โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

“ชัยยศ” ชี้ SET พักฐาน จับตาคดี “การเมือง” ชูเก็บ IVL-GPSC รับปัจจัยบวกตปท.

ข่าวหุ้นธุรกิจ

อัพเดต 20 ส.ค. 2568 เวลา 04.50 น. • เผยแพร่ 20 ส.ค. 2568 เวลา 04.50 น. • ข่าวหุ้นธุรกิจออนไลน์

นายชัยยศ จิวางกูร ผู้ช่วยผู้อำนวยการ ฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์บริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี จำกัด (มหาชน) หรือ KSS เปิดเผยในรายการ "ข่าวหุ้นเจาะตลาด" วันนี้ (20 ส.ค.68) ว่าหากมองทิศทางดัชนีตลาดหุ้นไทย SET Index ต้องยอมรับว่าช่วงก่อนหน้านี้ปรับตัวขึ้นแรงจากปัจจัยบวกหลายด้าน ยกตัวอย่าง ประเด็นภาษีไทย-สหรัฐ ที่บรรลุข้อตกลง 19% รวมถึงการข่าวคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบาย ซึ่งเป็นแรงสนับสนุนสำคัญให้ดัชนี SET ปรับขึ้นกว่า 200 จุด ภายในระยะเวลาเพียง 1 เดือนที่ผ่านมา

นายชัยยศ กล่าวเพิ่มเติมว่า เมื่อสอบถามว่าจากการปรับตัวขึ้นต่อเนื่องและสัปดาห์นี้มีการปรับตัวลงจนเกินการพักฐานพอหรือยังนั้น ต้องยอมรับว่าปัจจัยภายในประเทศยังมีประเด็นการเมืองที่ต้องติดตามใกล้ชิด โดยเฉพาะคดีความสำคัญ นายทักษิณ ชินวัตร ในข้อหาตาม มาตรา 112 ซึ่งมีกำหนดตัดสิ้นวันที่ 22 ส.ค.68 รวมถึงกรณีคลิปเสียงหลุด นางสาวแพทองธาร ชินวัตรในวันที่ 29 ส.ค.

“ปัจจัยเหล่านี้ ถือว่าประจวบเหมาะกับช่วงเวลาที่ดัชนี SET ปรับตัวขึ้นแรงไปก่อนหน้านี้ จากการตอบรับข่าวบวกต่างๆ ทำให้ตลอด 2-3 สัปดาห์ต่อจากนี้ รวมถึงช่วงต้นเดือนหน้า ความไม่แน่นอนทางการเมืองส่งผลให้นักลงทุนสถาบันต่างชาติ (fund flow) เริ่มมีการลดน้ำหนักการลงทุนและทยอยปรับพอร์ตออกมา แต่เชื่อว่า fund flow อาจกลับมาหลังการเมืองมีความชัดเจน” นายชัยยศ กล่าว

ส่วน กลยุทธ์ลงทุน แนะนำกลุ่มหุ้นที่มีปัจจัยบวกเฉพาะตัวอย่างประเด็น นเรนธรา โมดี นายกรัฐมนตรีอินเดีย ประกาศเตรียมปรับโครงสร้างภาษีมูลค่าเพิ่มสินค้าและบริการ (General Sales Tax : GST) โดยจะปรับลดจากเดิมที่มี 4 ระดับ ได้แก่ 5%, 12%, 18% และ 28% เหลือเพียง 2 ระดับหลักเท่านั้น คาดการณ์หนุนการบริโภคภายในประเทศเดือน ต.ค.68

โดยเน้นเลือกกลุ่มที่มีสัดส่วนทำธุรกิจที่อินเดียมากกว่า 10% คือ IVL โดยแนะนำ “ซื้อ” ให้ราคาเป้าหมาย 22 บาท และ GPSC แม้มีสัดส่วนในอินเดียไม่มาก แต่ยังคงได้รับปัจจัยหนุนจากราคาก๊าซธรรมชาติปรับตัวลดลง 4% จากไตรมาสก่อนถึงปัจจุบัน ซึ่งสนับสนุนต้นทุนลดลง คงคำแนะนำ “ซื้อ” ให้ราคาเป้าหมาย 37 บาท

นอกจากนี้ ยังถือเป็นปัจจัยเชิงจิตวิทยาเชิงบวกต่อหุ้นที่มีรายได้มาจากตลาดอินเดีย อาทิ กลุ่มโรงแรม ได้แก่ ERW สัดส่วนรายได้จากอินเดียราว 8%, CENTEL ประมาณ 5%, AWC ประมาณ 4%, SHR ราว 3% และ MINT ซึ่งมีสัดส่วนรายได้ไม่ถึง 5% ขณะที่กลุ่มพลังงานและปิโตรเคมี เช่น PTTGC มีรายได้จากอินเดียราว 4%

สำหรับหุ้นในกลุ่มอื่นๆ ที่มีรายได้เกี่ยวข้องกับตลาดอินเดีย แม้จะอยู่ในสัดส่วนไม่สูงนัก แต่ก็ได้รับการจับตาจากนักลงทุนเช่นกัน โดย SCC มีสัดส่วนรายได้จากอินเดียน้อยกว่า 1% ขณะที่กลุ่มค้าปลีกอย่าง CPAXT มีรายได้ราว 1% และมีสาขาในอินเดียจำนวน 6 แห่ง

ในส่วนของกลุ่มเกษตรและอาหาร CPF และ TU มีรายได้จากอินเดียประมาณ 2% ของรายได้รวม โดยเฉพาะ TU ที่นอกจากรายได้โดยตรงแล้ว ยังมีส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทร่วม Avanti ซึ่ง TU ถือหุ้น 40% และดำเนินธุรกิจผลิตกุ้งแช่แข็ง (Frozen Shrimp) แม้จะไม่มีรายได้จากการส่งออกโดยตรง แต่ก็ถือเป็นอีกหนึ่งช่องทางสร้างรายได้จากตลาดอินเดีย

ส่วนประเด็นการลงทุนหุ้นกลุ่มธนาคารนั้น ฝ่ายนักวิเคราะห์มองว่า กลุ่มธนาคาร ยังคงเป็นกลุ่มที่มีความน่าสนใจ โดยเฉพาะในแง่ผลตอบแทนจากเงินปันผล ซึ่งในปัจจุบันอยู่ในระดับค่อนข้างสูง ราว 8-9% จึงเหมาะสำหรับนักลงทุนที่ต้องการโยกเงินจากการฝากออมทรัพย์หรือเงินฝากทั่วไป เข้าสู่การลงทุนในหุ้นปันผลที่ให้ผลตอบแทนที่ดีกว่า

อย่างไรก็ตาม หากมองในมิติของการเติบโต (growth) ของกลุ่มธนาคาร อาจต้องยอมรับว่าช่วงนี้ยังมีข้อจำกัด เนื่องจากสินเชื่อ (loan growth) ขยายตัวไม่มากนัก อีกทั้งอัตราดอกเบี้ยนโยบายถูกปรับลดลงถึง 2 ครั้งในช่วง 3-4 เดือนที่ผ่านมา ซึ่งปัจจัยดังกล่าวกดดันต่อส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยสุทธิ (NIM) และอาจส่งผลให้รายได้ดอกเบี้ยของกลุ่มธนาคารชะลอตัวลง ดังนั้นแนะนำให้ลงทุนในหุ้นกลุ่มธนาคารในลักษณะ “ซื้อเพื่อรับเงินปันผล” มากกว่าการคาดหวังการเติบโตของกำไรในระยะสั้น

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...