โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เรื่องสั้น

ถิงถิงมาช่วยท่านแม่แล้วเจ้าค่ะ

นิยาย Dek-D

อัพเดต 12 พ.ค. 2568 เวลา 21.47 น. • เผยแพร่ 16 มี.ค. 2568 เวลา 22.01 น. • ChengLizhu
ถิงถิงจะหาเงิน หาอาหาร หาน้องๆ นำความสุขมาให้ครอบครัวเรานะเจ้าคะ ท่านพ่อท่านแม่อย่าได้ทุกข์ใจอีกเลย ข้ามาช่วยท่านแล้วเจ้าค่ะ

ข้อมูลเบื้องต้น

นางเอกทหารหน่วยขว้างระเบิด ทะลุมิติมาอยู่ในร่างถิงถิง เด็กน้อยที่ต้องตายตั้งแต่เกิด แต่นางจะเปลี่ยนเนื้อเรื่องเอง ครอบครัวนางต้องรอด ใครมารังแก นางจะเอาคืนทั้งต้นทั้งดอกแน่นอน

**ขอบคุณท่านนักอ่านที่รักทุกท่านสำหรับตอนติดเหรียญเพื่อสนับสนุนนักเขียนตัวน้อยนะคะ

***นิยายเรื่องนี้ผู้แต่งจินตนาการเองไม่ได้อิงเรื่องจริงใด ๆ ขอฝากเรื่องนี้ไว้ในอ้อมใจท่านผู้อ่านทุกท่านด้วยนะคะ

****ช่วยส่งกำลังใจ คอมเม็นต์ กดติดตามให้ผู้แต่งด้วยนะคะ

*****ห้ามคัดลอก ทำซ้ำ หรือดัดแปลงรวมถึงนำส่วนใดส่วนหนึ่งของนิยายไปเผยแพร่หรือกระทำการใด ๆ โดยไม่ได้รับอนุญาตจากผู้เป็นเจ้าของก่อน

ในหนังสือเล่มที่ 1 จะมี 40 + ตอนพิเศษเพิ่มขึ้นมา 2 (ตอนที่ 1- 40 )

หนังสือเล่มที่สองจะมี 40+ตอนพิเศษเพิ่มขึ้นมา 2 ตอนที่จะไม่มีลงในรายตอนนะคะ เพื่อขอบคุณทุกท่านที่สนับสนุนซื้อเล่มค่ะ( ตอนที่ 41 - 80)

มะลิรายงานตัว

ท่ามกลางหมอกหนายามเช้า ใจกลางเมืองกาญจนบุรี

มะลิสาวสวยหน่วยขว้างระเบิด ด้วยความที่เธอมีความแม่นยำในการขว้างสูง แม่นเหมือนจับวาง

หน่วยส่งเธอมาอบรมเพิ่มเติมที่กองพันทหารเพื่ออบรมเป็นหน่วยรบพิเศษ

พรุ่งนี้คือวันสุดท้ายในการอบรม วันนี้กองพันให้พักช่วงบ่าย เธอจึงมาเที่ยวสะพายข้ามแม่น้ำแควกับเพื่อนสาว และแวะไหว้พระ

ด้วยเพราะเมื่อคืนเธอฝันถึงคุณพ่อคุณแม่ที่เสียไป เธออยากแวะมาทำบุญให้พวกท่านด้วย

มะลิโตมากับคุณพ่อคุณแม่ เธอไม่มีญาติพี่น้อง เพราะคุณพ่อคุณแม่ต่างเป็นลูกคนเดียว และพวกท่านพึ่งเสียไปด้วยอุบัติเหตุเมื่อ 2 ปีที่แล้ว ตอนที่มะลิอายุได้ 22 ปีเท่านั้นเธอใกล้จะเรียนจบมหาลัยแล้ว ด้วยเงินประกันชีวิตและธุรกิจของคุณแม่ที่เป็นหุ้นส่วน เธอจึงมีเงินปันผลให้ใช้จึงไม่เดือดร้อนเรื่องเงินมากนัก

วันนี้มีการสอบขว้างระเบิดเพื่อจบการศึกษา ในหลุมหลบภัย มะลิกับจีน่า ลิล่าเพื่อนสาวชาวอเมริกันจับกลุ่มที่เจอกันตอนอบรมเพื่อสอบจบ ต้องขว้างระเบิดใส่เป้าหมายต้องเข้าเป้า 2 ใน 3 จึงจะผ่าน

ตู๊ม! ตู๊ม! ตู๊ม! (ธงสะบัดทั้ง 3 ธง)!

มะลิมือขว้างระเบิดก็ไม่ทำให้ผิดหวัง เธอขว้าง 3 ลูกเข้าเป้า 3 ลูกเรียกกำลังใจให้เพื่อนสาวได้เป็นอย่างมาก

ตู๊ม! ตู๊ม! ตู๊ม! (ธงสะบัด 2 ธง)!

จีน่าแกะสลักขว้างระเบิดด้วยความตื่นเต้นทำให้เธอปาเข้าเป้า 2 ใน 3 ลูก แม้ลูกที่สามจะเฉียดไปนิดเดียวแต่เธอก็มีความสุข กำลังหัวเราะแปะมือกับมะลิและลิล่า อย่างสดใส

ถึงคิวลิล่าที่ก้มลงจูบระเบิดเพื่อขอพร ก่อนที่เธอจะขว้างออกไปด้วยความมั่นใจ

ตู๊ม! ตู๊ม!

ท่ามกลางความวุ่นวายหลังเสียงระเบิดลูกที่สอง มะลิกรีดร้องด้วยความตกใจ พยายามตะโกนบอกเพื่อนๆให้หนีไป

“เฮ้ย! วิ่งเร็ว”

มะลิพยายามบอกให้เพื่อนหนี เพราะเสี่ยววินาทีนั้น ลิล่าได้แกะสลักระเบิดแต่เธอขว้างสลักออกไปแต่โยนระเบิดลงพื้น

มะลิเหมือนเห็นภาพช้า ที่ระเบิดล่วงลงพื้นและค่อยๆกลิ้งไปตามโค้งของหลุมก่อนที่จะเกิดเสียงระเบิด ตู๊ม! ที่ดังก้องหูก่อนที่ภาพทุกอย่างจะดับไป

มะลิรู้สึกว่าตัวเบามาก ลอยวนเวียนไปมาในความมืดที่อบอุ่น เธอไม่ได้หวาดกลัวเลย

เธอพยายามนึกว่าที่นี่คือที่ไหน

ไม่รู้นานเท่าไหร่ที่ ณ ปลายความมืด ปรากฏแสงสว่างที่ค่อย ๆ กว้างขึ้น

มะลิพุ่งความสนใจไปที่แสงที่ค่อย ๆ สว่างขึ้นในทันที

มีเสียงวุ่นวายอยู่รอบ ๆ มะลิพยายามจะลืมตาเพื่อมองดูสิ่งที่เกิดขึ้น

“ทำไมไม่มีเสียงอะไรเลย”

“รีบส่งน้ำร้อนมาให้ข้า!”

