ผมเป็นจอมเวทย์ธรรมดา การที่จะมีแต้มสกิลหลายร้อยล้านแต้มก็ไม่ใช่เรื่องแปลกใช่ไหม?
ข้อมูลเบื้องต้น
หลายหมื่นปีก่อน ดาวสีฟ้าดวงนี้ถูกรุกรานจากกองกำลังจากต่างดาวหลังจากการถูกรุกรานมนุษย์ที่เหลือรอดได้รวมตัวกันและฟื้นฟูดาวดวงนี้ให้กลับมามั่นคงอีกครั้ง
นี่คือยุคที่ทุกคนจะได้รับพลังพิเศษหลังจากปลุกอาชีพของตัวเอง
1 : วันแรกของการเป็นจอมเวทย์
โลกคู่ขนาน
หอประชุมใหญ่ประจำเมืองเต็มไปด้วยหนุ่มสาวจำนวนมากจากทั่วทั้งจังหวัด
วันนี้เป็นวันสำคัญในชีวิตของพวกเขา ซึ่งจะมีผลในการกำหนดทิศทางในอนาคตของพวกเขาหลังจากนี้
นักเรียนจำนวนมากนับไม่ถ้วนจากทั่วทั้งจังหวัดสวมชุดนักเรียนที่แตกต่างกันตามแต่ละโรงเรียน พวกเขายืนเรียงเป็นแถวตอนกันเป็นโรงเรียนและตามลำดับของห้องเรียนและเลขที่
บริเวณด้านหลังและนอกห้องประชุมเต็มไปด้วยเหล่าผู้ปกครองของนักเรียนเหล่านี้เพื่อร่วมลุ้นไปกับพวกเขา
โลกคู่ขนานใบนี้ถูกรุกรานโดยหลายกองกำลังนับไม่ถ้วน ดินแดนของดาวดวงนี้มากกว่าถึง 20 เท่าเมื่อเปรียบเทียบกับโลกที่ “ชิน”เคยอยู่อาศัยก่อนจะมาที่นี่
ด้วยการถูกรุกรานจากหลากหลายกองกำลัง ดังนั้นโลกใบนี้ มนุษย์ไม่ใช่เผ่าพันธุ์ที่อยุู่บนจุดสูงสุดของห่วงโซ่อาหารอีกต่อไป
ในพื้นที่แห่งความมืด มีสัตว์ประหลาดหรืออสูรที่เป็นสิ่งน่ากลัวและหวาดผวาอยู่นับไม่ถ้วน ซึ่งคุกคามเผ่าพันธุ์มนุษย์อยู่ตลอดเวลา
ในสภาพแวดล้อมที่อาจจะเสียชีวิตได้ตลอดเวลา มนุษย์จึงจำเป็นต้องพัฒนาตัวเองอยู่เสมอเพื่อให้สามารถดำรงชีวิตอยู่ได้
อย่างไรก็ตาม เนื่องจากว่ามีสิ่งที่มนุษย์ไม่สามารถต่อกรด้วยได้ ดังนั้นความโชคดีของมนุษย์อีกอย่างก็คือ พวกเขาได้รับสิ่งที่เรียกว่า ‘อาชีพ’
โดยมนุษย์ทุกคนบนโลกเมื่ออายุครบ 18 บริบูรณ์ จะต้องเข้ารับการปลุกอาชีพ ซึ่งเป็นข้อบังคับที่สมาพันธ์โลกร่วมกันตั้งกฎข้อนี้ขึ้นมา
อาชีพจะแบ่งออกเป็น 3 ประเภทหลัก ได้แก่ อาชีพประเภทต่อสู้ อาชีพสายสนับสนุน และอาชีพทั่วไป
อาชีพต่อสู้คือกลุ่มบุคคลแนวหน้า พวกเขามีหน้าที่หลักๆคือการต่อกรกับกองกำลังปีศาจและอสูร อาชีพสายสนับสนุน มีชื่อเรียกอีกอย่างว่าสายอาชีพที่รวยที่สุด มีหน้าที่ซับพอร์ตแนวหน้าหรือว่ากลุ่มอาชีพต่อสู้ ไม่ว่าจะเป็น ช่างตีเหล็ก ช่างทำอาวุธ หรือนักปรุงยาที่ปรุงยาฟื้นฟู ซึ่งรายได้หลักของพวกเขาก็มาจากอาชีพสายต่อสู้
สุดท้ายคือสายอาชีพทั่วไป ก็ไม่ได้เข้าใจอะไรยาก พวกเขาเป็นเหมือนกับคนธรรมดาทั่วไป เช่น หมอ เชฟ นักแสดง นักร้อง นักกีฬา เป็นต้น ซึ่งอาชีพพวกนี้เป็นอาชีพสายเอนเตอร์เทนในการสร้างสีสรรค์และบรรยากาศ
“ต่อไปโรงเรียนมัธยมประจำจังหวัด ม.6/1-ม.6/7” พิธีกรประกาศหลังจากการปลุกอาชีพของนักเรียนคนสุดท้ายของโรงเรียนก่อนหน้าจบลง
เจ้าหน้าที่จัดการเคลียร์สถานที่ ในขณะเดียวกันนักเรียนโรงเรียนมัธยมประจำจังหวัดเองก็เตรียมตัวสำหรับการปลุกอาชีพของตัวเองเช่นกัน
“แม่ง กดดันชิบหาย” นักเรียนชายคนหนึ่งแสดงอาการประหม่าอย่างชัดเจน ก่อนจะแตะถามคุยกับเพื่อนสนิทตัวใหญ่ที่เข้าแถวอยู่ด้านหน้า
“มึงไม่เครียดหน่อยเหรอว่ะชิน?”
