โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

‘ปฐม อินทโรดม’ ชี้ ไทยไร้เครื่องมือรับวิกฤตเศรษฐกิจโลก เหตุยังพึ่งท่องเที่ยว–ลงทุนต่างชาติ เหมือนเมื่อ 20 ปีก่อน

THE STATES TIMES

อัพเดต 16 ก.ย 2568 เวลา 04.57 น. • เผยแพร่ 16 ก.ย 2568 เวลา 06.45 น. • Hard News Team

นายปฐม อินทโรดม กรรมการสภาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม โพสต์เฟซบุ๊ก Pathom Indarodom ระบุว่าตอนนี้ผมอยู่ที่เซี่ยงไฮ้ เมืองที่เต็มไปด้วยพลังทางเศรษฐกิจ ประเด็นที่ผู้คนที่นี่คุยกันจริงจังคือเรื่องความเสี่ยงที่เศรษฐกิจโลกกำลังเผชิญ

ข่าวใหญ่คือคำเตือนจาก Lloyd Blankfein อดีต CEO ของ Goldman Sachs ที่บอกว่า วิกฤตในสหรัฐฯ ไม่ใช่เรื่องว่ามันจะเกิดไหมแต่เป็นเรื่อง “เมื่อไหร่”

เขาย้ำว่าสหรัฐฯ มักเกิดวิกฤติทุก ๆ 4–5 ปี และรอบนี้จุดเสี่ยงคือ ตลาดเครดิต โดยเฉพาะ Private Credit ที่โตแรงกว่า 14% ต่อปี นักลงทุนไล่หาผลตอบแทนจนเริ่มเกินตัว คล้าย ๆ กับฟองสบู่ที่ซ่อนอยู่ในระบบ

ฝั่งจีน ความเสี่ยงไม่ได้อยู่ที่ตลาดเครดิต แต่คืออสังหาฯ และหนี้ท้องถิ่นที่รัฐบาลต้องคอยอุ้ม แต่ในขณะเดียวกัน จีนก็ยังเดินหน้าสร้าง Growth Engine ใหม่ ๆ เช่น
- EV ที่เริ่มครองตลาดโลก
- Semiconductor และ AI ที่รัฐทุ่มหนักแม้ถูกกีดกันจากตะวันตก
- เมืองใหญ่อย่างเซี่ยงไฮ้เองก็พยายามสร้างระบบนิเวศด้านเทคโนโลยีอย่างเต็มพิกัด
แต่สำหรับไทยความน่ากังวลไม่ได้อยู่ที่ฟองสบู่การเงินหรืออสังหาฯ แบบสหรัฐฯ หรือจีน แต่จุดอ่อนจริง ๆ ของเราคือ เรายังไม่มี Growth Engine ที่ชัดเจน
- สหรัฐฯ มี AI และเทคโนโลยีใหม่เป็นแรงขับ
- จีนมี EV และอุตสาหกรรมยุทธศาสตร์ที่รัฐดันเต็มที่
- ไทยยังอาศัย การท่องเที่ยว + การลงทุนจากต่างชาติเป็นหลักเหมือนเมื่อ 20 ปีที่แล้ว

ถ้าวิกฤตเศรษฐกิจโลกปะทุขึ้น ไทยจะไม่ได้ “ล้มเอง” แต่จะโดนแรงกระแทกทั้งจากฝั่งสหรัฐฯ และจีน โดยไม่มีเครื่องจักรเศรษฐกิจของตัวเองมารองรับ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...