“ท่านพ่อ! เมื่อไหร่ท่านแม่จะออกมาขอรับ เสียงท่านแม่เงียบไปแล้ว?”

“ก๊อกก๊อก! ท่านแม่ขอรับ อาจินนางเป็นอย่างไรบ้าง? ลูกข้าเป็นอย่างไรบ้าง?”

เพียะ! เพียะ!

“ใครตีข้า! เจ็บนะ” มะลิกรีดร้องทันที

“อุแว้! อุแว้!”

เสียงเด็กที่ไหน มะลิตกใจจนลืมร้องไห้ต่อ

เสียงเด็กก็เงียบหายไป

“อุแว้! อุแว้!” มะลิลองส่งเสียงร้องอีกครั้ง

เมื่อมะลิรู้ว่าเสียงเด็กร้องนั้นคือเสียงของเธอเอง มะลิก็กรีดร้องยาวด้วยความตกใจ

“ร้องได้ดี ร้องได้ดี ในที่สุดนางก็ร้องไห้เสียที” หม่าเถียนฉีกล่าวด้วยความดีใจ

“ลูกเป็นอย่างไรบ้างเจ้าคะท่านแม่?” จางจินยี่กล่าวถามอย่างเหนื่อยอ่อน

“เป็นเด็กผู้หญิงที่น่ารักมาก เจ้าพักผ่อนสักครู่ เดี๋ยวข้าจะออกไปบอกพวกเขาก่อน” เถียนฉี กล่าวพร้อมกับอุ้มเด็กน้อยที่ทำความสะอาดเรียบร้อยแล้วไปให้นางจางจินยี่

“ลูกแม่ ขอบใจที่เกิดมาแข็งแรงนะลูก” จางซื่อกล่าวพร้อมกับหยดน้ำตาที่ไหลออกมาช้า ๆ

นางบรรจงจูบลูกน้อยด้วยความรักและโอบกอดพร้อมตบหลังเบา ๆ ด้วยความอ่อนโยน

มะลิค่อย ๆ เงียบเสียงร้องลง หลังได้รับอ้อมกอดที่อบอุ่น เธอค่อย ๆ หลับไปด้วยความเหนื่อยอ่อน

“เจ้าได้ลูกสาว อาชิง” เถียนฉีบอกลูกชายของนางด้วยความดีใจ

“ท่านพ่อ! ข้าได้ลูกสาว ลูกสาวสุดที่รักของพ่อ” เว่ยอูชิงกล่าวบอกเว่ยอูคงผู้เป็นพ่อด้วยความดีใจ

“ดี ดี ดี” เว่ยอูคงดีใจจนกล่าวคำว่าดี ติด ๆ กัน

“อาจิน นางเป็นอย่างไรบ้างขอรับท่านแม่?” อูชิงถามด้วยความวิตก

“โชคดียิ่งนัก นางเพียงอ่อนเพลียเท่านั้น เจ้าเข้ามาเถิด” นางกล่าวด้วยความเมตตา

“ฉางฉาง เจ้าได้น้องสาว ดีใจหรือไม่?” เขาหันไปอุ้มบุตรชายวัย 6 หนาวขึ้นมากอดแล้วกล่าวด้วยความตื่นเต้น

“น้องสาว ข้าอยากเจอน้องสาว” เว่ยอูฉางกล่าวพร้อมรอยยิ้มหวาน

อูชิงยิ้มพร้อมกับก้าวเข้าไปในห้องอย่างรวดเร็ว

“อาจิน อาจิน เราได้ลูกสาว ข้าขอบใจเจ้านัก” เว่ยอูชิงกล่าวเสียงดังเมื่อมองไปเจอภรรยารักที่กำลังมองเขาอยู่

“ท่านพี่ ลูกพึ่งหลับไปท่านเบาเสียงหน่อยเถิด” นางกล่าวด้วยความจนใจ

“มาสิ ท่านลองอุ้มนางดู นางน่ารักยิ่งนัก” นางกล่าวพร้อมกับยิ้มหวานรับคำสามี

“ลูกรักของพ่อ” เขาโน้มตัวไปอุ้มลูกสาวพร้อมกับหอมแก้วภรรยารักด้วย

“ท่านพี่!” นางยิ้มละไมแอบถลึงตาใส่เขาเพราะในอ้อมแขนเขายังมีลูกชายอยู่ด้วย

“อิอิ” อูฉางหัวเราะพร้อมกับยกมือปิดตา

“น้องน่ารักยิ่งนัก” อูฉางมองน้องสาวในอ้อมกอดท่านพ่ออย่างดีใจ เขาเอามือน้อยไปจับมือน้องสาวแกว่งไปมาเบาๆ

“เอาละเจ้าพักผ่อนเถิด เดี๋ยวข้าอุ้มลูกไปหาท่านพ่อให้ท่านช่วยตั้งชื่อให้” เขาหันมาบอกจางจินยี่

“เจ้าค่ะท่านพี่” นางยิ้มละไมก่อนจะค่อย ๆ หลับไป

เขามองจนมั่นใจว่านางหลับแล้วจึงหันหลังออกจากห้องไป

“ท่านพ่อขอรับ ให้นางชื่ออะไรดีขอรับ” อูชิงกล่าวพร้อมกับส่งลูกสาวให้ท่านปู่ของนางอุ้ม

“ข้าให้นางชื่อว่า เว่ยจินถิง” เว่ยอูคงมองหลานสาวในอ้อมกอดและกล่าวอย่างอ่อนโยนรักใคร่ยิ่ง

“ถิงถิงลูกพ่อ” เว่ยอูชิงกล่าวอย่างอ่อนโยน

“เอาละ ท่านพี่ท่านพาลูกกับหลานชายไปพักเถิด ส่งถิงถิงมาให้ข้าเดี๋ยวสักพักต้องให้น้ำนมนางแล้ว” ท่านย่าหม่าเถียนฉีกล่าวพร้อมกับอุ้มหลานสาวกลับเข้าไปในห้อง

นางหม่าวางหลานสาวลงบนเตียงของลูกสะใภ้ นางนั่งมองสองแม่ลูกด้วยความกังวล

นางกลัวว่าลูกสะใภ้จะไม่มีน้ำนม เนื่องจากพวกนางอยู่ระหว่างการเดินทางหลีกหนีภัยทางการเมือง

นางหม่าเถียนฉีอดีตเว่ยกั๋วกงฮูหยิน มีสามีเว่ยอูคงเป็นถึงแม่ทัพใหญ่เว่ยกั๋วกง มีบุตรชายเพียงคนเดียวคือ เว่ยอูชิง และมีลูกสะใภ้คือจางจินยี่ บุตรสาวของเจ้ากรมคลัง มีหลานชายชื่อเว่ยอูฉางวัย 6 หนาว และหลานสาวที่พึ่งเกิดชื่อเว่ยถิงถิง