“ไม่อ่ะ” ชินยักไหล่ชิวๆ
ชินเป็นคนจากต่างโลก และในฐานะที่เป็นคนที่มาจากต่างโลกก็คงต้องหนีไม่พ้นการมีนิ้วทองเป็นของตัวเอง
ระบบของชินคือระบบเพิ่มขึ้นไร้ขีดจำกัด ซึ่งระบบนี้ไม่มีอะไรมากเลยและมีสิ่งเดียวที่ระบบนี้สามารถทำได้ นั่นก็คือการเพิ่มแต้ม โดยแต้มอิสระเพิ่มขึ้น 1 แต้มทุกวินาที มีแค่นี้เลยจริงๆ
ในปีนี้เป็นปีที่ 18 ตั้งแต่ที่ชินได้รับระบบมา ดังนั้นจำนวนแต้มในปัจจุบันของเขาก็คือ 567,759,751 และเพิ่มขึ้นเรื่อยๆเสมอ
แต่เพราะว่ายังไม่ได้ปลุกอาชีพขึ้นมา ดังนั้นต่อให้มีแต่มากมายมหาศาลขนาดไหนในตอนที่ชินยังไม่ได้ปลุกอาชีพ เขาก็ไม่สามารถทำอะไรกับแต้มพวกนี้ได้
และในวันนี้! ในที่สุด! เขาก็สามารถใช้แต้มได้แล้วหลังจากการปลุกอาชีพ
เย้!!
ขั้นตอนของการปลุกอาชีพไม่ได้มีความซับซ้อนหรือว่าเข้าใจยากหรือว่าต้องมีการทดสอบอะไรทั้งสิ้น เพียงแค่ขึ้นไปบนเวทีแล้วแตะแผ่นหินเพื่อรับอาชีพและสกิลแรกของอาชีพของคุณ
“อัศนี” ชื่อของนักเรียนคนแรกถูกประกาศขึ้นด้วยระบบอัตโนมัติ เจ้าของชื่อก็ไม่รอช้าที่จะรีบเดินขึ้นไปบนเวทีและแตะแผ่นหิน
“นักกีฬา อาชีพทั่วไป”
“สุเมศ”
“นักดนตรี อาชีพทั่วไป”
“เจนจิรา”
“นักปรุงยา อาชีพสนับสนุน”
…
การรันคิวไปอย่างรวดเร็ว ในที่สุดก็มาถึงคิวของห้องที่ 2 ซึ่งตัวของชินจะขึ้นเป็นคนแรก
“ชินวุฒิ” เสียงประกาศเรียกชื่อของชินดังขึ้น
เขารีบขึ้นไปบนเวที เมื่อได้สัญญาณจากผู้ดูแลแผ่นหินชินก็ไม่รอช้าที่จะแตะแผ่นหินทันที
“จอมเวทย์ อาชีพต่อสู้”
เสียงพูดคุยดังขึ้นอีกครั้งหลังจากเงียบมานาน เพราะว่าตัวของชินเป็นคนที่ 5 ที่ปลุกอาชีพสายต่อสู้ ซึ่งเป็นสายอาชีพที่มีสัดส่วนในการปลุกได้ต่ำที่สุด แต่ถึงอย่างนั้นก็ไม่ได้เป็นที่ฮือฮามากนัก เพราะจอมเวทย์ก็เป็นอาชีพสายต่อสู้ทั่วไปที่พบเจอได้มากพอๆกับอาชีพนักรบ
ชินลงจากเวทีเมื่อปลุกอาชีพของตัวเองสำเร็จแล้วและไปยืนรอเพื่อนร่วมห้องในอีกฝั่งซึ่งเป็นบริเวณสำหรับคนที่ปลุกอาชีพแล้ว
ตึ้ง!
[คุณทำการปลุกอาชีพสำเร็จ ในตอนนี้คุณสามารถโยกย้ายแต้มอิสระเข้าสู่แผงสถานะของคุณได้]
เสียงแจ้งเตือนอันแสนคิดถึงดังขึ้น เสียงแจ้งเตือนครั้งล่าสุดที่ชินได้ยินคืนในช่วงที่เขาพึ่งเกิดหรือว่าช่วงแรกของการมาของระบบ
ชินไม่รอช้า เขารีบเปิดแผงหน้าต่างสถานะของตัวเองด้วยความรวดเร็ว
หน้าต่างสถานะนี้จะไม่มีใครมองเห็นทั้งสินนอกเหนือจากเจ้าของเพื่อป้องกันความเป็นส่วนตัว
หน้าต่างสถานะ
ชื่อ : ชินวุฒิ สกุลอรุณรุ่ง
อายุ : 18
ระดับ : 1
อาชีพ : จอมเวทย์
ความเชี่ยวชาญ : ธาตุลม
ฉายา : -
พลังชีวิต : 200
มานา : 100
ความแข็งแกร่ง : 20
ความอดทน : 100
จิตวิญญาณ : 50
จำนวนแต้มคุณลักษณะที่สามารถใช้ได้ : 0
จำนวนแต้มทักษะที่สามารถใช้ได้ : 0
ทักษะ : มีดสายลม(เรียกใช้)
หน้าต่างสถานะไม่ได้แสดงอะไรมากมาย และแสดงเพียงแค่สิ่งจำเป็น
ร่ายกายแสดงสถานะปัจจุบันหากค่าของร่างกายเป็น 0 เมื่อไหร่นั่นหมายความว่าคุณจะเข้าสู่ความตายทันทีโดยไม่สนใจอายุไข หากเปรียบเทียบให้เห็นภาพชัดเจนมันก็คือแถบเลือดในเกมออนไลน์นั่นเอง
แถบมานา แถบนี้เป็นแถบที่ใช้จ่ายค่าใช้งานของทักษะเรียกใช้เกือบทุกชนิด ยิ่งมานาเยอะก็ยิ่งใช้ทักษะระดับสูงได้บ่อยขึ้น
