โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทั่วไป

สนามบินฮีทโธรว์ในลอนดอนหยุดบริการหลังไฟไหม้สถานีไฟฟ้าย่อย

สำนักข่าวไทย Online

อัพเดต 21 มี.ค. 2568 เวลา 12.02 น. • เผยแพร่ 21 มี.ค. 2568 เวลา 03.46 น. • สำนักข่าวไทย อสมท

ลอนดอน 21 มี.ค. – ท่าอากาศยานลอนดอนฮีทโธรว์ (London Heathrow Airport) ในกรุงลอนดอน นครหลวงของอังกฤษกล่าวว่า จะหยุดให้บริการไปจนถึงเวลาเที่ยงคืนหลัจากเกิดไฟดับ ซึ่งเป็นผลมาจากเกิดเพลิงไหม้ที่สถานทีไฟฟ้าย่อยที่อยู่ใกล้เคียงที่เป็นสถานที่จ่ายกระแสไฟฟ้าให้กับสนามบิน

สนามบินฮีทโธรว์แจ้งข่าวผ่านทางแอปพลิเคชั่นเอ็กซ์ หรือ ทวิตเตอร์เดิมว่า สนามบินฮีทโรว์ จะปิดทำการไปจนถึงเวลา 23.59 น. ของวันที่ 21 มีนาคม ตามเวลาท้องถิ่น เพื่อความปลอดภัยของผู้โดยสารและเจ้าหน้าที่ของสนามบิน พร้อมกันนั้น ยังได้แนะนำผู้โดยสารว่าอย่าเดินทางมายังสนามบิน

โฆษกของสนามบินฮีทโธรว์ แจ้งสำนักข่าวรอยเตอร์ส ผ่านทางอีเมล์ว่า เจ้าหน้าที่ดับเพลิงรีบนำกำลังเข้าดับไฟครั้งนี้ แต่ขณะนี้ยังไม่มีความชัดเจนว่า โรงไฟฟ้าจะสามารถกลับมาจ่ายไฟได้อีกครั้งเมื่อใด และระบุว่า ทางสนามบินคาดว่า จะเกิดการหยุดชะงักและวุ่นวายอย่างมากในช่วงไม่กี่วันข้างหน้านี้

ยูโรคอนโทรล ซึ่งเป็นหน่วยงานบริหารจัดการปฎิบัติการควบคุมการจราจรทางอากาศทั่วยุโรป กล่าวผ่านทางเว็บไซต์ว่า เครื่องบินโดยสารไม่ได้รับอนุญาตให้ลงจอดที่สนามบินฮีทโธรว์ เนื่องจากไฟฟ้าดับและมีแผนสำรองเตรียมไว้แล้วสำหรับการเปลี่ยนเส้นทางเที่ยวบินต่าง ๆ ในขณะที่หน่วยดับเพลิงลอนดอนกล่าวว่า เจ้าหน้าที่ดับเพลิงเข้าดับไฟที่เขตเฮย์ส ทางตะวันตกของกรุงลอนดอนและอพยพประชาชนประมาณ 150 คน ตามมาตรการป้องกันภัยล่วงหน้า

ออฟฟิเชียล แอร์ไลน์ ไกด์ (Official Airline Guide) หรือ โอเอจี (OAG) ผู้ให้บริการข้อมูลการเดินทางทางอากาศระดับโลกระบุว่า สนามบินฮีทโธรว์ เป็นสนามบินที่มีผู้โดยสารมากที่สุดเป็นอันดับ 2 ของโลกในปี 2024 โดยมีสนามบินดูไบ เป็นอันดับ 1 ของโลก.-813.-สำนักข่าวไทย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...