ฮ่องเต้มีบุตรชาย 3 คน อานอ๋อง จิงอ๋อง ฉีอ๋อง สามีนางเป็นกลางไม่เข้าฝ่ายใดทำให้ท่านอ๋องต่างระแวงเมื่อฮ่องเต้สวรรคต จึงเกิดสงครามกลางเมืองสามีนางได้รับข่าวจากสหายสนิทในวังว่า พวกเขาจะจัดการครอบครัวนางเพื่อเอาอำนาจทหารไปชิงบัลลังก์

ท่านกั๋วกงพาครอบครัวหนีออกนอกเมืองภายในคืนนั้นเลย พร้อมทหารคนสนิทอีก 15 คน เพียงแต่ระหว่างทางมีการลอบสังหารมาตลอดทาง

เมื่อถึงทางแยกเมืองฉางอาน รถม้าที่มีทหาร 5 คนที่เหลืออยู่ได้ปลอมตัวเป็นพวกเขาเพื่อล่อมือสังหารไปอีกทาง

ในขณะที่รถม้าเก่า ๆ ได้วิ่งไปทางแยกอีกทางที่ไปเมืองฉางจู

พวกเขาไม่กล้าแวะพักในเมืองเลย พักตามวัดร้างหรือขออาศัยชาวบ้านค้างคืนเท่านั้น

หลังรอนแรมมา 1 เดือนกว่า พวกเขาจะแวะพักที่หมู่บ้านเถี่ยหนิว เพราะนางจินยี่ท้องแก่ใกล้จะคลอดเต็มที่แล้ว

แต่มีข่าวว่ามีทหารออกตามหาคน มีการแจ้งประกาศนำจับ

พวกเขาจึงรีบออกเดินทางต่อทันที

ระหว่างเดินทางลูกสะใภ้จางจินยี่เกิดปวดท้องคลอดขึ้นมา

ในป่าเขาที่ทอดยาว พวกนางภาวนาพร้อมกับขอให้เจอสถานที่พอที่จะพักได้

และพวกเขาก็พบกับวัดร้างที่อยู่ในป่า

กำแพงวัดที่พังในบางจุดและประตูใหญ่ที่เหลือเพียงบานเดียว ตรงกลางมีห้องโถงสักการะที่ไม่มีประตูและช่องว่างหน้าต่างที่โล่ง ๆ และมีพระพุทธรูปด้านในอยู่เพียงองค์เดียว

ด้านหลังห้องโถงมีห้องเล็ก ๆ คล้ายที่พักของพระที่ท่านจะนั่งสมาธิเฝ้าโถงแห่งนี้เพราะภายในไม่มีอะไรเลยนอกจากเตียงอิฐเก่า ๆ ที่สร้างอยู่ด้านในห้องนั้น

ด้านข้างยังมีบ่อน้ำเก่าที่คันชักน้ำขึ้นมายังคงใสสะอาด เนื่องจากฝนพึ่งจะตกได้ไม่นานและมีผักป่าขึ้นบริเวณนี้มากมาย

ท่านปู่เว่ยอูคงช่วยต้มน้ำ อูชิงและอูฉางรีบทำความสะอาดห้องพัก

พวกเขารีบพานางจางเข้าไปในห้องเล็กทันที หลังทำความสะอาดภายในห้องแล้วห้องนี้ช่องหน้าต่างเล็กยิ่งนักแต่ถือว่าสมบูรณ์เพราะยังมีผนังครบทั้ง 4 ด้าน

ท่านย่าหม่าเตรียมของทำคลอดที่เตรียมไว้แล้ว ทั้งผ้าอ้อม ผ้าสะอาดที่จะให้นางจางกัด และยาห้ามเลือดในกรณีฉุกเฉินด้วย

พวกเขาเตรียมของสำหรับคลอดตั้งแต่เมืองหลวง เป็นสิ่งที่ไม่ยอมให้ลืมหรือหายเป็นอันขาด

แต่น่าเสียดายแพะนมที่พวกเขาพามาด้วย ถูกมือธนูยิงตายไปแล้วทำให้ไม่มีน้ำนมฉุกเฉินให้กับเจ้าตัวน้อย

พวกเขาจะมาหาเอาข้างหน้าแต่พบว่า มีประกาศนำจับมากมายพวกเขาไม่กล้าเข้าเมือง ทำได้แต่แลกอาหารกับชาวบ้านตามหมู่บ้าน และเดินทางต่อไปเรื่อย ๆ

ตัวท่านกั๋วกงก็บาดเจ็บที่ขา จากการต่อสู้และไม่ได้หยุดพักรักษาเลย

นางหม่าเช็ดน้ำตาเมื่อนึกถึงความยากลำบากที่ผ่านมา และอนาคตที่ได้แต่หวังว่าจะดีขึ้นในภายภาคหน้า ค่อย ๆ ฟุบหน้าลงใกล้ ๆ หลานสาวตัวน้อย

ภายในห้องโถง ด้านหลังพระพุทธรูป อูชิงนั่งมองอูฉางที่นอนหนุนตักตนอยู่เขามีเพียงผ้าห่มบาง ๆ คลุมกายเท่านั้น โชคดีที่ไม่ได้อยู่ในฤดูหนาวไม่งั้นคงลำบากมากกว่านี้แน่

“ท่านพ่อ เราหยุดพักที่นี่สักเดือนดีหรือไม่ขอรับ?” อูชิงถามท่านกั๋วกงขึ้นมาเบา ๆ

“ไม่ไกลนี้จะถึงเมืองตั๋วหรูเป็นเมืองเล็ก ๆ ข้าจะเข้าไปหาแพะและตุนเสบียงด้วยขอรับ” เขากล่าว

“ได้ ข้าก็อยากให้อาจินนางได้พักด้วย” ท่านกั๋วกงกล่าวด้วยความกังวล

“พรุ่งนี้เจ้าปลอมตัวไปดูสถานการณ์ในเมืองแล้วเรามาวางแผนกันอีกที” เขากล่าวต่อ

“ขอรับท่านพ่อ” อูชิงกล่าวพร้อมกับคิดวางแผนมากมาย ก่อนที่จะหลับไปเพียงแต่เขาไม่ได้หลับลึกนัก เขาไม่กล้าหลับสนิทมาตลอดตั้งแต่เดินทางออกจากเมืองหลวงมา

“พ่อทำให้เจ้าลำบากแล้วลูกข้า” ท่านกั๋วกงกล่าวรำพึง พร้อมกับหลับตาลงมีน้ำตาที่ไหลลงข้างตาช้า ๆ

ข้าคือถิงถิง

ยามใกล้รุ่งในวัดร้างมีเพียงเสียงของเหล่านกน้อย และแมลงตัวน้อยค่อยส่งเสียงขับขาน

เด็กน้อยนอนลืมตากลมโต มือและขาน้อย ๆ ถูกผ้าผืนหนาพันรัดไว้ ขยับได้เพียงลูกตากลอกกลิ้งไปมา

ในสายตามองดูสภาพหลังคาเก่า ๆ ผนังอิฐที่ดูเก่าและห้องที่โล่งไม่มีอะไรเลย

สภาพไม่ใช่สถานพยาบาลที่หน่อยทหารแน่นอนและที่สำคัญผู้หญิงข้าง ๆ ยังใส่ชุดจีนโบราณอีกด้วย

ที่นี่ไม่ใช่ประเทศไทยแน่นอน!