แถบความแข็งแกร่ง หรือหรือว่าแถบพลังโจมตี ซึ่งรวมทั้งพลังโจมตีเวทย์และกายภาพเอาไว้แล้ว แต่ชินเป็นจอมเวทย์ ดังนั้นพลังส่วนใหญ่ของเขาจึงเป็นพลังเวทย์
ความความอดทน ยิ่งแต้มของแถบนี้มากเท่าไหร่พลังชีวิตก็ยิ่งเพิ่มขึ้นมากเรื่อยๆ เช่นเดียวกับแถบจิตวิญญาณหากเพิ่มแต้มให้แถบนี้มากเท่าไหร่ปริมาณมานาสูงสุดก็จะเพิ่มขึ้นเรื่อยเช่นเดียวกันกับแถบความอดทน
และอีกสองอันที่เหลือก็คือแต้มที่สามารถนำไปอัพเกรดทักษะและค่าสถานะของตัวเองได้ ซึ่งแต้มเหล่านี้โดยปกติ วิธีการหาแต้มจะต้องไปออกผจญภัย ลงดันเจี้ยน ตีมอนและได้ดรอปไอเทมเป็นแต้ม ทำเควส หรือรับคะแนนผ่านทางช่องทางต่างๆ
แต่ชินมีแต้มอิสระอยู่ เขาสามารถย้ายแต้มจากระบบมาใส่ในแถบแต้มสถานะและแต้มทักษะได้
ว่าแล้วก็ย้ายเลยไม่ต้องรอช้า
‘ระบบย้ายแต้มอิสระไปที่แต้มสถานะและแต้มทักษะอย่างละ 100 ล้านแต้ม’
ติ้ง!
[ทำการย้ายแต้มสำเร็จ]
[แต้มอิสระปัจจุบันคงเหลือ 367,762,900]
แต้มทักษะและแต้มคุณลักษณะเปลี่ยนจาก 0 เป็น 100 ล้าน
ใจอยากจะอัพจะขาด แต่ว่าเอาไว้ก่อนเพราะตอนนี้ยังอยู่ในพิธี เอาไว้ไปอัพที่บ้านก็ยังไม่สาย
“ปฐมพร”
“ช่างตีเหล็ก อาชีพสนับสนุน”
“ฟู่วว สนับสนุนว่ะ ลุ้นแทบแย่” เอิร์ท เพื่อนสนิทของชินพูดขึ้นเป็นอย่างแรกหลังลงมาจากเวที
“เห็นไหมกูบอกแล้วว่าไม่ต้องเครียด” ชินย้ำประโยคก่อนหน้าที่เขาพูดเอาไว้พร้อมกับยิ้ม
พวกเขาสองคนงดพูดคุยกันชั่วคราวก่อนจะหันไปวุ่นวายกับหน้าต่างสถานะของตัวเองต่อ พวกเขาไม่ได้ถลำลึกสอบถามกันว่าค่าสถานะของแต่ละคนเป็นยังไง
เพราะหน้าต่างสถานะถ้าเปรียบเทียบมันก็เหมือนกับเลขหลังบัตรประจำตัวหรือว่าเลขหลังบัตรเครดิต เป็นสิ่งสำคัญที่ไม่ควรจะเปิดเผยออกมาให้คนอื่นรับรู้
พิธีของห้อง 2 จบลงด้วยความรวดเร็วไม่ต่างไปจากห้อง 1 พวกเขาปลุกอาชีพต่อสู้ทั้งหมด 3 คน สนับสนุน 10 คน และทั่วไป 27 คน
การปลุกของห้อง 3 4 5 6 และ 7 เริ่มขึ้นตามลำดับ และในที่สุดหลังจากผ่านไป 1 ชั่วโมงครึ่งการปลุกอาชีพของโรงเรียนพวกเขาก็จบลง
ทุกคนต่างแยกย้ายกันกลับบ้านของตัวเอง ซึ่งบางคนก็อาจจะกลับกลับรถของทางโรงเรียน หรือบางคนผู้ปกครองมาเชียร์ก็อาจจะกลับกับผู้ปกครอง หรือบางคนอาจจะกลับเองคนเดียวก็ได้
“งั้นชิน เอาไว้เจอกันนะ” เอิร์ทพูดก่อนจะโบกมือลาและเลือกกลับไปพร้อมกับทางโรงเรียน
ชินโบกมือลา ส่วนตัวของเขาเอง ชินเลือกที่จะกลับด้วยตัวเอง
เพราะเขามีสถานที่หนึ่งที่ต้องไปเพื่อที่จะรับทักษะใหม่
2 : ปลุกอาชีพปุ๊บ เงินบินออกจากกระเป๋าปั๊บ
หอสมุดจอมเวทย์ สาขาประเทศช้างศึก
“ยินดีต้อนรับค่ะ! มาสมัครสมาชิกใช่ไหมคะ?” พนักงานต้อนรับบริเวณเคาเตอร์สมัครสมาชิกทักทายด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม
“ครับ” ชินตอบพร้อมกับเดินไปบริเวณหน้าเคาเตอร์
“ถ้างั้นของบัตรประจำตัวด้วยค่ะ”
“นี่ครับ” ชินยื่นบัตรให้
เธอเสียบบัตรเข้ากับเครื่องสแกน ก่อนจะดำเนินการลงทะเบียนข้อมูลให้กับลูกค้าใหม่ตรงหน้า
เพียงแค่แปปเดียวไม่ถึง 3 นาที “การลงทะเบียนเสร็จสิ้นค่ะ สำหรับค่าธรรมเนียมการสมัครบุคคลอายุไม่เกิน 20 ปีจะอยู่ที่ 38,900 เหรียญต่อปีค่ะ“ หล่อนคืนบัตรประจำตัวของชินกลับมา
"ไม่ทราบว่าจะชำระผ่านทางช่องทางใดคะ?"
