โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

9 แบงก์พาณิชย์ปัง โกยกำไรไตรมาส 1/2568 รวม 6.68 หมื่นล้าน

อีจัน

อัพเดต 21 เม.ย. 2568 เวลา 17.57 น. • เผยแพร่ 21 เม.ย. 2568 เวลา 10.47 น. • อีจัน

ผ่านมาแล้วกับโค้งแรกของปี 2568 หรือผ่านไตรมาส 1 (เดือนม.ค.-มี.ค.68) ท่ามกลางเศรษฐกิจไทยขยายตัวอย่างค่อยเป็นค่อยไป รวมถึงเกิดเหตุการณ์ช็อกกับการปรับขึ้นภาษีนำเข้าของสหรัฐฯ ถือเป็นแรงกระเพื่อมใหม่ที่ทำให้หลายประเทศทั่วโลกต้องปรับแผนตั้งรับกันถ้วนหน้า

อย่างไรก็ตาม แม้เศรษฐกิจจะเคลื่อนไหวไปในทิศทางใด แต่ธุรกิจกลุ่มสถาบันการเงิน ถือเป็นธุรกิจที่ต้องยืนหยัดได้ทุกสถานการณ์ ซึ่งช่วงนี้ถือเป็นฤดูการรายงานงบทางการเงิน โดยเฉพาะธนาคารพาณิชย์ทยอยประกาศผลไตรมาส 1/2568 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน

ล่าสุด วันนี้ (21 เม.ย.68) รวมธนาคารพาณิชย์ที่รายงานงบการเงินแล้ว 9 แห่ง โดยมีกำไรสุทธิรวม 66,797.48 ล้านบาท พบว่า ธนาคารกสิกรไทย (KBANK) มีกำไรสุทธิสูงสุดอยู่ที่ 13,791 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1.08% ส่วนธนาคารกรุงเทพ (BBL) กำไรสุทธิ 12,618 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 19.9% ขณะที่ธนาคารเกียรตินาคินภัทร (KKP) กำไรสุทธิ 1,062 ล้านบาท ลดลง 29.5%

สำหรับธนาคาร 9 แห่ง ดังนี้

  • ธนาคารกสิกรไทย (KBANK) กำไรสุทธิ 13,791 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1.08%
  • ธนาคารกรุงเทพ (BBL) กำไรสุทธิ 12,618 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 19.9%
  • ธนาคารไทยพาณิชย์ (SCB) กำไรสุทธิอยู่ที่ 12,502 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 10.8%
  • ธนาคารกรุงไทย (KTB) กำไรสุทธิ 11,714 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 0.32%
  • ธนาคารกรุงศรีอยุธยา (BAY) กำไรสุทธิ 7,533 ล้านบาท เติบโต 20.0%
  • ธนาคารทหารไทยธนชาต (ทีทีบี) กำไรสุทธิ 5,096 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.1%
  • ธนาคารซีไอเอ็มบี ไทย (CIMBT) กำไรสุทธิ 838.1 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 33.9%
  • ธนาคารทิสโก้ (TISCO) กำไรสุทธิ 1,643.38 ล้านบาท ลดลง 5.2%
  • ธนาคารเกียรตินาคินภัทร (KKP) กำไรสุทธิ 1,062 ล้านบาท ลดลง 29.5%

นางสาวขัตติยา อินทรวิชัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารกสิกรไทย เปิดเผยว่า ภาวะเศรษฐกิจไทยในไตรมาส 1 ปี 2568 ขยายตัวในกรอบจำกัด แม้การส่งออกสินค้าจะขยายตัวสูงจากผลของการเร่งส่งออกก่อนการปรับขึ้นภาษีของสหรัฐฯ แต่การผลิตภาคอุตสาหกรรม รวมถึงการลงทุนภาคเอกชนกลับไม่ได้รับอานิสงส์อย่างเต็มที่ เพราะปัญหาเชิงโครงสร้าง การแข่งขันสูง และความไม่แน่นอนของนโยบายการค้าของสหรัฐฯ

สำหรับในปี 2568 คาดการณ์ว่าเศรษฐกิจไทยจะขยายตัวต่ำกว่าปีก่อน โดยนอกจากเหตุการณ์แผ่นดินไหวช่วงปลายเดือนมี.ค. มีผลกระทบต่อภาคการท่องเที่ยว ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์และก่อสร้างแล้ว การปรับขึ้นภาษีตอบโต้ทางการค้าของสหรัฐฯ ยังมีผลกระทบต่อสินค้าส่งออกของไทยหลายรายการ

ซึ่งความตึงเครียดของสงครามการค้าจากการปรับขึ้นของภาษีตอบโต้นับเป็นความเสี่ยงเพิ่มเติมต่อการชะลอตัวของเศรษฐกิจโลก ขณะที่มาตรการของภาครัฐอาจช่วยประคองเศรษฐกิจได้เพียงบางส่วน เนื่องจากการใช้จ่ายในประเทศยังถูกกดดันจากฐานะทางการเงินที่เปราะบางและภาระหนี้ของภาคครัวเรือนที่อยู่ในระดับสูง

นายอาทิตย์ นันทวิทยา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เอสซีบี เอกซ์ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ปีนี้เริ่มต้นด้วยความท้าทายที่สำคัญ จากเหตุการณ์แผ่นดินไหวและความไม่แน่นอนอย่างสูงจากการขึ้นอัตราภาษีศุลกากรของสหรัฐฯ บริษัทฯ ได้ดำเนินมาตรการช่วยเหลือลูกค้ารายย่อยและเอสเอ็มอีที่ได้รับผลกระทบจากแผ่นดินไหวอย่างทันท่วงที เช่น การพักชำระหนี้ และการให้สินเชื่อเพื่อซ่อมแซมที่อยู่อาศัยและฟื้นฟูกิจการที่ได้รับผลกระทบ และคาดว่าผลกระทบต่อธุรกิจของกลุ่ม SCBX มีในวงจำกัด

สำหรับความเสี่ยงจากการขึ้นอัตราภาษีศุลกากรของสหรัฐฯ นั้น บริษัทฯ ประเมินว่าจะทำให้จีดีพีของประเทศปีนี้ลดลงเหลือ 1.5% และมีโอกาสทวีความรุนแรงมากกว่าคาดได้ บริษัทฯ ได้เตรียมความพร้อมเชิงรุก โดยติดตามสถานการณ์ของลูกค้าอย่างใกล้ชิด เพื่อประเมินผลกระทบทั้งทางตรงและทางอ้อม และร่วมมือกับลูกค้าในการพัฒนาแนวทางแก้ไขที่เหมาะสม

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...