‘แย่แล้ว แย่แล้ว’

ฉันทะลุมิติแบบในนิยายที่อ่านหรือนี่

‘ว่าแต่นี่เป็นนิยายเรื่องอะไรอ่า ฉันอ่านไปเยอะมาก’ มะลิพยายามคิดรำลึกความหลังจากนิยายที่อ่านมามากมาย

‘จริงสิ! ตระกูลเว่ย กำลังเดินทาง’ ฉันคิดออกแล้ว

‘แม่ทัพเว่ยออกเดินทางหลานสาวตายระหว่างคลอดเพราะนางจินซื่อลำบากจากการเดินทาง อาหารที่ไม่ได้สมบูรณ์นัก ทำให้หลานสาวที่คลอดออกมาอ่อนแอจึงตายจากไป ทำให้ทุกคนตรอมใจ

ท่านกั๋วกงเสียใจมากจึงเริ่มล้างแค้นราชวงศ์ ที่ตนเสียสละสู้ศึกมากมาย สุดท้ายถูกหักหลังคิดฆ่าครอบครัวตน เขาไปถึงดินแดนทางใต้ เรียกรวมเหล่าลูกน้องที่ยังภักดีตนคิดก่อกบฏ จะไปทำร้ายลูกหลานอีกฝ่ายให้สูญเสียเช่นตน

เป็นครอบครัวตัวร้ายและจะพ่ายแพ้ให้ตัวเอกที่เป็นโอรสของฉีอ๋องผู้ที่จะได้ขึ้นครองราชย์ ท่านกั๋วกงถูกฆ่าตัดหัวต่อหน้าประชาชน ศพทิ้งสุสานไร้ญาติ คุณงามความดีที่ทำมาต่างถูกลืมเลือน ยังดีที่มีสหายแอบนำศพไปฝังให้แต่มิอาจตั้งป้ายชื่อให้ได้’

‘หม่าเถียนฉีทำคลอดครั้งแรก แม้นางจะเรียนการทำคลอดจากนางกำนัลอภิบาลในวังหลวงมาแล้วก่อนที่จะต้องหนีตาย

นางต้องทำคลอดหลานสาวเองด้วยความจำเป็น หลานตายทำให้นางเงียบลงเอาความหวังไปใส่หลานชาย กวดขันให้เขาแก้แค้น

ระหว่างทางจะเจอกับนักฆ่า นางปกป้องลูกสะใภ้ที่อ่อนแอจึงโดนดาบฟันตัวแยกเป็นสองท่อนและตายจากไประหว่างทางเช่นกัน ศพต้องเผาแล้วเอาแบบขี้เถาไปเพื่อให้ออกเดินทางไปด้วยกันได้’

‘เว่ยอูชิง ช่วยพ่อในการฝึกนักฆ่าวางแผนในการแก้แค้นใช้เวลา 10 ปี เดินทางกลับเมืองหลวงฆ่าครอบครัวอ๋องต่าง ๆ ทั้งบุตรชายหญิง หลานสายตรงสายรอง แต่จะแพ้ให้กับฉีอ๋องเพราะลูกนอกสมรสของพระองค์ ที่เป็นพระเอกของเรื่องที่อายุเท่ากับ เว่ยอูฉางนั้นเอง ถูกฆ่าตัดหัวต่อหน้าประชาชน ศพทิ้งสุสานไร้ญาติ ได้บริวารอดีตลูกน้องท่านกั๋วกงช่วยฝังให้ไม่งั้นศพได้เป็นเพียงอาหารสุนัขแล้ว’

‘จางจินยี่ด้วยความอ่อนเพลียจากการคลอด ไม่ได้พักหลังคลอด ด้วยความเหน็ดเหนื่อยจากการเดินทางที่ยากลำบากและลูกสาวตายจากไป กำลังใจก็ลดลงสุดท้ายเห็นแม่สามีปกป้องตนตายต่อหน้า นางก็ตรอมใจหนักตายก่อนถึงเมืองปลายทางไม่นาน ศพนางถูกเผาเช่นกัน’

‘เว่ยอูฉางจะกลายเป็นคนเย็นชา ระหว่างการเดินทางด้วยความอดอยากทำให้ตัวไม่สูงและขี้โรค ยังถูกท่านพ่อกับท่านปู่เข้มงวดเพื่อให้เขาเป็นความหวัง ปลูกฝังให้แก้แค้นแทนน้องสาว

เป็นตัวร้ายที่น่าสงสารมาก พ่อแม่รักแต่ฝังใจเรื่องน้องสาว เลยเข้าใจว่าพวกท่านไม่รัก สุดท้ายตายโดยถูกโอรสฉีอ๋องเอาไปทำไหมนุษย์* ตายอย่างทรมานที่สุดเพราะท่านอ๋องทำร้ายเขาต่อหน้าท่านพ่อกับท่านปู่เลยเพราะแก้แค้นให้เหล่าพี่น้องตนที่ตายไป’

(*ไหมนุษย์ คือ การตัดแขนขา ควักลูกตา ตัดลิ้น เหลือเพียงตัวใส่ไหเท่านั้น)

‘ไม่นะทำไมคนดี ๆ ต้องถูกรังแกขนาดนี้ด้วย’ มะลิคิดแล้วน้ำตาซึม แต่เธอไม่ร้องออกมาเพราะว่ากลัวท่านแม่กับท่านย่าในชาตินี้ของเธอตื่น

ข้ามะลิขอสัญญาว่า ‘ในชาตินี้ข้าคือถิงถิง จะปกป้องพวกท่านเอง เราจะไปเริ่มชีวิตใหม่กัน ไม่ต้องอดอยาก ไม่ต้องแยกจาก ข้าจะให้ท่านแม่มีน้องให้ข้าเยอะ ๆ เลย’

หลังเธอคิดได้ก็เริ่มสำรวจสิ่งแวดล้อมรอบข้างอีกครั้ง และพยายามนึกเนื้อเรื่องไปด้วย

‘คนอื่นทะลุมิติมามีระบบ ข้าละ ข้ามีอะไรบ้าง?’

‘ฮาโหล! ระบบ ระบบ! ข้ามีระบบไหม? ตอบด้วย!’

เธอผู้ได้ชื่อว่าเป็นคนโชคดี ทำให้คนรอบข้างโชคดีจะไม่มีโชคเลยได้อย่างไร

พูดแล้วเธอตายเพราะระเบิดของยายลิล่านี้ แล้วทำไมโชคไม่ทำงานหว่า

หรือโชคพาเธอมาที่แห่งนี้แทนกันนะ คิดไปเรื่อยอีกแล้วยายมะลิ

ไม่มีระบบจริงหรือ งั้นลองอีกแบบละกัน

‘จงเข้ามิติ!’