ชินคิ้วกระตุกเล็กน้อย นี่ราคานักเรียนนักศึกษาจริงดิ ราคาแทบจะเท่ากับเงินเดือนของค่าแรงมนุษย์เงินเดือนเดือนหนึ่งแล้วนะ
แต่พอคิดว่ามันหารต่อเดือนก็ตกเดือนละ 3,000 กว่า ก็ถือว่ารับได้
“สแกนจ่ายครับ” ชินตอบ ก่อนจะหยิบโทรศัพท์มือถือของตัวะองขึ้นมาและเปิดแอปพลิเคชั่นธนาคาร ส่วนตัวของพนักงานเองเธอก็กดรับการชำระเงินแบบคิวอาร์โค้ดที่หน้าจอ
“สแกนได้เลยค่ะ”
หน้าจอด้านหน้าของชินแสดงคิวอาร์โค้ดออกมา เขาก็ไม่รอช้าที่จะสแกนทันที
ตึ้ง!
ข้อความแจ้งเตือนว่าชำระเงินสำเร็จเด้งขึ้นมาบนหน้าจอสมาร์ทโฟนของเขา
”ชำระเงินสำเร็จค่ะ“
”เรียบร้อยค่ะคุณลูกค้า“ เธอตอบพร้อมกับวางใบเสร็จและบัตรสมาชิกไว้บริเวณถาดด้านหน้าก่อนจะอธิบายรายละเอียด
“บัตรนี้ คุณลูกค้าสามารถใช้ได้กับหอสมุดจอมเวทย์ทุกสาขานะคะ ทางเราเปิดบริการทุกวันตั้งแต่เวลา 7 นาฬิกาจนถึงเวลา 24 นาฬิกาค่ะ”
“ไม่ทราบว่าคุณลูกค้ามีอะไรจะสอบถามหรือเปล่าคะ?”
“ไม่มีครับ”
“ถ้าอย่างนั้นก็ขอให้คุณลูกค้าสามารถเรียนรู้ทักษะที่ต้องการได้นะคะ”
…
ชินติ้ดบัตรบริเวณประตู คริสตัลสีเขียวสว่างขึ้นพร้อมกับประตูที่เปิดออก ชินก็ไม่รอช้าที่จะเดินเข้าไปด้านใน
เวลานี้มีคนอ่านอยู่เพียงแค่ 2 คนเท่านั้น ซึ่งจากรูปร่างหน้าตาภายนอกและชุดที่สวมเป็นชุดนักเรียนชินคาดการณ์ว่าน่าจะเป็นคนที่พึ่งปลุกอาชีพเหมือนเขา
ชินไม่ได้สนใจพวกเขาก่อนจะเดินไปยังโซนหนังสือ
โซนหนังสือจะแบ่งออกเป็น 3 โซนหลัก
โซนแรกก็คือโซนหนังสือเวทย์ประเภทต่อสู้ โดยในโซนนี้ก็จะเป็นทักษะเวทย์มนตร์ระดับ 1 ทั้งหมด โดยมีทั้งหมด 10 ธาตุ ได้แก่ ดิน น้ำ ลม ไฟ แสง ความมืด น้ำแข็ง สายฟ้า ไม้ และ โลหะ
โซนนี้เป็นโซนหลักและโซนโปรดของจอมเวทย์ทุกคน เพราะทุกคนที่ปลุกอาชีพจอมเวทย์จะปลุกทักษะระดับ 1 ขึ้นมาด้วย 1 ทักษะ ซึ่งบางคนก็อาจจะได้ทักษะของธาตุน้ำ ธาตุดิน หรือไฟก็ว่าไป แต่นั่นไม่ใช่เรื่องสำคัญเพราะอย่างไรก็ตามจอมเวทย์ทุกคนสามารถเรียนรู้ทักษะธาตุกี่ชนิดก็ได้ ตราบใดที่คุณมีแต้มที่สามารถใช้อัปเกรดระดับทักษะเพียงพอ
โซนที่ 2 โซนเวทย์สนับสนุน อย่างที่รู้กันดีว่าจอมเวทย์มีข้อเสียที่แสนใหญ่หลวงก็คือ ระยะเวลาการร่ายสกิลที่ช้า และปริมาณมานาฟื้นฟูไม่ทันในการใช้งานทักษะระดับใหญ่ ต่อให้ดื่มน้ำยาฟื้นฟูมานาแต่ก็ต้องใช้เวลาพักสักครู่อยู่ดี ดังนั้นจอมเวทย์ทุกคนจึงต้องเรียนรู้ทักษะสายสนับสนุนด้วยตัวเองด้วย ไม่ใช่พึ่งพาผู้คนที่มีอาชีพสายสนับสนุนแต่เพียงอย่างเดียว
โซนสุดท้ายหรือว่าโซนทั่วไป เปรียบเสมือนกับเวทย์มนตร์อิสระ หากเคยดูภาพยนตร์เวทย์มนตร์มาก่อนก็จะเข้าใจได้เลยว่าโซนนี้เกี่ยวกับอะไร เวทย์ชงชา เก็บของ จัดระเบียบของ ล้างจาน และเวทย์อื่นๆที่เกี่ยวกับงานบ้านหรือว่าอำนวยความสะดวกทั้งหมดจะอยู่ในหมวดหมู่นี้
ชินเดินไปที่โซนที่สอง มองหาป้ายของแผนกเรียนรู้
หนังสือทุกเล่มของหอสมุดจอมเวทย์เป็นทักษะระดับ 1 ทั้งหมด ไม่มีสักเล่มเดียวที่เป็นระดับ 2 ขึ้นไปหรือมากกว่านี้
