โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ปัญหา'ยิวเมืองปาย'ทำหน่วยงานรัฐตื่นทั้งบาง 'ผบ.ตร.'สั่งตำรวจพื้นที่แจงภายใน 7 วัน

แนวหน้า

เผยแพร่ 17 ก.พ. 2568 เวลา 17.00 น.

หลายหน่วยงานภาครัฐทั้งหน่วยงานในพื้นที่ หน่วยความมั่นคง รบพิเศษ ฝ่ายปกครอง ตื่นข่าวเรื่อง"โบสถ์ยิว"และปัญหาชาวยิวในอำเภอปาย แม่ฮ่องสอน สั่งเช็คข้อมูลเร่งด่วน หลัง "ผบ.ตร." สั่งตำรวจในพื้นที่ชี้แจงภายใน 7 วัน

วันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2568 พ.ต.ท.สุวิทย์ บุญยะเพ็ญ สารวัตรตำรวจท่องเที่ยว จังหวัดแม่ฮ่องสอน เปิดเผยว่า กรณีปรากฏข่าวทางโซเชียล เรื่องชาวอิสราเอลเดินทางเข้ามาในพื้นที่อำเภอปาย จังหวัดแม่ฮ่องสอนจำนวนมากเพื่อตั้งถิ่นฐานและลงหลักปักฐานเป็นดินแดนพันธะสัญญารวมถึงตั้ง Chabad รวมกลุ่มสร้างความเดือดร้อนกับประชาชนและแย่งอาชีพคนไทย ฯลฯ นั้น ตนขอนำเรียนข้อมูล ข้อเท็จจริงเพื่อทราบดังนี้ 1.จำนวนประชากรของอำเภอปาย มีประมาณ 38,000 คน, 2.จำนวนนักท่องเที่ยวจำนวน 30,000 คนตามที่ปรากฏในสื่อเป็นยอดนักท่องเที่ยวอิสราเอล ที่แจ้งเข้าพักตาม ม.38 (ตม.) เป็นยอดนักท่องเที่ยวสะสมทั้งปี ซึ่งยอดนักท่องเที่ยวอิสราเอลเฉลี่ยที่เข้าพักในแต่ละวันมีประมาณ 83-84 คน

3.นักท่องเที่ยวที่มาเที่ยวปายมากที่สุดคือนักท่องเที่ยวอังกฤษ อิสราเอล อเมริกา เยอรมัน ตามลำดับ, 4.ชาบัดหรือโบสถ์ยิวในอำเภอปาย ใช้เป็นสถานที่ประกอบพิธีในวันศุกร์และเสาร์ เนื้อที่ประมาณ 2 งานและใช้เป็นที่รับประทานอาหาร ความจุประมาณ 200 คน, 5.ชาบัดหรือโบสถ์ยิวมีจำนวน 7 แห่ง เช่น เชียงใหม่ ภูเก็ต สมุย พัทยา พะงัน ที่ใหญ่สุด กทม., 6.การเข้าของนักท่องเที่ยวทุกสัญชาติเข้ามาโดยถูกต้องตามกฎหมาย และ 7.การตั้งถิ่นฐานในความเป็นดินแดนพันธะสัญญายังไม่มีการดำเนินการใดใดทั้งสิ้น รวมถึงการแย่งอาชีพคนไทย ที่ทุกฝ่ายได้เฝ้าระวังตรวจตรา บังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวด ซึ่งทุกหน่วยงานได้ดำเนินการประชาสัมพันธ์ให้ทุกช่องทางได้รับรู้รับทราบทุกระยะ สำหรับมาตรการระยะยาวที่ได้เคยประชุมร่วมกับส่วนราชการต่างๆ ก็จะยังคงดำเนินมาตรการบังคับอย่างต่อเนื่อง ทั้งเรื่อง รถเช่า ล่องห่วงยาง สูบกัญชา เป็นต้น

ด้าน พล.ต.ต.ทรงกริช ออนตะไคร้ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดแม่ฮ่องสอน เปิดเผยทางโทรศัพท์ว่า กรณีปัญหาในอำเภอปาย โดยเฉพาะเรื่องโบสถ์ยิว ไม่ได้เกิดปัญหาอย่างที่เป็นข่าวในกระแสสื่อโซเชียลแต่อย่างใด ไม่ได้มีการจัดงานปาร์ตี้ หรือเป็นแหล่งมั่วสุม แต่เป็นสถานที่ประกอบศาสนกิจของศาสนายิว ที่มีการสวดมนต์ ทานอาหารร่วมกัน ในทุกวันศุกร์และต่อเนื่องไปถึงวันเสาร์ของทุกสัปดาห์เท่านั้น ส่วนเรื่องชาวยิวที่ก่อเหตุและทำผิดกฎหมายไทย ทางเจ้าหน้าที่ก็ทำการจับกุมและถึงขั้นเนรเทศออกไปจากประเทศไทยมาแล้ว