หลังเธอคิดจบ สภาพแวดล้อมก็เปลี่ยนกลายเป็นร้านค้าขนาดเล็กที่แม่ของเธอเป็นเจ้าของอยู่ที่ทำให้เธอมีเงินปันผลใช้จนเรียนจบ

ในร้านค้ามีร้านขายยาเล็ก ๆ ที่แบ่งพื้นที่อยู่ภายใน มีโซนของใช้ อาหารสด เฟอร์นิเจอร์ ของใช้แม่และเด็ก นมผง โซนหนังสือและมีเสื้อผ้าด้วย นี้มันโชว์หวยครบวงจรเลยนี้นา ที่สำคัญด้านหลังยังมีโกดังเก็บสินค้าอีกด้วย

‘ขอบคุณสวรรค์นะคะ’ เธอกล่าวพร้อมโบกมือเล็กๆ ไปมา

ใช้แล้วเธอเข้ามาในมิติได้ด้วยกายเนื้อได้เลยแต่เธอมีร่างตามสภาพในปัจจุบัน เป็นเด็กทารกที่ยังเดินไม่ได้เลย

เธอลองนึกถึงนมผง ร่างเธอก็ไปอยู่ตรงโซนที่มีนมผงทันทีแต่ว่า เธอหยิบไม่ได้!

แล้วเธอจะทำอย่างไรดี?!

อุแว้! อุแว้! อุแว้!

ไหน ๆ ก็เข้ามาในมิติแล้วเธอขอร้องไห้ให้สะใจหน่อยเถอะ

เหนื่อยจังร่างเด็กนี้ทำอะไรนิดหน่อยก็เหนื่อยซะแล้ว

เธอรีบทะลุมิติกลับมาที่วัดร้างอีกครั้ง

แล้วเธอก็ค่อย ๆ หลับไปพร้อมกับความหิว แต่เธอไม่กล้าเรียกท่านแม่เลยปล่อยให้ตนเองหลับไป

เว่ยอูฉางลืมตามองไปบนหลังคาอย่างเหม่อลอย ‘นี้เขาได้ยินอะไร เสียงเด็กผู้หญิงที่เล่าเรื่องมากมายนี้คืออะไร?!’

‘เขาจะตายด้วยการโดนตัดแขนขานี้นะ!!’ เขาทำปากยื่นมาพร้อมปากที่พร้อมจะตะโกนร้องไห้ออกมา

แต่เขาก็ปิดปากตัวเองทัน ‘ไม่ได้! เขาจะทำให้เสียงนั้นรู้ตัวไม่ได้’

เขาค่อย ๆ ลุกจากตัวท่านพ่อ มองไปที่ห้องด้านหลัง แล้วก้าวเดินตามเสียงนั้นไป

โชคดีที่ผนังมีช่องแตกเล็ก ๆ หรือรูหนูเจาะก็ไม่แน่ที่ความสูงของเขามองเข้าไปได้ เขาจึงมองไปด้านในห้องที่มีเพียงแสงจันทร์เป็นลำแสงเล็ก ๆ ส่องผ่านหน้าต่างเข้ามาในห้อง

ในห้องมีท่านแม่ที่นอนอยู่ ท่านย่าที่ฟุบอยู่ข้างเตียง และน้องสาวของเขา

ในระหว่างที่เสียงนั้นยังดังอยู่ เขาก็เห็นน้องสาวหายไปต่อหน้าเขา

‘ว๊าก!’ โชคดีที่อาจารย์สอนวรยุทธ์ให้เขา ทำให้เขามีสติมากกว่าเด็กทั่วไป เขาร้องในใจ ปิดปากได้ทันก่อนเสียงจะหลุดออกมา

ถ้าทุกคนตื่นขึ้นมาแล้วพบว่าน้องสาวหายไปทุกคนต้องตกใจแน่

เขาจะทำอย่างไรดี ‘เขาควรเรียกท่านพ่อท่านแม่หรือไม่?’

เอาอย่างนี้หากเขานับ 1-10 เสร็จน้องสาวยังไม่มา เขาจะไปตามท่านพ่อ

‘ฮึบ!’ เขาสูดน้ำมูกน้ำตากลับลงไป ก่อนเริ่มนับเลขพร้อมมองเข้าไปในห้องเพื่อให้เห็นน้องสาวของเขาด้วย

ท่ามกลางเตียงที่ว่างเปล่าตรงมุมนั้น หลังอูฉางนับไปได้ถึง 9 ด้วยความตื่นเต้นและกังวล

เด็กทารกน้อยก็ปรากฏตัวบนเตียงนั้น เพียงช่วงเวลาที่เขากระพริบตาเท่านั้น

‘น้องสาว! น้องสาว!’ น้องเขากลับมาแล้วดียิ่งนัก

อูฉางมองจนมั่นใจว่าเด็กน้อยไม่ได้ส่งเสียงใด ๆ แล้ว เขาจึงค่อย ๆ เดินกลับไปนอนข้างกายท่านพ่อ

‘น้องสาวหิวแล้ว ตื่นมาเขาจะไปบอกท่านแม่’ เมื่อเขาท่องจำไว้แล้วก็นอนหลับไปเช่นกัน

เพียงแต่เขาคงคิดไม่ถึงว่าเมื่อเขาหลับตานอน ท่านพ่อเว่ยอูชิงของเขาก็ลืมตาขึ้นมาทันที

เว่ยอูชิง รู้สึกตัวตั้งแต่บุตรชายลุกขึ้นแล้ว เพียงแต่เขานึกว่าลูกชายจะไปห้องน้ำจึงแอบตามไปเงียบ ๆ ด้วยความกังวลถึงอันตรายจากเหล่าสัตว์ป่า

เขาเห็นลูกชายมองเข้าไปในห้องเล็กอยู่นาน เขาเพียงนึกว่าลูกคิดถึงท่านแม่ของเขาเท่านั้น

เขากำลังจะเดินเข้าไปกอดลูกชาย แต่เห็นลูกชายยกมือปิดปาก มีอาการสะดุ้งตกใจ แล้วเดินไปมา ทำท่าเหมือนกังวลหน้านิ่วคิ้วขมวด

อูชิงเลยมองดูต่อไปด้วยความสนใจว่าลูกชายอูฉางจะทำอะไรต่อ และตกใจอะไรกันแน่

แต่ลูกชายเขากลับมองไปในห้องอีกครั้งและ ชั่วจิบชาเท่านั้น อูฉางก็หันหลังเดินกลับมา

อูชิงรีบกลับไปนอนลงทันที และลูกชายเขาก็กลับมานอนเช่นเดียวกัน

อูชิงเพียงนอนรอเมื่อแน่ใจว่าลูกชายหลับแล้ว เขาก็ออกจากห้องโถง ไปยังตำแหน่งที่เขาเห็นลูกชายแอบมองเข้าไป

