โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อธิบดี'ดีเอสไอ' จ่อดำเนินคดี พยานจังหวัดบุรีรัมย์ คดีฮั้วสว.-ฟอกเงิน หากขัดหมายเรียกครั้งที่ 2

แนวหน้า

เผยแพร่ 27 ส.ค. 2568 เวลา 17.00 น.

“อธิบดีดีเอสไอ” จ่อแจ้งความดำเนินคดีพยานจังหวัดบุรีรัมย์ คดีฮั้ว-ฟอกเงิน สว. หากยังขัดหมายเรียกพยานครั้งที่ 2 แหล่งข่าวDSI แย้มร่อนหมายพยานเพิ่มอีก 480 ราย

วันที่ 28 สิงหาคม 2568 ความคืบหน้าคดีพิเศษที่ 24/2568ภายใต้การอำนวยการของ พ.ต.ต.ยุทธนา แพรดำ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ กรณีการได้มาซึ่ง สว. โดยการสมคบกันในความผิดฐานฟอกเงินของบุคคลหรือคณะบุคคลที่กระทำความผิดฐานอั้งยี่ฯ ตามมาตรา 209 แห่งประมวลกฎหมายอาญาและกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้องหรือคดีอั้งยี่-ฟอกเงิน สว. ซึ่งดำเนินการตั้งแต่วันที่ 31 มี.ค.68 จนถึงปัจจุบัน โดยที่ผ่านมาได้มีการสอบพยานที่เกี่ยวข้องไปทั้งสิ้น 90 ปาก ภายหลังจากการสืบสวนและตรวจสอบร่องรอยทางการเงินพบว่ามีความเชื่อมโยงกัน 1,200 คน ระหว่างผู้ช่วยสมาชิกวุฒิสภาและสมาชิกวุฒิสภาในพื้นที่ 45 จังหวัด จึงเป็นเหตุให้ดีเอสไอออกหมายเรียกผู้สมัครสมาชิกวุฒิสภาอีก 1,200 ราย เพื่อเข้ามาให้ข้อมูลเพิ่มเติมในฐานะพยานนั้น

ความคืบหน้าล่าสุด ที่ห้องสนฉัตร ชั้น 3 กระทรวงยุติธรรม ถนนแจ้งวัฒนะ กรุงเทพฯ พ.ต.ต.ยุทธนา แพรดำ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ เปิดเผยความคืบหน้าว่า สำหรับกรณีที่พยานคดีฮั้ว สว.ขัดหมายเรียกพยาน โดยไม่มาหรือไม่ให้ความร่วมมือกับพนักงานสอบสวนนั้น ก็ต้องดูเจตนาเป็นราย ๆ ว่ามีความจงใจขัดหมายเรียกหรือไม่ อย่างไรก็ตาม ขณะนี้เราได้มีการส่งพนักงานสอบสวนลงไปในแต่ละพื้นที่เพื่อสอบสวนปากคำพยานให้ครอบคลุมทุกจังหวัด และเราก็มีรายชื่อพยานถึง 1,200 ราย ที่เป็นกลุ่มที่เชื่อว่าจัดตั้งขึ้นมาให้มีการไปสมัครวุฒิสภา (สว.) แต่กลับไม่ได้ลงคะแนนให้ตัวเองแล้วไปเลือกบุคคลที่จัดตั้งขึ้น อย่างไรก็ดี ได้มีพยานบางรายที่ให้การเป็นประโยชน์

ส่วนกรณีหมายเรียกพยานในพื้นที่จังหวัดบุรีรัมย์ที่มีการเชิญสอบสวนปากคำ แต่กลับไม่มีใครยินยอมเข้าพบพนักงานสอบสวนเลยสักรายนั้น อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ กล่าวว่า เราก็คงมีมาตรการที่จะดำเนินการเรื่องขัดหมายเรียกพยาน ซึ่งในส่วนรายละเอียดขอให้มีการประชุมของคณะพนักงานสอบสวนก่อน โดยหมายเรียกพยานไม่ได้จำกัดจำนวนครั้งในการออก ซึ่งหากไม่มาให้การในฐานะพยานก็ถือว่าเป็นการขัดหมายเรียก แต่ถ้าบุคคลนั้นเป็นผู้ต้องหาก็เป็นเหตุให้ขอศาลออกหมายจับได้ ส่วนกรอบระยะเวลาในการทำสำนวนคดี คณะพนักงานสอบสวนจะเร่งดำเนินการอย่างเร็วที่สุด เพราะจำนวนพยาน 1,200 ราย หากให้การเป็นประโยชน์ก็จะได้พิจารณาเรียกบุคคลที่มีส่วนเกี่ยวข้องมารับทราบข้อกล่าวหาการกระทำความผิด โดยเฉพาะกลุ่มคนที่รู้เห็นในกระบวนการฟอกเงิน ฮั้ว สว.

ขณะที่รายงานภายในจากกรมสอบสวนคดีพิเศษ ระบุว่า การสรุปยอดหมายเรียกพยานคดีฮั้ว สว. 5 จังหวัดสำคัญในภาคอีสาน เมื่อช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา มีจำนวนหมายเรียกพยานทั้งสิ้น 72 ราย โดยมาเข้าพบพนักงานสอบสวนให้การเพียง 18 ราย แบ่งเป็น จ.บุรีรัมย์ จำนวน 24 ราย ปรากฏว่าไม่มีพยานรายใดเข้าพบพนักงานสอบสวน ส่วน จ.นครราชสีมา จำนวน 2 ราย ปรากฏว่ามาเข้าพบพนักงานสอบสวนครบ ขณะที่ จ.ชัยภูมิ มีการออกหมายเรียกไป 4 ราย ทราบว่ามีการขอเลื่อน ส่วน จ.อุบลราชธานี มีการออกหมายเรียกไป 10 ราย มาเข้าพบพนักงานสอบสวนเพียง 5 ราย ส่วน จ.อำนาจเจริญ มีการออกหมายเรียก 32 ราย มาให้ปากคำเพียง 11 ราย

ทั้งนี้ ในกรณีขอหมายเรียกพยานกลุ่มแรกนั้น หากมีหมายเรียกครั้งที่ 2 แล้วยังคงไม่ให้ความร่วมมือเข้าให้ปากคำพนักงานสอบสวนตามสถานที่กำหนด และไม่มีการแจ้งขอเลื่อนให้พนักงานสอบสวนรับทราบ ทางพนักงานสอบสวนคดีพิเศษจะแจ้งความดำเนินคดีกับเจ้าหน้าที่ตำรวจในท้องที่ เพื่อให้ตำรวจดำเนินคดีในส่วนของการขัดหมายเรียกพยาน นอกจากนี้ ในช่วงสัปดาห์นี้คณะพนักงานสอบสวนได้มีการออกหมายเรียกพยานเพิ่มอีก 480 รายแล้ว

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...