โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

Bitcoin ทำ All Time High 75,000 ดอลลาร์ ท่ามกลางชัยชนะของทรัมป์ ไปต่อได้แค่ไหน?

การเงินธนาคาร

อัพเดต 07 พ.ย. 2567 เวลา 15.42 น. • เผยแพร่ 07 พ.ย. 2567 เวลา 07.34 น.

ชัยชนะของ Donald Trump ในการเลือกตั้งประธานาธิปดีสหรัฐฯ ถือเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่เพิ่มความผันผวนในตลาดทุนโดยเฉพาะสินทรัพย์ดิจิทัลอย่าง Bitcoin ที่ทาง Trump มีการออกตัวและมีนโยบายสนับสนุนมาตลอดช่วงการหาเสียง

อีกทั้งราคา Bitcoinได้มีการปรับตัวขึ้นมาเรื่อย ๆ ก่อนการเลือกตั้งและในช่วงสาย ๆ ของวันที่ 6 พฤศจิกายน 2567 (ตามเวลาในบ้านเรา) ราคา Bitcoinก็มีการปรับตัวขึ้นอย่างรุนแรงจนทำจุดสูงสุดตลอดกาลใหม่ (All Time High) ได้ในที่สุดที่ราคา 75,000 ดอลลาร์ เนื่องจากผลการเลือกตั้งเริ่มมีความชัดเจนว่า Donald Trump จะเป็นฝ่ายชนะการเลือกตั้งในครั้งนี้

คำถามที่ตามมาคือ Bitcoin จะสามารถทำ All Time High ต่อเนื่องได้หรือไม่?

ในเรื่องของนโยบาย สิ่งที่ต้องพิจารณาคือ ทิศทางนโยบายเศรษฐกิจและการดำเนินนโยบายสนับสนุนBitcoin และคริปโทเคอร์เรนซี่ ของทรัมป์

สำหรับนโยบายทางเศรษฐกิจ หนึ่งในนโยบายสำคัญของทรัมป์ก็คือ การลดภาษีนิติบุคคลและไม่เก็บภาษี Tips และ OT ทำให้เงินมีแนวโน้มไหลเข้าตลาดสินทรัพย์เสี่ยงมากขึ้นเนื่องจากปัจจุบันกำลังอยู่ในช่วงดอกเบี้ยขาลง

ส่วนนโยบายของทรัมป์ที่สนับสนุนคริปโทเคอร์เรนซี่ที่จะเพิ่มโอกาสการเติบโตของตลาดคริปโทฯ ได้หลักๆ นั้นมี ดังนี้

  • National Bitcoin Reserve : นำBitcoin ที่ยึดมาได้ประมาณ 208,000 BTC มาเป็น National Reserve
  • สนับสนุนการเก็บBitcoin ด้วยตัวเอง (Self Custody)
  • เปลี่ยนประธาน SEC: หาคนที่ Crypto Friendly มากกว่า Gary Gensler มาแทนเพื่อให้ง่ายต่อการสานต่อนโยบาย
  • ดัน US ให้กลายเป็น Crypto Hub: จะทำให้การกำกับดูแลเป็นมิตรกับการทำธุรกิจคริปโทฯมากขึ้น ส่งเสริม innovation ให้เกิดขึ้นใน US
  • การลดกฎระเบียบและการสนับสนุนการขุดบิตคอยน์: นโยบายที่ลดข้อจำกัดและสนับสนุนการขุดบิตคอยน์ภายในประเทศ
  • จัดตั้งสภาที่ปรึกษาประธานาธิปดีเกี่ยวกับคริปโทฯเพื่อแนะนำเรื่องการกำกับดูแลที่เหมาะสมเพื่อให้อุตสาหกรรมคริปโทฯเติบโตได้อย่างยั่งยืน

อย่างไรก็ตาม นักลงทุนก็ต้องคอยติดตามดูว่าทรัมป์จะสามารถทำให้เกิดขึ้นจริงได้มากน้อยแค่ไหน โดยนโยบายที่ถ้าเป็นไปได้แล้วจะเป็นผลบวกกับตลาดคริปโทฯ มากที่สุดคือการนำBitcoin มาเป็น Strategic Reserve ที่จะส่งผลให้Bitcoin กลายเป็นสินทรัพย์ที่ได้รับการยอมรับจากประเทศมหาอำนาจอย่างสหรัฐฯ ซึ่งจะทำให้ประเทศอื่นๆ ทั่วโลกไม่สามารถมองBitcoin ในแง่ลบได้อีกต่อไป

แต่เอาเข้าจริงแล้ว ถ้าหากตัดเรื่องของนโยบายออกไปแล้วพิจารณาในภาพใหญ่ ตลาดสินทรัพย์เสี่ยงก็ได้รับผลเชิงบวกจากการลดดอกเบี้ยของธนาคารกลางทั่วโลกพร้อมกับนโยบายการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลประเทศต่างๆ ที่จะทำให้ Global Liquidity เพิ่มสูงขึ้นอยู่แล้ว รวมถึงการยอมรับBitcoin โดยตลาดการเงินกระแสหลักที่นำโดย BlackRock ทำให้ทางเรามองว่าสิ่งเหล่านี้นั้นเป็นปัจจัยหลักที่จะทำให้Bitcoin และตลาดคริปโทฯ สามารถ เติบโตได้อีกในอนาคต เพียงแต่นโยบายสนับสนุนต่างๆ ของทรัมป์จะมาเป็นแรงกระตุ้นผลักดันราคาให้สูงขึ้นได้มากกว่าเดิมเท่านั้นเอง

บทความโดย

นายอภินัทธ์เดชดอนบมนักวิเคราะห์(Analyst)บริษัทคริปโตมายด์ แอดไวเซอรี่ จำกัด

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้องกับ คริปโทเคอร์เรนซี ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...