เมื่อเขามองเข้าไปเขาพบเพียงภาพคนทั้งสามภายในห้องที่แสนอบอุ่น

เขายิ้มแล้วส่ายหัวไปมา ลูกชายน่าจะคิดถึงคนในห้องแน่เลย

อูชิงรีบออกจากวัดไปหาสัตว์ป่ามาทำอาหารในยามเช้าทันที

ตั้งแต่มื้อเย็นที่ทานเพียงแป้งหมั่นโถวแห้ง ๆ พวกเขาก็ยังไม่ได้ทานอะไรเลย

ในป่าที่ดูอันตราย อูชิงหลบอยู่บนต้นไม้มองไปรอบ ๆ เขาพบกับไข่นกสี่ฟอง เขารีบนำใส่ในผ้าเช็ดหน้าแล้วยัดไว้ในอกเสื้อทันที

เมื่อมองไปรอบ ๆ เขาก็พบกับกระต่ายป่าที่กระโดด อยู่ไม่ไกล

ฟิ้ว! มีดบินลอยไปปักบนหัวกระต่ายป่าอย่างแม่นยำ

กระต่ายนอนนิ่งอยู่กับที่ทันที

อูชิงกระโดดลงไปเอากระต่ายตัวนั้นแล้วใช้วิชาตัวเบากลับไปที่วัดทันที

เขาไม่อยากทิ้งทุกคนไปนาน ๆ เพราะ มีแต่เด็กและผู้หญิง ท่านพ่อกั๋วกงก็บาดเจ็บที่ขาด้วย

ในวัดร้างตอนนี้ หม่าเถียนฉีตื่นแล้ว นางมองไปที่หลานสาวและสะใภ้ที่ยังหลับอยู่ นางคลำ ๆ ไปตรวจว่าหลานสาวขับถ่ายหรือไม่ เมื่อเห็นทุกอย่างเรียบร้อยนางก็ออกไปทำอาหารทันที

พอดีกับที่อูชิงกลับมาพอดี พร้อมกระต่ายในมือ

นางหม่าดีใจมากรีบต้มน้ำแล้วไปเก็บผักป่าที่นางพบบริเวณข้างบ่อน้ำ ในขณะที่อูชิงรีบจัดการกระต่ายอย่างรวดเร็ว

จากวัตถุดิบที่มี นางหม่าทำเพียงต้มผักป่าใส่เนื้อกระต่ายและใส่เกลือที่เหลืออยู่ไม่มากนักลงไปทานคู่กับหมั่นโถ่วแห้งที่นำไปปิ้งที่เหลืออยู่ นางหวังให้ลูกสะใภ้บำรุงจะได้มีน้ำนมให้เจ้าก้อนแป้งถิงถิงน้อยของนาง

อูชิงนำขนกระต่ายที่พึ่งถลกมาไปทำการตากแดดหวังทำชุดให้ความอบอุ่นแก่ก้อนแป้งน้อย

เขานำไข่นกที่ได้ไปเผาในกองไฟในขณะที่กำลังต้มเนื้อกระต่ายเพื่อเป็นของว่างให้กับลูกชายและทุกคนเพื่อบำรุงร่างกาย

เว่ยอูชิงภาวนาให้ชีวิตของพวกเขาดีขึ้น เขาจะพยายามอย่างเต็มที่เพื่อทุกคนเอง

นมของข้า

เช้าที่สดใส อบอวลไปด้วยกลิ่นหอมของเนื้อกระต่ายตุ๋น

ทารกน้อยที่หลับไปนานได้ตื่นแล้ว

‘หิวจัง หิว หิว!’ ถิงถิงบ่นตามสัญชาตญาณของร่างกาย

เธอค่อย ๆ ลืมตาขึ้นพบกับกลุ่มผมดำกลม ๆ กำลังมองเธออยู่

‘ไอ่หยา! เด็กนี่ทำตกใจหมดเลย’ หัวใจทารกน้อยเกือบหยุดเต้น

‘….’ อูฉางที่ถูกเรียกว่าเด็กนี่

“น้องสาว ตื่นแล้วหรือ?” อูฉางทักทายน้องสาวด้วยความตื่นเต้น

“แอ้!” เสียงที่ถิงถิงตอบพี่ชายของเธอ

‘ตื่นแล้ว! หิวแล้ว! ท่านแม่ตื่นหรือยังนะ?’ เธอคิดพร้อมกับพยายามหันไปมองท่านแม่

‘โอ้ท่านแม่ตื่นพอดีเลย ดียิ่ง!’

“ท่านแม่ น้องสาวหิวมากแล้วขอรับ” อูฉางรีบบอกท่านแม่ของเขาทันทีที่เห็นนางตื่นแล้ว

‘โอ้! ท่านพี่ท่านรู้ใจข้านัก’ เธอเห็นอูฉางรู้ใจเธอ ด้วยความดีใจจึงเรียกฉางฉางว่าท่านพี่ทันที

“แอ้!” เธอส่งเสียงตอบรับในทันที

“อูฉาง เจ้าออกไปตามท่านย่ามาหาแม่หน่อยนะลูก” จินยี่กล่าวกับบุตรชายอย่างอ่อนโยน

“ขอรับท่านแม่” อูฉางตอบรับพร้อมวิ่งไปท่านย่าทันที

“ท่านย่า! น้องสาวหิว ท่านแม่เรียกท่านขอรับ” อูฉางบอกท่านย่าพร้อมแกว่งแขนนางไปมาเบา ๆ ด้วย

“งั้นหรือ ข้าไปเดี๋ยวนี้ละ” เถียนฉีกล่าวพร้อมกับเดินเข้าไปในห้องทันที

“ท่านแม่! ข้าเจ็บเต้านมนัก แต่น้ำนมข้าไม่ออกเลยเจ้าค่ะ” จินยี่กล่าวด้วยความตกใจพร้อมน้ำตาที่ไหลออกมาด้วยความกังวล

“ไม่เป็นไร เดี๋ยวแม่ช่วยเจ้านวดให้” เถียนฉีกล่าวพร้อมกับก้าวไปอุ้มก้อนแป้งน้อยขึ้นมา

“เด็กดี! เด็กดี! อดทนหน่อยนะลูก” หม่าเถียนฉีกล่าวชมถิงถิงน้อยที่ไม่ร้องไห้งอแงเลย

“เด็กคนนี้รู้ความ ช่างเป็นเด็กมีบุญนัก!” นางกล่าวชมด้วยความปลื้มใจพร้อมกับวางถิงถิงน้อยลงไปอีกด้านห่างจากจินยี่เล็กน้อย

หม่าซือรีบก้าวขั้นไปบนเตียงนวดหน้าอกให้ลูกสะใภ้เพื่อให้นางมีน้ำนมออกมาให้เจ้าก้อนแป้งที่รออยู่

แต่ต่อให้จินยี่จะเจ็บแค่ไหนนางก็ไม่ร้องมีเพียงน้ำตาที่ไหลเป็นสายลงมาเงียบ ๆ

“ลองอุ้มถิงถิงมาดูดดูนะ เผื่อจะเรียกนมมาได้” หม่าฮูหยินสงสารลูกสะใภ้มาก ได้แต่ลองตามวิธีที่เคยรับรู้มา