โดยสิ่งนี้เป็นสิ่งที่ทุกคนรู้กันดีเพราะมีในหนังสือหลักสูตรที่เรียนก่อนที่ทุกคนจะปลุกอาชีพของตัวเองขึ้นมา
ตามคำอธิบายในตอนที่เรียนในภาคทฤษฎี สกิลทุกอย่างของโลกใบนี้จะเริ่มต้นที่ระดับ 1และมากสุดที่ระดับ9 ซึ่งไม่ว่าคุณจะเก่งแค่ไหนระดับมากขนาดไหน เมื่อได้รับสกิลมาใหม่ยังไงสกิลก็จะเริ่มต้นที่ขั้นที่ 1 เสมอ ไม่ว่าจะเป็นสกิลติดตัวหรือเรียกใช้ก็ตาม
ในปัจจุบันยังไม่มีใครสามารถเพิ่มระดับทักษะของตัวเองให้ถึงระดับ 9 ได้แม้แต่คนเดียว
ซึ่งมากที่สุดในตอนนี้ก็คือระดับที่ 8 ซึ่งสาเหตุก็คือ ในการเพิ่มระดับของทักษะนั้นๆจำเป็นต้องใช้แต้มทักษะในการอัพเกรด
โดยยิ่งระดับสูงเท่าไหร่แต้มการอัปเกรดก็ยิ่งจะมากขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งเริ่มตั้งแต่ 500 แต้มไปจนถึง 1 ล้านแต้ม
เหมือนที่เคยพูดไปในบทที่แล้ว วิธีการหาแต้มก็คือการทำเควส ออกผจญภัย ดรอปไอเทมจากมอนเตอร์ หรือวิธีการใดๆก็ตามแต่
แต่ว่าแต้มที่ได้มันน้อยมาก
ถ้าบอกว่าน้อยขนาดไหน ก็ก่อนที่คุณจะทำเควสปลดล็อคระดับ 50 แต้มทักษะและแต้มคุณลักษณะที่หาได้แทบจะไม่เกินเลขสองหลักเลย โดยมันจะวนเวียนอยู่แค่ 5 ~ 10 แต้ม ในกรณีที่ตีดันเจี้ยน ต้องขออภัยด้วยเงื่อนไขการฟาร์มแต้มจากดันเจี้ยนไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะหากคุณไม่เคลียร์ระดับยากขึ้นไปคุณจะไม่มีทางดรอปแต้มทักษะสักแต้มแน่นอน
อย่างไรก็ตามก็ปฎิเสธไม่ได้ว่าระดับของทักษะคือตัวสะท้อนความแข็งแกร่งของผู้คนออกมาได้มากที่สุด เพราะว่าระดับก็เป็นเพียงแค่ตัวปลดล็อคที่จะทำให้คุณหาแต้มอัพเกรดทักษะกับแต้มอัพคุณลักษณะได้มากขึ้นเพียงเท่านั้น
ดังนั้นแม้ระดับของฉันจะต่ำกว่าคุณ แต่ก็ขอโทษทีเพราะระดับทักษะของฉันสูงกว่า ฉันสามารถเอาชนะคุณได้อย่างแน่นอน
ฉะนั้นหากคุณต้องการเป็นคนที่แข็งแกร่งคุณต้องพัฒนาความแข็งแกร่งของทักษะของคุณด้วยการทำงานหนัก
แต่ใครจะทำก็ทำไปเถอะครับ ผมขอไม่ทำแล้วกัน พอดีผมเป็นคนขี้เกียจ
…
“เจอแล้ว เล่มนี้แหละ”
ชินมองหน้าปกหนังสืออีกครั้งเพื่อความแน่ใจ “เรียนรู้รวดเร็ว” ทักษะที่มความสามารถตรงตัวแบบสุดๆ
เมื่อเรียนทักษะนี้การเรียนรู้ของคุณจะรวดเร็วขึ้น มีแค่นี้เลยจริงๆ เมจเป็นอาชีพที่ยิ่งคุณมีทักษะมากเท่าไหร่ก็ยิ่งดี เพราะอีกฝ่ายจะเดายากว่าคุณจะใช้งานทักษะอะไร
แต่การเรียนรู้มันก็เสียเวลาใช้เหตุ แต่ก็มีปราญ์มนตราท่านหนึ่งได้รับหนังสือทักษะเรียนรู้รวดเร็วมาจากการสังหารมอนเตอร์ในดันเจี้ยน ก่อนจะทำสำเนาทักษะและขายให้กับหอสมุดจอมเวทย์
เขาไม่เดินไปอ่านที่โต๊ะอ่านหนังสือ แต่เลือกที่จะอ่านบริเวณชั้นวางหนังสือโดยตรงเลย
ในฐานะนักเรียนชั้นนำ ชินค่อนข้างมั่นใจในความสามารถการอ่านของตัวเองอยู่พอสมควร
[คุณเรียนรู้ทักษะ เรียนรู้รวดเร็วสำเร็จ]
ทักษะ : เรียนรู้รวดเร็ว
ประเภท : ติดตัว
ระดับ : 1
ใช้มานา : 0
ระยะเวลาการร่ายทักษะ : ไม่มี
คูลดาวน์ : ไม่มี
