ผลสำรวจชี้ 4 เรื่องที่พ่อแม่เสียใจ อยากย้อนเวลากลับไปแก้ไข ความผิดพลาดที่เผลอทำไว้กับลูก
Mission To The Moon
อัพเดต 11 ธ.ค. 2567 เวลา 04.30 น. • เผยแพร่ 10 ธ.ค. 2567 เวลา 05.30 น. • Mission To The Moon Mediaภาพรอยยิ้มกับครอบครัวที่แลดูมีความสุขและสมบูรณ์แบบ อาจเป็นภาพที่ใครต่อใครต่างพบเห็นได้ทั่วไปตามสื่อโซเชียลมีเดีย อย่างไรก็ตาม ในความจริงแล้ว พ่อแม่ผู้ปกครองจากหลายๆ ครอบครัวก็อาจจะกำลังเผชิญกับความรู้สึกเสียใจต่อความผิดพลาดที่เคยเผลอทำไว้กับลูกอยู่เช่นกัน
.
จากการสัมภาษณ์พ่อแม่ลูกกว่าร้อยคน เกี่ยวกับวิธีการเลี้ยงดูลูกที่ช่วยให้เติบโตมาอย่างดีและประสบความสำเร็จในหน้าที่การงานของ ‘มาร์ก็อต มาโชล บิสโนว์ (Margot Machol Bisnow)’ นักเขียนชาวอเมริกันผู้เชี่ยวชาญเรื่องการเลี้ยงดูบุตร พบว่า พ่อแม่ประมาณ 70 คู่ที่ให้สัมภาษณ์ยอมรับว่า พวกเขารู้สึกเสียใจต่อความผิดพลาดที่เคยทำไว้กับลูก และถ้าเป็นไปได้ก็อยากย้อนเวลากลับไปแก้ไข
.
.
4 เรื่องใหญ่ที่ผู้ปกครองเสียใจและอยากแก้ไข
.
มาร์ก็อต มาโชล บิสโนว์ ระบุว่า ความผิดพลาดที่เหล่าพ่อแม่ผู้ปกครองเห็นตรงกันว่า เสียใจและอยากแก้ไข แบ่งออกเป็น 4 เรื่องใหญ่ๆ ด้วยกัน ดังนี้
.
อันดับแรกคือ บรรดาพ่อแม่ผู้ปกครองมองว่า ตนเองเผลอเคร่งเรื่องผลการเรียนและความสำเร็จของลูกมากเกินไป พวกเขาอยากให้ลูกๆ ของตนได้มีโอกาสเติบโต และใช้ชีวิตอย่างมีความสุขมากกว่าการทุ่มเทให้กับการเรียนอย่างหนักเกินไป จนเกิดเป็นความทุกข์
.
ผู้ปกครองหลายคนยอมรับว่า ในตอนแรก ตนมักผลักดันให้ลูกๆ หันไปใช้เวลากับการเรียนหรือทำกิจกรรมที่จะปูทางสู่การได้เข้าโรงเรียนหรือสถาบันศึกษาชั้นต้นๆ โดยไม่ได้ให้ความสำคัญและสนับสนุนให้ลูกได้ใช้เวลาทำสิ่งที่ชอบเท่าที่ควร เพราะคิดว่าเป็นการเสียเวลา แต่เมื่อลูกโตขึ้น พวกเขาถึงตระหนักว่าสิ่งที่ลูกชอบและฝึกฝนมานั้น กลับกลายเป็นทักษะสำคัญที่ช่วยให้ลูกสามารถประกอบอาชีพได้
.
เรื่องผิดพลาดประการต่อมา คือการที่ผู้ปกครองหวงแหนและเลี้ยงลูกในกรอบมากจนเกินไป เพราะเป็นห่วง กังวลก็แต่ความปลอดภัย จึงไม่ปล่อยให้พวกเขาได้มีโอกาสทำอะไรเอง จนลูกๆ รู้สึกไม่มีอิสระ
.