ด้วยความที่ปกติเรือนขุนนางย่อมมีแม่นมรอพร้อมก่อนคุณหนูคุณชายจะเกิดมา เคยมีนายหญิงให้นมบุตรเองเสียที่ไหน ล้วนนาน ๆ ครั้งหรือไม่เคยให้เลยก็มีเช่นกัน น้อยนักที่นายหญิงของบ้านจะต้องให้นมเองเช่นนี้

อาจด้วยกลัวรูปร่างเสียหรือเป็นค่านิยมในสังคมด้วยเช่นกัน

“เจ้าค่ะท่านแม่” จินยี่กล่าวพร้อมรับลูกน้อยมาเข้าเต้า

“แอ้! แอ้!” ถิงถิงดูดจนเหงื่อซึมก็ไม่มีสิ่งใดออกมา

เธอนอนมองหน้าท่านแม่ด้วยสายตาว้าวุ่น

‘ท่านแม่! แม่!’ เธอพึ่งเห็นหน้าท่านแม่ในชาตินี้ของเธอชัด ๆ

นี่คือแม่ในชาติที่แล้วของเธอ พวกนางหน้าเหมือนกันเลย

ถิงถิงดีใจมาก เธอยิ้มหวานน้ำลายไหลออกมาทันที

เธอเริ่มอยากเห็นท่านพ่อแล้วสิ จะหน้าเหมือนพ่อในชาติที่แล้วของเธอหรือไม่กันนะ

ถิงถิงดีใจยิ่งนัก

ยิ่งตื่นเต้นน้ำลายก็ยิ่งไหลออกมา

จินยี่ได้แต่เช็ดน้ำลายให้ลูกสาวด้วยความทุกข์ใจยิ่ง

นางจะทำอย่างไรดี

“เดี๋ยวแม่กลับมา” หม่าฮูหยินกล่าวพร้อมกับลูบศีรษะลูกสะใภ้ด้วยความเมตตา

นางรีบออกไปตามอูชิงมา พร้อมกับกระซิบเบา ๆ ข้างหูของเขา

อูชิงฟังจบก็หน้าแดงหูแดงไปหมด พร้อมขานรับด้วยความเขิลอาย

ก่อนไปหม่าฮูหยินยังให้เขายกน้ำแกงกระต่ายเข้าไปถ้วยนึงด้วย

หลังจินยี่เห็นสามีเข้ามาพร้อมถ้วยน้ำแกงในมือ นางรีบกระชับเสื้อส่วนหน้าด้วยความเขิลอายทันที

แม้จริง ๆ แล้วมันจะปิดมิดชิดอยู่ เพียงมิได้ผูกเชือกเสื้อเท่านั้น

“อาจิน เจ้าดื่มน้ำแกงหน่อยเถิด ข้าจะอุ้มลูกเอง”อูชิงกล่าวพร้อมกับพยายามไม่มองภรรยาสาว เพียงค่อย ๆ วางถ้วยลง และหันไปอุ้มลูกสาวตัวน้อยขึ้นมา

จินยี่เห็นสามีมิได้จ้องตน ก็ค่อย ๆ สงบลง แสร้งหันไปยกถ้วยขึ้นมาดื่มช้า ๆ

‘ท่านพ่อหรือ ไหนขอข้าดูหน้าหน่อย’ ถิงถิงน้อยโบกมือไปมายิก ๆ

‘ท่านพ่อ! พ่อ!’ หน้าเหมือนกันเลย

‘ดีนัก ดียิ่งนัก’ เธอดีใจมากจนยิ้มหวานน้ำลายไหลใส่ท่านพ่อของเธอไปอีก

“ถิงถิง เจ้าน่ารักยิ่งนัก” อูชิงยิ้มหวานให้ลูกสาวพร้อมซับน้ำลายให้ไปด้วย

อูชิงเล่นกับถิงถิงน้อยไม่นาน จินยี่ก็ดื่มน้ำแกงหมด

เมื่ออูชิงหันไปสบตากับจินยี่ ก็ส่งยิ้มน้อย ๆ ให้ แล้วหันไปวางเจ้าก้อนแป้งน้อยลงบริเวณริมเตียงที่ห่างออกไปยิ่งนัก

‘เอ๋! ข้าไม่สนใจก็ได้ ข้าหิวจังเลย’ ถิงถิงได้แต่คิดและแทะมือตนต่อไป

อูชิงก้มไปกระซิบเบา ๆ ข้างหูจินยี่ว่า “ท่านแม่ให้ข้ามาช่วยลูกหาอาหาร”

จินยี่ที่ได้ยินก็เขิลหน้าแดง ก้มหน้างุดทันที

จินยี่ไม่รู้วิธีแต่นางทราบว่าอาหารของลูกอยู่ที่ใด

อูชิงหันไปมองเจ้าก้อนแป้งเห็นนางแทะมือเงียบ ๆ ก็ก้าวขึ้นเตียงไปโดยหันหลังบังสายตาของเจ้าก้อนน้อยเอาไว้

เขามองตาจินยี่ ยิ้มน้อย ๆ ค่อย ๆ เปิดเสื้อด้านหน้านาง ก่อนก้มลงไปช่วยดูดน้ำนมให้ลูกน้อย พร้อมนวดตามวิธีที่ท่านแม่ของเขา สอนมาก่อนที่จะเข้าห้อง

จินยี่เขิลยิ่งนัก เพียงแต่ตอนนี้นางเจ็บเกินกว่าจะรู้สึกอื่นใด ได้แต่ภาวนาให้น้ำนมไหล ให้ลูกน้อยของนางมีอาหารกิน

นางทราบดีว่าตอนนี้ข้าวสารเหลือน้อยยิ่งนัก คงป้อนน้ำข้าวให้ลูกได้เพียงมื้อสองมื้อเท่านั้น

อูชิงที่หูแดงค่อย ๆ เงยหน้าขึ้นมาทั้งที่ปากยังมี คราบน้ำนมขาว ๆ ติดอยู่ แววตาของเขาที่ร้อนแรง เพียงพริบตาก็เปลี่ยนเป็นอ่อนโยนทันที

จินยี่ลืมตามามองสามีของนาง เห็นปากเขาเลอะเช่นนั้น แม้นางจะอายแต่ก็รีบยกผ้าเช็ดหน้าจะซับปากให้เขา

อูชิงที่สบตานางอยู่แลบลิ้นออกมากวาดน้ำนมหยดนั้นเข้าปากทันที

“หวานนัก อาจิน” อูชิงกล่าวพร้อมรอยยิ้มน้อย ๆ ก่อนจะหันไปอุ้มเจ้าก้อนแป้งน้อยมาหาแหล่งอาหารของนางทันที