ความสามารถ : พื้นฐาน - คุณจะเข้าใจสิ่งที่อ่านได้รวดเร็วขึ้นเล็กน้อย
“การอ่านเป็นพื้นฐานของทุกสิ่ง”
ต่อไปก็ทำการเพิ่มระดับให้ไปถึงระดับ 9
ทักษะสายสนับสนุนสูงสุดที่ระดับ 9 และไม่สามารถเพิ่มได้มากกว่านี้
แต่เอาเข้าจริงๆมันก็ไม่มีใครบนโลกใบนี้ยอมเสียแต้มทักษะอันแสนสำคัญไปอัพทักษะสนับสนุนหรอก นอกเหนือจากว่าแต้มจะเหลือเยอะจริงๆ
เหมือนกับชิน
[คุณใช้คะแนนทักษะ 500 คะแนน ทักษะขั้นที่ 1 เรียนรู้รวดเร็ว ของคุณได้รับการอัพเกรด พัฒนาเป็นทักษะ การหยั่งรู้พริบตา]
[คุณใช้คะแนนทักษะ 2000 คะแนน ทักษะขั้นที่ 2 การหยั่งรู้พริบตา ของคุณได้รับการอัพเกรด พัฒนาเป็นทักษะ จิตวิญญาณการเรียนรู้]
.
.
[คุณใช้คะแนนทักษะ 1000000 คะแนน ทักษะขั้นที่ 3 ปราชญ์แห่งปัญญา ของคุณได้รับการอัพเกรด พัฒนาเป็นทักษะ ผู้รอบรู้]
[คุณเป็นคนแรกที่อัพเกรดทักษะเรียนรู้รวดเร็ว(1)เป็นผู้รอบรู้คนแรก(9) สำเร็จ ทักษะผู้รอบรู้พัฒนาเป็นทักษะ เทพอักษร]
ทักษะ : เทพอักษร
ประเภท : ติดตัว
ระดับ : 9
ประเภท : สนับสนุน
ใช้มานา : 0
ระยะเวลาการร่ายทักษะ : ไม่มี
คูลดาวน์ : ไม่มี
ความสามารถ : นายแห่งอักษร - หากมีหนังสือในระยะ 250 เมตรรอบตัวคุณ คุณจะได้รับความรู้ความเชี่ยวชาญและ/หรือทักษะทั้งหมดในหนังสือทุกเล่มในระยะทั้งหมดโดยไม่สนเงื่อนไข ทักษะที่มีผลคล้ายกันจะผสานกันและเกิดเป็นทักษะใหม่
เพิ่มขึ้นอย่างทวีคูณ : หลังจากการอัปเกรดระดับทักษะแล้ว คุณจะได้รับทักษะในระดับเดียวกันเพิ่มอีกหนึ่งทักษะ
ลายอักษรคือพลังปัญญาอันไร้ขอบเขต - เอริค
3 : อาชีพใหม่ของปีนี้ได้แก่…
บ้านของชิน
“เวทย์มนตร์มันสะดวกจริงๆเลยนะเนี้ย” ข้าวของในบ้านที่รกระเกะระกะไม่เป็นระเบียบบินกลับเข้าที่ที่มันควรจะอยู่เองอัตโนมัติ ส่วนของที่เลอะสกปรกมันก็ไปทำความสะอาดตัวเองพร้อมกับทำให้แห้งแล้วค่อยไปเก็บที่เดิม
นี่สินะวิถีของจอมเวทย์
นี่สินะเวทย์มนตร์
หลังสิ้นสุดภารกิจที่ห้องสมุด ชินแวะไปที่ห้างเล็กน้อยเพื่อซื้อเสื้อผ้าใหม่ ก่อนจะรีบกลับมายังบ้านด้วยรถไฟฟ้าใต้ดิน
ต้องขอบคุณการคมนาคมของโลกนี่ที่แสนจะสะดวกสบายเพราะทุกอย่างเชื่อมต่อกันไปหมด ไม่ว่าจะไปที่ไหนก็สะดวก แม้แต่การเข้าเมืองก็สามารถเดินทางเข้าไปได้อย่างรวดเร็ว รถไฟ้ฟ้าใต้ดินก็ดี แท่นเทเลพอร์ตก็ดี แต่สำหรับคนที่พึ่งจะยากจนหมาดๆอย่างชินทางเลือกเดียวที่เขาใช้ได้ก็คือรถไฟฟ้าใต้ดิน
ในหอสมุดจอมเวทย์ หลังจากรัวนิ้วอัพสกิลเรียนรู้เร็วอย่างมันมือจนถึงกลายเป็นเทพอักษร ชินก็รับความรู้ของทักษะทุกอย่างในห้องสมุดแห่งนั้นมาจนหมดโดยไม่ต้องอ่านหนังสือสักเล่ม
ซึ่งพอนับออกมา ชินได้ทักษะของโซนที่ 1 มาทั้งหมด 10 ทักษะเฉลี่ยก็คือเขาได้ความสามารถของทุกธาตุอย่างละ 1 ทักษะ ดูเหมือนว่าทักษะทั้งหมดมันดูคล้ายกันเลยทำให้นายแห่งอักษรรวมทักษะทั้งหมดของธาตุนั้นๆและสร้างออกมาเป็นทักษะเฉพาะตัวให้กับเขา
