โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

TOP ดีดบวก 1% โบรกแนะ “ซื้อ” รับอานิสงส์โรงกลั่น “เชฟรอน” ระเบิด

ข่าวหุ้นธุรกิจ

อัพเดต 03 ต.ค. 2568 เวลา 08.20 น. • เผยแพร่ 03 ต.ค. 2568 เวลา 08.16 น. • ข่าวหุ้นธุรกิจออนไลน์

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (3 ต.ค.68) ราคาหุ้นบริษัท ไทยออยล์ จำกัด (มหาชน) หรือ TOP ณ เวลา 15:00 น. อยู่ที่ระดับ 36 บาท บวก 0.50 บาท หรือ 1.41% สูงสุดที่ระดับ 36.25 บาท ต่ำสุดที่ระดับ 34.50 บาท ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 340.43 ล้านบาท

โดยราคาหุ้นช่วงเช้าเคลื่อนไหวอยู่ในแดนลบ และมีแรงเข้าซื้อในช่วงซื้อขายรอบบ่ายหลังมีเหตุการณ์โรงกลั่นระเบิดจนราคาปรับตัวขึ้นมาอยู่ในแดนบวก

ด้าน บริษัทหลักทรัพย์ กสิกรไทย จำกัด (มหาชน) หรือ KS ระบุในบทวิเคราะห์ว่า ตามรายงานของสำนักข่าวรอยเตอร์ (Reuters) ได้เกิดเหตุเพลิงไหม้ขึ้นที่โรงกลั่นน้ำมัน El Segundo ของบริษัท เชฟรอน (Chevron) ในสหรัฐอเมริกา โดยขณะนี้ยังไม่สามารถระบุสาเหตุของเหตุการณ์ได้แน่ชัด และยังไม่สามารถประเมินผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นต่อการดำเนินงานของโรงกลั่นดังกล่าว

โรงกลั่น El Segundo ซึ่งเริ่มเปิดดำเนินการมาตั้งแต่ปี 1911 มีกำลังการผลิตอยู่ที่ 290,000 บาร์เรลต่อวัน (KBD) ใกล้เคียงกับกำลังการผลิตของโรงกลั่นน้ำมันไทยออยล์ (TOP) โดยมีสัดส่วนการผลิตน้ำมันเบนซินสูงถึงร้อยละ 45 และน้ำมันดีเซลร้อยละ 41 ของกำลังการผลิตทั้งหมด

โดยฝ่ายวิจัยประเมินว่า เหตุการณ์ดังกล่าวจะเป็นปัจจัยเชิงบวกในเชิงจิตวิทยาการลงทุนต่อหุ้นกลุ่มโรงกลั่นในระยะสั้น เนื่องจากอาจผลักดันให้ส่วนต่างราคาน้ำมันสำเร็จรูปปรับตัวเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะในส่วนของน้ำมันเบนซิน ทั้งนี้ KS ยังคงแนะนำหุ้นเด่นในกลุ่มโรงกลั่นคือ TOP โดยให้ราคาเป้าหมายที่ระดับ 39.50 บาท พร้อมคงคำแนะนำ “ซื้อ”

ขณะที่บริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี จำกัด (มหาชน) หรือ KSS เปิดเผยว่า เหตุการณ์ดังกล่าวถูกประเมินว่าจะส่งผลเชิงบวกต่อราคาหุ้นกลุ่มโรงกลั่นในตลาดหลักทรัพย์ไทย แนะนำเก็งกำไรหุ้น TOP โดยให้ราคาเป้าหมายปี 2568 ที่ 32.00 บาทต่อหุ้น พร้อมวางแนวรับที่ 34.50 และ 33.75 บาท ขณะที่แนวต้านอยู่ที่ 36.00 และ 37.50 บาท และแนะนำให้ตัดขาดทุนหากราคาหลุดระดับ 33.00 บาท

อย่างไรก็ตาม เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจะช่วยหนุนบรรยากาศการลงทุนในหุ้นกลุ่มโรงกลั่นไทยระยะสั้น โดยเฉพาะ TOP ซึ่งเป็นหุ้นที่โดดเด่นในกลุ่ม และคาดว่าจะได้รับแรงเก็งกำไรต่อเนื่องจากปัจจัยบวกดังกล่าว

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...