โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

รู้จัก! “Thai ESGX” กองทุนรวมใหม่ ตอบโจทย์ผลตอบแทน-ลดย่อนภาษีสูงสุด 3 แสนบาทต่อปี

ข่าวหุ้นธุรกิจ

เผยแพร่ 19 เม.ย. 2568 เวลา 05.00 น. • ข่าวหุ้นธุรกิจออนไลน์

สงสัยกันไหม Thai ESGX คืออะไร? ทางข่าวหุ้นธุรกิจนำข้อมูลจากตลาดหลักทรัพย์ฯ มาอธิบายให้ทุกคนเข้าใจอย่างสังเขปในกองทุนรวม Thai ESGX ได้ง่ายขึ้น Thai ESGX คือ กองทุนรวมกลุ่มใหม่ในหมวดThai ESG ที่มุ่งเน้นลงทุนในหลักทรัพย์หรือธุรกิจที่ให้ความสำคัญกับปัจจัยด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และการกำกับดูแลกิจการที่ดี ESG เช่นเดียวกับกองทุน Thai ESG ที่มีอยู่เดิม แต่เพิ่มเติมเงื่อนไขพิเศษด้านสิทธิประโยชน์ทางภาษีขึ้นเฉพาะในช่วงเวลาที่กำหนด ซึ่งมีเป้าหมายสำคัญ คือ ส่งเสริมให้เกิดการลงทุนในธุรกิจที่ยั่งยืน และกระตุ้นให้เงินลงทุนยังคงหมุนเวียนในตลาดหุ้นไทย

"กองทุนรวม Thai ESGX" (Thailand ESG Extra Fund) โอกาสสำหรับผู้ที่สนใจลงทุนในธุรกิจยั่งยืนและต้องการสิทธิประโยชน์ทางภาษีเพิ่มขึ้นในปีภาษี 2568 ถือเป็นนวัตกรรมการลงทุนเพื่อความยั่งยืนรูปแบบใหม่ เพื่อรองรับทั้งนักลงทุนใหม่และผู้ที่ต้องการเปลี่ยนจากกองทุน LTF ที่กำลังจะหมดอายุในปี 2568 สามารถขายคืนได้ตามเงื่อนไขสิทธิประโยชน์ทางภาษี

ทั้งนี้ Thai ESGX ตอบโจทย์สำหรับนักลงทุนที่ต้องการผลตอบแทนระยะปานกลางและผู้ที่ใส่ใจการพัฒนาที่ยั่งยืนของประเทศ ด้วยนโยบายการลงทุนที่ผสมผสานระหว่างหลักการเติบโตทางเศรษฐกิจและความรับผิดชอบต่อสังคมอย่างลงตัว

กองทุนนี้มุ่งเน้นการลงทุนในหุ้นไทยที่มีคะแนน ESG สูง ที่ผ่านเกณฑ์การคัดเลือก ทั้งด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และบรรษัทภิบาล พร้อมสิทธิประโยชน์ทางภาษี โดยเฉพาะวงเงินลดหย่อนถึง 300,000 บาทต่อปี และระยะเวลาถือครองเพียง 5 ปี

ควรโอนเงินจากกองทุน LTF มายังกองทุน Thai ESGX หรือไม่

1.ต้องถือต่อ/ล็อคเงินไปอีก 5 ปี

2.ความเสี่ยง/ความผันผวนของหุ้นไทยในช่วง 5 ปีต่อจากนี้

คนอายุเยอะหรือรับความเสี่ยงได้น้อยลงอาจไม่เหมาะกับการโอนเงินจากกองทุน LTF มายังกองทุน Thai ESGX เพราะกองทุน Thai ESGX มีการลงทุนในหุ้นกลุ่มความยั่งยืน โดยเฉลี่ยรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่า 65% ของ NAV จึงเป็นกองทุนที่มีความเสี่ยงสูง

โอกาสสร้างผลตอบแทนของหุ้นไทยอาจต่ำกว่าเมื่อเทียบกับกองทุน RMF ที่เป็นหุ้นต่างประเทศ