ชินตอนนี้มีเวทย์อัตลักษณ์ธาตุเป็นของตัวเองครบทุกธาตุ แม้กระทั่งมีดสายลมที่เป็นทักษะแรกของชอนเองก็ถูกเอาไปรวมและรีออกมาใหม่ ทำให้ทักษะแรกธาตุลมของเขาไม่ใช่มีดสายลมอีกต่อไป แต่ว่ากลายเป็น ดาบวายุ
เวทย์สนับสนุนก็อย่าให้ขาด โดนเทพอักษรรีเวิร์คกลายเป็นเวทย์อัตลักษณ์ไปแบบเช่นเดียวกันกับเวทย์อัตลักษณ์ธาตุ เวทย์ตรวจสอบ เวทย์ลดคูลดาวน์ทักษะ เวทย์ฟื้นฟูมานา เวทย์ล้างสถานะ เวทย์ฟื้นฟู ฯ ก็เก็บมาครบ
และเวทย์ทั่วไปชินเก็บมาแทบจะครบทั้งหมดที่เขาคิดว่ามันจำเป็นในการดำรงชีวิต เวทย์งานบ้าน เวทย์ทำความสะอาด เวทย์จัดระเบียบ เวทย์ทำอาหาร เวทย์จัดการขยะ และอีกหลากหลายอย่างที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิต
และด้วยความร้อนวิชาเลยทำให้ชินรีบบึ่งตรงกลับบ้านเพื่อจะลองใช้เวทย์มนตร์ที่ตัวเองเรียนรู้มาทันที
ชินก็ไม่ได้โง่พอที่จะร่ายเวทย์โดยไม่สนใจอะไรเลย
เขาพึ่งจะปลุกอาชีพดังนั้นปริมาณมานาของเขายังน้อยเกินกว่าที่จะใช้เวทย์มนตร์พวกนี้ สิ่งแรกที่ชินต้องทำก็คืออัพเกรดค่าสถานะของเขาให้สูงพอที่จะใช้เวทย์มนตร์เหล่านี้ได้ตามใจชอบโดยไม่ต้องสนใจหรือว่ากังวล
แต้มปัจจุบันที่ชินโอนมาจากระบบคือ 100 ล้านแต้ม
จำนวนแถบที่สามารถอัพเกรดเพิ่มได้มีทั้งหมด 3 แถบ ความแข็งแกร่ง ความอดทน และจิตวิญญาณ
หากเป็นจอมเวทย์คนอื่นเมื่อมีแต้มคุณลักษณะแล้วจะเน้นอัพไปที่จิตวิญญาญเป็นหลัก เพราะจอมเวทย์หรือว่าเมจเป็นอาชีพที่ใช้มานาเยอะมาก การอัพค่านี้มากก็จะทำให้มานามีมากขึ้น
แต่มันก็จะมีเมจอยู่คนนึงนั่นแหละที่จะไม่เล่นเหมือนกับคนอื่น เพราะว่าไอ้เมจคนนั้นมันมีระบบยังไงล่ะ!
จัดไปเลยครับ!
ได้เวลาบริหารนิ้วอีกรอบ
ความแข็งแกร่ง 33 ล้านแต้ม ความอดทน 33 ล้านแต้ม จิตวิญญาณ 34 ล้านแต้ม
ในการอัพเกรดคุณลักษณะไม่มีขีดจำกัดสูงสุดในการอัพเกรดในแต่ละวัน สัปดาห์ หรือเดือน ต่อให้มีแต้มเป็นพันล้านหมื่นล้านจะใช้อัพให้หมดภายในวันเดียวก็ได้
ชินลากลูกศรจากซ้ายไปขวา จำนวนแต้มที่ใช้เพิ่มขึ้นเรื่อยๆตามจำนวนที่เขาต้องการจะใช้ เมื่อตรงกับความต้องการแล้วชินก็กดตกลง
[การอัพเกรดสำเร็จ ความแข็งแกร่งของคุณเพิ่มขึ้น 33 ล้านแต้ม]
ในตอนนี้ความแข็งแกร่งเขาเพิ่มขึ้น 33 ล้านแล้ว
เขาทำแบบเดียวกันกับอีกสองแถบที่เหลือ กด+ ลากลูกศร และก็กดยืนยัน
[การอัพเกรดสำเร็จ ความอดทนของคุณเพิ่มขึ้น 33 ล้านแต้ม]
[การอัพเกรดสำเร็จ จิตวิญญาณของคุณเพิ่มขึ้น 34 ล้านแต้ม]
พลังชีวิตของชินเพิ่มขึ้นอีก 220 ล้านแต้ม มานาเพิ่มขึ้น 270 ล้านแต้มทันที ด้วยพลังโจมตี พลังชีวิต และจำนวนมานาที่มากมายขนาดนี้ในปัจจุบัน ชินค่อนข้างมั่นใจว่าไม่มีใครที่สามารถเอาชนะเขาได้ อย่างน้อยก็ในตอนนี้
การอัพเกรดคุณลักษณะไม่เพียงแต่จะปรับปรุงประสิทธิภาพด้านในเท่านั้น แต่ว่ามันส่งผลถึงการอัพเกรดคุณลักษณะภายนอกด้วยเช่นกัน
ตามหนังสือตำราเรียน การค่อยๆอัพเกรดที่ละนิดละหน่อย การเปลี่ยนแปลงลักษณะภายนอกของพวกเขาอาจจะไม่ได้แสดงผลออกมาหรือว่าแสดงผลออกมาน้อยมาก แต่การอัพเกรดปริมาณมากในทีเดียวทำให้รูปร่างลักษณะเปลี่ยนไปแบบที่สามารถสังเกตเห็นชัด ซึ่งนี่ก็เป็นอีกหนึ่งเรื่องปกติเพราะในการปลุกอาชีพ
