โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

“มะม่วงไทย” ดาวรุ่งผลไม้ส่งออกของไทย รองจากทุเรียน เกาหลีใต้ขึ้นอันดับ 1 ตลาดส่งออกมากที่สุด

BTimes

อัพเดต 28 ก.พ. 2568 เวลา 13.29 น. • เผยแพร่ 28 ก.พ. 2568 เวลา 06.10 น. • อัพเดตข่าวหุ้น ธุรกิจ การเงิน การลงทุน การตลาด การค้า สุขภาพ กับ บัญชา ชุมชัยเวทย์ - BTimes.Biz

นายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.)โฆษกกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า มะม่วง เป็นหนึ่งในผลไม้ส่งออกสำคัญของไทย รองจากทุเรียน ลำไย และมังคุด ไทยเป็นผู้ส่งออกมะม่วงชั้นนำของโลก ด้วยจุดเด่นด้านรสชาติและสายพันธุ์หลากหลาย ทำให้มะม่วงไทยได้รับความนิยมในตลาดต่างประเทศ

เกาหลีใต้ก้าวขึ้นอันดับที่ 1 ตลาดส่งออกมะม่วงสดของไทย จากอันดับที่ 2 รองจากมาเลเซีย ในปีก่อนหน้า โดยในปี 2567 ไทยส่งออกมะม่วงสดไปเกาหลีใต้ด้วยมูลค่า 2,931 ล้านบาท ขยายตัว 132.7% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า ปัจจัยสำคัญมาจากมาตรการของรัฐบาลเกาหลีใต้ ที่ขยายปริมาณโควตานำเข้าผลไม้เขตร้อน และลดภาษีนำเข้าสินค้าเกษตรชั่วคราว เพื่อลดค่าใช้จ่ายของผู้บริโภคและลดปัญหาขาดแคลนสินค้าในประเทศ โดยปรับอัตราภาษีมะม่วงและมังคุดเหลือ 0% จากเดิม 30% และทุเรียนเหลือ 5% จากเดิม 45% ทำให้มะม่วงไทยได้เปรียบด้านราคาและขยายตลาดได้มากขึ้น สอดคล้องกับพฤติกรรมผู้บริโภคเกาหลีใต้ที่นิยมรับประทานผลไม้สดหลังอาหารหรือเป็นอาหารว่าง และกระแสข้าวเหนียวมะม่วง ในเกาหลีใต้ที่ได้รับความนิยมจากสื่อโซเชียลมีเดียและการส่งเสริมวัฒนธรรมอาหารไทยให้เป็นที่รู้จักในต่างประเทศ

เห็นได้ว่าเกาหลีใต้มีแนวโน้มนำเข้าผลไม้จากไทยเพิ่มขึ้น เช่น มะม่วง อาโวคาโด และกล้วย สำหรับตลาดอื่น ๆ เช่น มาเลเซีย ยังคงเป็นตลาดสำคัญสำหรับมะม่วงสดจากไทย เนื่องจากความนิยมบริโภคผลไม้สดและนำไปทำเครื่องดื่มปั่น Mango Shake ขณะที่ญี่ปุ่นต้องการมะม่วงสดเพิ่มขึ้นตามกระแสรักสุขภาพ และการนำมะม่วงไปใช้ในอุตสาหกรรมขนมหวาน เป็นต้น

“มะม่วงไทยมีรสชาติที่เป็นเอกลักษณ์ ไม่สามารถทดแทนด้วยมะม่วงจากแหล่งอื่น การเติบโตของการส่งออกผลไม้สดของไทยเป็นผลจากการที่กระทรวงพาณิชย์ดำเนินมาตรการบริหารจัดการผลไม้มาอย่างต่อเนื่องทุกปี โดยเตรียมความพร้อมตั้งแต่ก่อนผลผลิตออกสู่ตลาด มีการส่งเสริมผ่านหลายโครงการสำคัญทั้งในและต่างประเทศ อาทิ จำหน่ายผลไม้ไปประเทศเพื่อนบ้านผ่านงานมหกรรมการค้าชายแดน นโยบายผลักดันซอฟต์พาวเวอร์ โดยส่งเสริมเมนูผลไม้ไทยตามฤดูกาลผ่านร้านอาหารไทย ซีเล็คท์ (Thai Select) ทั่วโลก การร่วมงานแสดงสินค้าในต่างประเทศ โครงการจับคู่ธุรกิจสินค้าผลไม้เพื่อขยายตลาดส่งออก รวมถึงการลดภาระค่าขนส่งของผู้ประกอบการ และกระจายสินค้าให้มีประสิทธิภาพเพิ่มมากขึ้น”

แม้ว่าปัจจุบันเกาหลีใต้จะอนุญาตนำเข้าผลไม้จากไทยได้เพียง 6 ชนิด คือ มะม่วง มังคุด ทุเรียน กล้วย มะพร้าว และสับปะรด แต่ชาวเกาหลีใต้มีการรับรู้เกี่ยวกับรสชาติและคุณภาพของผลไม้ไทยเป็นอย่างดีผ่านสื่อโซเชียลและนักท่องเที่ยวที่เคยเดินทางมาไทย โดยเฉพาะมะม่วง มังคุด และทุเรียน ผลไม้ไทยได้รับการยอมรับจากชาวเกาหลีใต้ว่าเป็นสินค้าพรีเมียมคุณภาพสูง หากไทยสามารถรักษามาตรฐานคุณภาพ และความสดใหม่ของผลิตภัณฑ์ได้ต่อเนื่อง ก็จะช่วยเสริมสร้างความเชื่อมั่นและเพิ่มโอกาสในการขยายตลาดได้มากขึ้น นอกจากนี้ ไทยอยู่ระหว่างการเจรจาความตกลงหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจ (Economic Partnership Agreement) กับเกาหลีใต้ ซึ่งจะช่วยสนับสนุนการส่งออกมะม่วงและผลไม้ของไทยให้เติบโตได้เป็นอย่างดี

ปัจจุบัน มะม่วงไทยได้รับการขึ้นทะเบียนสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (Geographical Indication) หรือ GI แล้ว 12 ชนิด ได้แก่ มะม่วงน้ำดอกไม้สีทองพิษณุโลก มะม่วงน้ำดอกไม้สีทองบางคล้า มะม่วงน้ำดอกไม้คุ้งบางกระเจ้า มะม่วงน้ำดอกไม้สระแก้ว มะม่วงเบาสงขลา มะม่วงน้ำดอกไม้สีทองบ้านโหล่น มะม่วงยายกล่ำนนทบุรี มะม่วงน้ำดอกไม้สมุทรปราการ มะม่วงมันหนองแซงสระบุรี มะม่วงเขียวเสวยแปดริ้ว มะม่วงขายตึกแปดริ้ว และมะม่วงแรดแปดริ้ว หากไทยส่งเสริมและประชาสัมพันธ์มะม่วง GI ของไทย
ให้เป็นที่รู้จัก ผ่านเมนูอาหารและการท่องเที่ยวที่ไทยมีศักยภาพอยู่แล้ว ก็จะเพิ่มโอกาสในการขยายตลาด เนื่องจากเป็นการสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้บริโภคในด้านคุณภาพ อีกทั้งสร้างจุดเด่นที่แตกต่างของสินค้า และยังช่วยส่งเสริมเศรษฐกิจชุมชนให้เติบโต

สำหรับในปี 2567 การส่งออกผลไม้สดของไทย มีมูลค่า 183,823 ล้านบาท โดยไทยส่งออกมะม่วงสด (พิกัด 08045021) เป็นมูลค่า 4,716 ล้านบาท ขยายตัว 45.68% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...