำนวน 210.86 ล้านบาท จาก 174.58 ล้านบาท เป็น 385.44 ล้านบาท)

"บริษัทยังคงดำเนินการตามวิสัยทัศน์ เพื่อสนับสนุนผู้ประกอบการไทยและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เพื่อเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันในระดับโลก ในการบรรลุเป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอน ด้วยการให้บริการ Climate Solution แบบครบวงจรและเป็นคลังคาร์บอนเครดิตที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทยและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ จึงซื้อสินค้าคาร์บอนเครดิต เพื่อรองรับการขายในอนาคต" นายเจมส์กล่าว

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...