9 แบงก์พาณิชย์ปัง โกยกำไรไตรมาส 1/2568 รวม 6.68 หมื่นล้าน
ผ่านมาแล้วกับโค้งแรกของปี 2568 หรือผ่านไตรมาส 1 (เดือนม.ค.-มี.ค.68) ท่ามกลางเศรษฐกิจไทยขยายตัวอย่างค่อยเป็นค่อยไป รวมถึงเกิดเหตุการณ์ช็อกกับการปรับขึ้นภาษีนำเข้าของสหรัฐฯ ถือเป็นแรงกระเพื่อมใหม่ที่ทำให้หลายประเทศทั่วโลกต้องปรับแผนตั้งรับกันถ้วนหน้า
อย่างไรก็ตาม แม้เศรษฐกิจจะเคลื่อนไหวไปในทิศทางใด แต่ธุรกิจกลุ่มสถาบันการเงิน ถือเป็นธุรกิจที่ต้องยืนหยัดได้ทุกสถานการณ์ ซึ่งช่วงนี้ถือเป็นฤดูการรายงานงบทางการเงิน โดยเฉพาะธนาคารพาณิชย์ทยอยประกาศผลไตรมาส 1/2568 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน
ล่าสุด วันนี้ (21 เม.ย.68) รวมธนาคารพาณิชย์ที่รายงานงบการเงินแล้ว 9 แห่ง โดยมีกำไรสุทธิรวม 66,797.48 ล้านบาท พบว่า ธนาคารกสิกรไทย (KBANK) มีกำไรสุทธิสูงสุดอยู่ที่ 13,791 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1.08% ส่วนธนาคารกรุงเทพ (BBL) กำไรสุทธิ 12,618 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 19.9% ขณะที่ธนาคารเกียรตินาคินภัทร (KKP) กำไรสุทธิ 1,062 ล้านบาท ลดลง 29.5%
สำหรับธนาคาร 9 แห่ง ดังนี้
- ธนาคารกสิกรไทย (KBANK) กำไรสุทธิ 13,791 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1.08%
- ธนาคารกรุงเทพ (BBL) กำไรสุทธิ 12,618 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 19.9%
- ธนาคารไทยพาณิชย์ (SCB) กำไรสุทธิอยู่ที่ 12,502 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 10.8%
- ธนาคารกรุงไทย (KTB) กำไรสุทธิ 11,714 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 0.32%
- ธนาคารกรุงศรีอยุธยา (BAY) กำไรสุทธิ 7,533 ล้านบาท เติบโต 20.0%
- ธนาคารทหารไทยธนชาต (ทีทีบี) กำไรสุทธิ 5,096 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.1%
- ธนาคารซีไอเอ็มบี ไทย (CIMBT) กำไรสุทธิ 838.1 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 33.9%
- ธนาคารทิสโก้ (TISCO) กำไรสุทธิ 1,643.38 ล้านบาท ลดลง 5.2%
- ธนาคารเกียรตินาคินภัทร (KKP) กำไรสุทธิ 1,062 ล้านบาท ลดลง 29.5%
นางสาวขัตติยา อินทรวิชัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารกสิกรไทย เปิดเผยว่า ภาวะเศรษฐกิจไทยในไตรมาส 1 ปี 2568 ขยายตัวในกรอบจำกัด แม้การส่งออกสินค้าจะขยายตัวสูงจากผลของการเร่งส่งออกก่อนการปรับขึ้นภาษีของสหรัฐฯ แต่การผลิตภาคอุตสาหกรรม รวมถึงการลงทุนภาคเอกชนกลับไม่ได้รับอานิสงส์อย่างเต็มที่ เพราะปัญหาเชิงโครงสร้าง การแข่งขันสูง และความไม่แน่นอนของนโยบายการค้าของสหรัฐฯ
สำหรับในปี 2568 คาดการณ์ว่าเศรษฐกิจไทยจะขยายตัวต่ำกว่าปีก่อน โดยนอกจากเหตุการณ์แผ่นดินไหวช่วงปลายเดือนมี.ค. มีผลกระทบต่อภาคการท่องเที่ยว ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์และก่อสร้างแล้ว การปรับขึ้นภาษีตอบโต้ทางการค้าของสหรัฐฯ ยังมีผลกระทบต่อสินค้าส่งออกของไทยหลายรายการ
ซึ่งความตึงเครียดของสงครามการค้าจากการปรับขึ้นของภาษีตอบโต้นับเป็นความเสี่ยงเพิ่มเติมต่อการชะลอตัวของเศรษฐกิจโลก ขณะที่มาตรการของภาครัฐอาจช่วยประคองเศรษฐกิจได้เพียงบางส่วน เนื่องจากการใช้จ่ายในประเทศยังถูกกดดันจากฐานะทางการเงินที่เปราะบางและภาระหนี้ของภาคครัวเรือนที่อยู่ในระดับสูง
นายอาทิตย์ นันทวิทยา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เอสซีบี เอกซ์ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ปีนี้เริ่มต้นด้วยความท้าทายที่สำคัญ จากเหตุการณ์แผ่นดินไหวและความไม่แน่นอนอย่างสูงจากการขึ้นอัตราภาษีศุลกากรของสหรัฐฯ บริษัทฯ ได้ดำเนินมาตรการช่วยเหลือลูกค้ารายย่อยและเอสเอ็มอีที่ได้รับผลกระทบจากแผ่นดินไหวอย่างทันท่วงที เช่น การพักชำระหนี้ และการให้สินเชื่อเพื่อซ่อมแซมที่อยู่อาศัยและฟื้นฟูกิจการที่ได้รับผลกระทบ และคาดว่าผลกระทบต่อธุรกิจของกลุ่ม SCBX มีในวงจำกัด
สำหรับความเสี่ยงจากการขึ้นอัตราภาษีศุลกากรของสหรัฐฯ นั้น บริษัทฯ ประเมินว่าจะทำให้จีดีพีของประเทศปีนี้ลดลงเหลือ 1.5% และมีโอกาสทวีความรุนแรงมากกว่าคาดได้ บริษัทฯ ได้เตรียมความพร้อมเชิงรุก โดยติดตามสถานการณ์ของลูกค้าอย่างใกล้ชิด เพื่อประเมินผลกระทบทั้งทางตรงและทางอ้อม และร่วมมือกับลูกค้าในการพัฒนาแนวทางแก้ไขที่เหมาะสม