3.ส่วนเกิน 500,000 บาท ใช้สิทธิไม่ได้ “โดยผู้ที่มีเงินลงทุนในกองทุน LTF เหลืออยู่มากกว่า 500,000 บาท ส่วนที่เกิน 500,000 บาท จะไม่ได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษี แต่ต้องโอนมาไว้ที่กองทุน Thai ESGX ทั้งหมดและถือต่อจนครบกำหนด 5 ปี

4.ผู้ที่ใกล้เกษียณหรือใช้สิทธิทางภาษีอีกไม่ถึง 5 ปี (ก่อนปี 2572) “กลุ่มดังกล่าวที่ไม่ต้องใช้สิทธิลดหย่อนภาษีแล้วหรือเหลือเวลาใช้สิทธิลดหย่อนภาษีอีกไม่ถึง 5 ปี ไม่เหมาะกับการโอนเงินจากกองทุน LTF มายังกองทุน Thai ESGX เพราะจะไม่ได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษีอย่างเต็มที่ เนื่องจากส่วนที่ลดหย่อนได้ปีละ 50,000 บาท ในปี 2569 - 2572 จะไม่ได้ใช้สิทธิ”

กรณีมียอดเงินลงทุนในกองทุน LTF เกิน 500,000 บาท

หากมียอดเงินลงทุนในกองทุน LTF เดิมเกิน 500,000 บาท และต้องการวางแผนการโอนย้ายและการใช้สิทธิประโยชน์ทางภาษีผ่านกองทุน Thai ESGX หากวัตถุประสงค์ของนักลงทุน คือ การลงทุนมากกว่าลดหย่อนภาษี ควรโอนย้ายมากองทุน Thai ESGX แต่หากวัตถุประสงค์ของนักลงทุน คือ การลดหย่อนภาษีมากกว่าลงทุน ควรพิจารณาความคุ้มที่ได้จากการประหยัดภาษีและโอกาสจากการลงทุนในหุ้นไทย

โดยส่วนที่ได้ลดหย่อนตามฐานภาษีแน่ ๆ คือ 500,000 บาท แต่ส่วนที่เกินจาก 500,000 บาท ซึ่งเปอร์เซ็นต์ของเงินคืนภาษีที่ได้รับจะน้อยลงเรื่อย ๆ เช่น โอนมา 1 ล้านบาท เปอร์เซ็นต์เงินคืนภาษีจะได้เพียงครึ่งเดียวของฐานภาษี อย่างฐาน 20% จะได้เงินคืนภาษีเพียง 10%

กรณีมียอดเงินลงทุนในกองทุน LTF ไม่เกิน 500,000 บาท

สำหรับกรณีผู้ที่มียอดเงินลงทุนในกองทุน LTF เดิมไม่ถึง 500,000 บาท เมื่อโอนมากองทุน Thai ESGX ก็สามารถใช้สิทธิได้เท่ากับจำนวนที่มีอยู่เท่านั้น

ปี 2568 ลดหย่อนได้สูงสุด 300,000 บาท

ปี 2569 - 2572 ลดหย่อนได้สูงสุดปีละ 50,000 บาท

กรณีไม่มี LTF มาก่อน ลงทุนกองทุน Thai ESGX ได้หรือไม่

หากไม่มีเงินลงทุนในกองทุน LTF มาก่อน สามารถลงทุน Thai ESGX ภายในพฤษภาคม - มิถุนายน 2568 ได้ และจะได้สิทธิประโยชน์ทางภาษีเพิ่มอีก 300,000 บาท (ไม่รวมสิทธิประโยชน์เดิม) เนื่องจากในส่วนของเงินลงทุนใหม่ในกองทุน Thai ESGX เฉพาะที่ลงทุนในปี 2568 สามารถนำมาลดหย่อนภาษีได้ไม่เกิน 30% ของเงินได้พึงประเมิน สูงสุดไม่เกิน 300,000 บาท โดยไม่รวมกับวงเงินกองทุน Thai ESG เดิม