“ท่านพี่!” จินยี่รับลูกสาวมาพร้อมถลึงตาใส่สามีอย่างเขิลอาย

ถิงถิงน้อยที่หิวมานาน เธอได้กลิ่นน้ำนมก็หันหน้าเข้าอกมารดาทันที

‘อึก! อึก!’ เธอรีบกินจนเหงื่อชุ่มหน้าทันที

‘นมของข้า’ เธอกินอย่างอร่อยยิ่ง

“ช้า ๆ ระวังสำลักนะลูกรัก” จินยี่ได้แต่กล่าวอย่างจนใจ ทั้งที่สายตาไม่ละไปจากเจ้าตัวน้อยเลย

อูชิงมองภาพที่แสนอบอุ่นนั้น เขาดีใจยิ่งนักที่นางมีน้ำนมแล้ว ตอนนี้ขอเพียงบำรุงดีพอ นางย่อมมีน้ำนมให้ลูกได้กินอิ่มท้อง

อูชิงยิ้มหวานสบตากับจินยี่ก่อนจะค่อย ๆ เดินออกมาจากห้อง เพื่อไปแจ้งข่าวแก่มารดาของเขา ที่คงกำลังกังวลอยู่อย่างแน่นอน

“ท่านแม่ อาจินมีน้ำนมแล้วขอรับ” เขารีบเดินไปบอกกับมารดาที่กำลังป้อนข้าวลูกชายของเขาอยู่

“ขอบคุณสวรรค์! ดียิ่ง ดียิ่ง” หม่าฮูหยินมีความสุขมาก นางหันไปโค้งให้พระพุทธรูปด้วยความรู้สึกขอบคุณ นางขอพรและนางสมหวังแล้ว

“อร่อยมากเลยขอรับ ท่านย่า” อูฉางบอกหม่าฮูหยินหลังทานข้าวอิ่มแล้ว

เขาไม่ได้ทานเนื้อมาหลายวันแล้ว เนื้อวันนี้จึงอร่อยสำหรับเขามาก ๆ

หม่าฮูหยินได้แต่ลูบหัวหลานชายด้วยความสงสาร เมื่อไหร่กันที่หลานของนางต้องอดอยากเช่นนี้ ปกติมีพร้อมทั้งเนื้อและผัก ไม่กับข้าว 10 อย่างก็ต้องไม่น้อยกว่านี้

นางรีบปาดน้ำตาแสร้งก้มไปหยิบจาน แล้วเดินไปตักข้าวไปหาท่านกั๋งกงที่นอนพักอยู่อีกมุมนึงทันที

อูชิงมองบุตรชายพร้อมกับยิ้มกล่าวว่า “พ่อจะพยายามหาเนื้อมาให้ฉางฉางกินทุกวันนะลูก”

อูฉางไม่คิดว่าเขาได้กินเนื้อทุกวัน เขายิ้มตอบรับท่านพ่อ

“ท่านพ่อ ข้ามีเรื่องจะเล่าให้ฟังขอรับ” อูฉางที่คิดเรื่องเมื่อคืนขึ้นมาได้รีบดึงแขนท่านพ่อมาในที่ห่างท่านย่าทันที

อูฉางเล่าเรื่องที่เขาได้ยินเสียงน้องสาว และเรื่องที่น้องสาวหายตัวไปได้ ให้ท่านพ่อของเขาฟังทันที

ความสามารถของตระกูลเว่ยคือ จะมีความสามารถผ่านตาไม่ลืมเลือน ได้ยินไม่จางหาย เพียงแต่ตระกูลเว่ยทุกรุ่นล้วนเป็นขุนนางฝ่ายบู๊ จึงไม่มีคนทราบความสามารถนี้มากนัก หากไปสอบจอหงวนหาใช่เรื่องยากไม่

หาไม่แล้ว หากฝ่ายตรงข้ามทราบ ตระกูลเว่ยคงโดนล้างบางไปนานแล้วหากมีครบทั้งบุ๋นบู๊เช่นนี้

อูชิงฟังด้วยสีหน้าสงบ เพียงแต่ในใจเต้นตึกตักด้วยความตกใจ ยังคงระแวงสงสัยว่าเป็นเรื่องจริงใช่หรือไม่

“เจ้าได้ยินเสียงน้องสาวงั้นหรือ?” อูชิงถามฉางฉางด้วยน้ำเสียงที่สงบนิ่ง

“ขอรับท่านพ่อ” ฉางฉางตอบอย่างมั่นใจ

เขาทดสอบน้องสาวเมื่อเช้า เขาได้ยินเสียงในใจน้องจริง ๆ

หรือเขาควรแสดงต่อหน้าท่านพ่อดี ว่าน้องสาวเขาไม่ธรรมดาจริง ๆ นะ

ฉางฉางรีบดึงท่านพ่อไปหาน้องสาวทันที

ถิงถิงที่ดื่มนมอิ่มแล้วตอนนี้กำลังอยู่ในท่าพาดบ่าท่านแม่ ให้เรออยู่

จางจินยี่ลูบหลังถิงถิงด้วยรอยยิ้มอบอุ่น ตัวนางนุ่มนิ่มช่างน่ารักยิ่งนัก

หลังเรอแล้ว ท่านพ่อก็เดินเข้ามาอุ้มนางทันที

‘ไอหยา! ข้าปวดเบาแล้ว’ ถิงถิงน้อยหันหน้าดุ๊กดิ๊กส่ายไปมาน้อย ๆ

“ท่านพ่อ น้องสาวปวดเบาขอรับ” ฉางฉางรีบกระซิบบอกท่านพ่อทันที

อูชิงมองบุตรชายด้วยความสงสัย ก้มน้องเจ้าตัวเล็กที่กำลังส่งเสียง อ้อแอ้

‘ไม่นะ!’ ถิงถิงร้องอย่างสิ้นหวัง

เจ้าก้อนแป้งฉี่ใส่ท่านพ่อของนางเสียแล้ว

“อุแว้! อุแว้!” ถิงถิงร้องไห้ด้วยความอับอายปนเสียใจ

อูชิงมองสภาพเสื้อที่เลอะคราบน้ำจากฝีมือลูกสาวด้วยความจนใจ มองบุตรชายอย่างแปลกใจ แต่ไม่ลืมรีบปลอบโยนลูกสาวทันที

“ไม่เป็นไรนะลูก เป็นเรื่องปกติ ไม่ร้องนะไม่ร้อง” อูชิงปลอบโยนพร้อมกับรับผ้าอ้อมจากมือภรรยาไปทำความสะอาดเปลี่ยนให้เจ้าตัวน้อยทันที

ฉางฉางยกกะละมังใส่น้ำใบน้อยมาส่งให้ท่านพ่ออย่างรู้หน้าที่

“ขอบใจมาก ลูกรัก” อูชิงลูบหัวฉางฉางเบา ๆ ก่อนกล่าวชื่นชม

ฉางฉางยิ้มหวานก่อนเดินเข้าไปกอดท่านแม่ด้วยความเขิลอาย

อ่านต่อนิยายเรื่องนี้

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...