ชินเป็นคนที่มีรูปร่างและใบหน้าที่ดีอยู่แล้วการที่เขาเพิ่มคุณลักษณะจำนวนมากในครั้งเดียวจึงทำหิ้นมีรูปร่างลักษณะและใบหน้าที่สมบูรณ์แบบมากขึ้น
“รู้สึกเหมือนกับร่างกายเต็มไปด้วยพละที่เอ่อล้นออกมาแบบที่ไม่เคยรู้สึกมาก่อน” ชินมองมือทั้งสองข้างของตัวเองที่กำหมัดอยู่
ผ่านไปมานานในที่สุดชินก็ซึมซับพลังของตัวเองให้อยู่ในจุดที่สามารถควบคุมได้อย่างสมบูรณ์แบบ ซึ่งนี่ก็เป็นข้อเสียของการอัพคุณลักษณะเป็นจำนวนมากทีเดียวเช่นกันเนื่องจากการทำเช่นนี้มีโอกาสสูงที่พลังจะหลุดการควบคุมและทำให้เกิดอันตรายขึ้น
แต่ทั้งที่เป็นเรื่องสำคัญขนาดนี้ ในหนังสือกลับไม่ได้มีบอกหรือมีสอนซะงั้น
“สัญญาเลยว่าหลังจากนี้จะไม่พรวดพราดอัพแต้มเพิ่มเยอะรวดเดียวแบบนี้อีก” ชินพูดกับตัวเองตรงหน้ากระจก
หลังจากนี้จะค่อยๆเป็นค่อยไป อาจจะลดลงมาเหลือวันละหมื่นแต้มก็คงจะได้(มั้ง)
“ช่างเถอะ! มันผ่านไปแล้วไปอาบน้ำก่อนดีกว่า”
สภาพของชินในตอนนี้คือเปลือยท่อนบนเนื่องจากการโตของกล้ามเนื้อทำให้เสื้อนักเรียนที่เขาใส่ในปัจจุบันไม่สามารถรองรับไหวจนปริขาด ส่วนสูงของชินเพิ่มขึ้นเป็น 190 จากเด็กหนุ่มกลายเป็นชายหนุ่มร่างสูงใหญ่ที่สะท้อนความแข็งแกร่งออกมาชัดเจน กล้ามเนื้อแน่นสวยงามได้รูปราวกับนักรบ ผิวกายสีแทน เส้นผมสีน้ำตาลเข้มยุ่งเล็กน้อย ใบหน้าของเขาคมเข้มและมีเสน่ห์ผสานกับคิ้วหนาและดวงตาที่ดูเฉียบคมราวกับแม่ทัพในสนามรบ ถ้าไม่บอกว่ามีอาชีพเป็นจอมเวทย์ก็น่าจะถูกเข้าใจผิดได้ง่ายๆว่ามีอาชีพเป็นนักรบเมื่อมองจากรูปลักษณ์ภายนอก
“คิดถูกที่ซื้อเสื้อผ้าใหม่มาด้วย ไม่งั้นไม่มีเสื้อผ้าใส่แหง” ชินหัวเราะกับตัวเองเบาๆ
…
10 นาทีหลังจากนั้น
ตอนนี้เป็นเวลา 4 ทุ่ม ชินอาบน้ำและเปลี่ยนเป็นชุดนอนนอนเล่นอยู่บนเตียง มือทั้งสองข้างถือโทรศัพท์ในแนวนอนที่แสดงให้เห็นได้ชัดว่าเจ้าตัวกำลังเล่นเกมอยู่
แม้จะเป็นยุคของพลังพิเศษ เกมมือถือหรือว่าเกมออนไลน์ก็ไม่ได้เป็นสิ่งที่สูญหายไป กลับกันมันก็เป็นเหมือนกับสิ่งให้ความบันเทิงอย่างหนึ่ง
แล้วก็ไม่ใช่แค่เกมอย่างเดียว ทั้งกีฬาต่างๆ รายการทางออนไลน์ รายการทางโทรทัศน์ต่างๆ ก็มีเหมือนกับโลกใบเดินของชิน แตกต่างกันเพียงแค่โลกใบนี้มีสิ่งที่เรียกว่าพลังวิเศษเพิ่มขึ้นมาเท่านั้นเอง
Victory!
ไอคอนชัยชนะแสดงขึ้นมาหน้าจอหลังจากที่ทีมของชินทำลายป้อมใหญ่อีกฝ่ายสำเร็จ ซึ่ง MVP ก็จะเป็นใครไปไม่ได้นอกจากตัวของชินเอง
ชินปัดเกมทิ้งก่อนจะคลิกเข้าไปในแอปสื่อสังคมออนไลน์สีน้ำเงิน
วันนี้เป็นวันปลุกอาชีพของประเทศ ทุกปีจะมีอะไรสักอย่างที่แปลกๆโผล่ขึ้นมาที่ทำให้น่าประหลาดใจบ้าง
อย่างเช่น คนที่ปลุกอาชีพแปลกๆ
ปีที่แล้วเป็น หมอผี ปีก่อนหน้าเป็น นักโบราณวัตถุ ขอบเขตของอาชีพเริ่มขยายกว้างขึ้นเรื่อยๆทุกปี
ส่วนปีนี้เป็น…
ห้ะ!!