ดังนั้น ในปี 2568 หากนับรวมการโอนย้าย LTF และเงินลงทุนใหม่ในกองทุน Thai ESGX แล้ว สามารถใช้สิทธิลดหย่อนภาษีจากกองทุน RMF, Thai ESG และ Thai ESGX ได้รวม 1.4 ล้านบาท และถ้ารวมเบี้ยประกันชีวิตอีก 1 แสนบาท ก็จะกลายเป็นใช้สิทธิได้รวม 1.5 ล้านบาท

หากใครที่เป็นมนุษย์เงินเดือนที่มีรายได้ทั้งปี 2.4 ล้านบาท หรือรายได้เดือนละ 200,000 บาทขึ้นไป เงินที่ใช้เต็มสิทธิ 1.5 ล้านบาท ก็ช่วยประหยัดภาษีได้ประมาณ 20% ขึ้นไป

สำหรับสิ่งที่คล้ายกันของกองทุน Thai ESGX กับกองทุน LTF มีดังนี้

ลงทุนในหุ้นไทย นโยบายการลงทุนของกองทุน Thai ESGX เน้นลงทุนในหุ้นไทยเหมือนกับกองทุน LTF โดยจะลงทุนในทรัพย์สินที่ออกโดยผู้ออกหรือกิจการในประเทศไทยที่มีคุณสมบัติด้านความยั่งยืนตามหลักเกณฑ์เดียวกับกองทุน Thai ESG โดยเฉลี่ยรอบปีบัญชีต้องไม่น้อยกว่า 80% ของ NAV และมีกรอบการลงทุนเพิ่มเติมคือ ต้องลงทุนในหุ้นกลุ่มความยั่งยืนโดยเฉลี่ยรอบปีบัญชีต้องไม่น้อยกว่า 65% ของ NAV

ระยะเวลาถือครอง กองทุน Thai ESGX กับ กองทุน LTF มีระยะเวลาถือครองใกล้เคียงกัน โดยกองทุน Thai ESGX ต้องถือหน่วยลงทุนอย่างน้อย 5 ปี นับตั้งแต่วันที่ลงทุนหรือวันที่แจ้งเปลี่ยนหน่วยลงทุน ส่วนกองทุน LTF ต้องถือหน่วยลงทุนอย่างน้อย 7 ปีปฏิทิน (เท่ากับถือครอง 5 ปีเต็ม)

ดังนั้น นักลงทุนที่ถือกองทุน LTF และรับตลาดหุ้นไทยได้ก็เหมาะกับกองทุน Thai ESGX จากปีที่ผ่าน ๆ มา ไม่ใช่ทุกปีที่ตลาดหุ้นไทยจะติดลบ โดยผลตอบแทนหุ้นไทยย้อนหลัง 5 ปี อยู่ที่ 3.93% ต่อปี และย้อนหลัง 10 ปี อยู่ที่ 0.44% ต่อปี

กองทุน Thai ESGX เป็นอีกทางเลือกหนึ่งในการลงทุนใหม่ที่น่าสนใจสำหรับนักลงทุนที่ต้องการส่งเสริมการพัฒนาที่ยั่งยืนในประเทศไทย พร้อมกับได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษี โดยเฉพาะผู้ที่ต้องการเปลี่ยนจากกองทุน LTF ที่กำลังจะหมดอายุในปีนี้ กองทุน Thai ESGX มีเงื่อนไขการลงทุนที่ยืดหยุ่นมากขึ้นเมื่อเทียบกับกองทุน Thai ESG ทั้งในแง่ของระยะเวลาการถือครองที่ลดลงเหลือ 5 ปี และวงเงินลดหย่อนภาษีที่เพิ่มขึ้นเป็น 300,000 บาท

อย่างไรก็ตาม นักลงทุนควรศึกษาข้อมูลและเงื่อนไขการลงทุนให้ครบถ้วน รวมถึงพิจารณาผลการดำเนินงานของกองทุน Thai ESG ที่มีอยู่เดิม เพื่อประกอบการตัดสินใจเลือกกองทุนที่เหมาะสมกับเป้าหมายการลงทุนและการยอมรับความเสี่ยงได้

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...