อย่างไรก็ตาม ตนได้กำชับให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ปาย ปฏิบัติหน้าที่อย่างเข้มงวดตามกฎหมายกับนักท่องเที่ยวทุกสัญชาติที่เข้ามาท่องเที่ยวและพำนักในอำเภอปายอย่างต่อเนื่องและให้มีการประชาสัมพันธ์สร้างความเข้าใจระหว่างประชาชนคนไทยในปาย และนักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้ามาท่องเที่ยวในปาย ให้รับทราบถึงกฎระเบียบ ธรรมเนียมประเพณีและวัฒนธรรมของชาวเมืองปาย เพื่อให้อยู่ร่วมกันได้อย่างสันติสุข

ก่อนหน้านั้นสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้มีหนังสือด่วนที่สุด ลงวันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2568 โดย พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) เรื่อง ตรวจสอบพฤติกรรมกลุ่มคนต่างด้าวในพื้นที่รับผิดชอบ โดยระบุด้วยปรากฎข้อมูลข่าวสารว่า มีกลุ่มคนต่างด้าวในหลายพื้นที่ มีพฤติกรรมที่อาจขัดต่อความสงบต่อสังคม หรือศีลธรรมอันดีของประชาชน ฝ่าฝืนกฎหมายบ้านเมือง ก่อความวุ่นวายเดือดร้อนรำคาญในที่สาธารณะ ตลอดจนการรวมกลุ่มแสดงออก หรือจัดกิจกรรมในลักษณะที่กระทบภาพลักษณ์และความมั่นคงของประเทศ จึงกำชับให้หน่วยดำเนินการ

โดยเฉพาะตำรวจภูธรภาค 5 (ภ.จว.แม่ฮ่องสอน) สำหรับกรณีที่ปรากฏข้อมูลข่าวสารกลุ่มคนต่างด้าวในพื้นที่อำเภอปาย จังหวัดแม่ฮ่องสอนให้ดำเนินการตรวจสอบและรายงานผลการปฏิบัติให้ ตร.ทราบ (ผ่าน ศปชก.ตร.) ภายใน 7 วัน (ห้ามผัดส่ง) โดยได้มอบหมายให้ พล.ต.ท.สำราญ นวลมา ผู้ช่วย ผบ.ตร.(มค 1) เป็นผู้ควบคุมการปฏิบัติ โดยเปิดให้ สตม, ตชด, บช.ทท.และหน่วยงานในในพื้นที่ดำเนินการเชิงรุกให้ปรากฏผลอย่างเป็นรูปธรรมโดยด่วน ให้ ศปชก.ตร.อำนวยการ ควบคุม ดูแลการปฏิบัติในภาพรวมและให้เป็นศูนย์รวบรวมข้อมูล ข่าวสารเกี่ยวกับคนต่างด้าวตามนัยหนังสือนี้ต่อไปเพื่อทราบและดำเนินการ

ด้านนายอาวุธ เจษฎาไกรสร ผู้ประกอบการในอำเภอปาย เจ้าของโรงแรมเดอะพีคอก เดอปาย ที่เคยทำธุรกิจใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้และย้ายมาประกอบกิจการในอำเภอปาย ระบุว่า ช่วงที่ผ่านมา 2 อาทิยต์นี้รู้ไหมว่า นักท่องเที่ยวอิสราเอลเขาไปที่จังหวัดเชียงราย และถ้าชาวเชียงรายประท้วงเขาอีกก็มีปัญหาขึ้น อำเภอปายเป็นเมืองที่สงบ วัฒนธรรมดี ถามว่าคนที่ประท้วงไม่มองให้รอบด้าน ไม่ใช่ตนเข้าข้างชาวอิสราเอล คนไม่ดีเราใช้กฎหมายเนรเทศออกแย่งอาชีพเราก็ว่ากันไป แต่ไม่ใช่เรามาโวยวายแอนตี้ ยิ่งข่าวออกมาเท่าไหร่ อำเภอปายยิ่งเสียหาย กระทบการท่องเที่ยวอย่างรุนแรง

"ผมพูดในฐานะผู้ประกอบการ ในฐานะคนไทยคนหนึ่ง และพูดในฐานะเคยอยู่ในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ ผมมาทำธุรกิจที่อำเภอปายเพราะว่ามีเหตุการณ์เรื่องระเบิดกระตุ้นยังไงไม่ได้ผล ยกเว้นทำให้คนมีการศึกษา มีความคิด อำเภอปายบริสุทธิ์ดีอยู่แล้ว แค่คนกลุ่มเล็กไม่ใช่ส่วนมาก ทำงานแบบนี้ผมเชื่อว่าหากยังไม่หยุดกระแสข่าวตัวนี้ อนาคตอำเภอปายจบ ชาวต่างชาติที่เข้ามาเที่ยวในอำเภอปายเป็นล้านคน คุณจะให้เสีย ไม่ใช่อิสราเอลนะ เสียทั้งหมด วอนรัฐบาลคิด วอนเจ้าหน้าที่ที่รับผิดชอบ จะทำอะไรให้มองภาพรวม" นายอาวุธ กล่าว

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...