พวกเขามักจะคอยดูแลลูกอย่างใกล้ชิด ลามไปจนถึงการเข้าแทรกแซงการตัดสินใจ พยายามขจัดอุปสรรคและความท้าทายให้ลูกมากที่สุด ด้วยเหตุนี้ พ่อแม่บางคู่จึงรู้สึกเสียใจที่ทำเช่นนี้ พร้อมอธิบายว่า พวกเขาไม่ควรแก้ไขปัญหาให้ลูกมากมายขนาดนั้น กลับกัน ลูกๆ ควรจะต้องได้เรียนรู้วิธีแก้ปัญหาด้วยตัวเองมากกว่า เพราะมันจะกลายเป็นทักษะที่ช่วยให้ลูกข้ามพ้นอุปสรรค และมุ่งสู่ความสำเร็จได้ในอนาคต
.
นอกจากนี้ ผู้ปกครองจำนวนมากยังมีแนวโน้มที่จะไม่มอบหมายภาระหน้าที่หรือความรับผิดชอบให้ลูกมากเกินความจำเป็น เช่น การทำงานบ้าน เพราะมองว่าลูกเองก็ยุ่งและมีภาระหน้าที่ โดยเฉพาะเรื่องการเรียนมากพอแล้ว ซึ่งนี่ก็เป็นอีกหนึ่งจุดผิดพลาดที่พวกเขาเสียใจและอยากแก้ไข
.
เนื่องจากลูกๆ ต่างกลับมาบอกในภายหลังว่า พวกเขาอยากเรียนรู้ทักษะที่จำเป็น เช่น งานบ้าน ตั้งแต่สมัยเรียนเสียด้วยซ้ำ เพราะนั่นไม่เพียงแต่จะช่วยให้พวกเขารู้จักรับผิดชอบ แต่ยังสอนให้พวกเขารู้จักฝึกทักษะที่มีประโยชน์เหล่านั้นเมื่อเติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่ต้องอยู่ให้ได้ด้วยตัวเองอีกด้วย
.
และอีกความผิดพลาดที่สำคัญก็คือ การที่พ่อแม่ผู้ปกครองไม่ชอบเห็นลูกของตัวเองลองเสี่ยงทำอะไรใหม่ๆ หรือเลือกเส้นทางที่ต่างออกไป โดยมักกระตุ้นให้ลูกเลือกทางที่ปลอดภัยไว้ก่อน จนพวกเขาเริ่มฉุกคิดตั้งคำถามในภายหลังว่า ตนเองเผลอทำให้ลูกไม่กล้าคิดริเริ่มลงมือทำอะไรใหม่ๆ และกลัวความล้มเหลวหรือเปล่า แม้พวกเขาจะคอยบอกอยู่เสมอๆ ว่า ยังคงภูมิใจในตัวลูกไม่ว่าผลลัพธ์จะออกมาเป็นอย่างไรก็ตาม
.
มาร์ก็อต มาโชล บิสโนว์ จึงสะกิดเตือนใจกับพ่อแม่ผู้ปกครองทุกคนที่รู้สึกจมปลักกับความผิดพลาดในอดีตว่า “ไม่มีใครสมบูรณ์แบบ ทุกคนล้วนทำดีที่สุดเท่าที่จะทำได้ในตอนนั้น ซึ่งตราบใดที่ลูกๆ รู้ว่าเรารัก และพยายามอย่างเต็มที่แล้ว พวกเขาก็จะเข้าใจ”
.
.
วิธีก้าวข้ามความผิดพลาดในฐานะพ่อแม่ผู้ปกครอง
.
จากคำแนะนำของ Mama Disrupt ถึงพ่อแม่ผู้ปกครองที่รู้สึกจมปลักกับความผิดพลาดที่เผลอทำลงไปในอดีต อธิบายว่า ความรู้สึกผิดก็เหมือนกับอารมณ์ปกติทั่วไปเช่นเดียวกับความสุข ความเศร้า ฉะนั้น พ่อแม่ผู้ปกครองจึงควรเรียนรู้ที่จะอยู่กับอารมณ์ความรู้สึกนี้ในทางบวกให้มากขึ้น เพื่อหลีกเลี่ยงการวิพากษ์วิจารณ์ตัวเองด้วยความกดดันและวิตกกังวล
.
โดยอันดับแรก พ่อแม่ผู้ปกครองทุกคนควรฝึกให้อภัยก่อน ทั้งให้อภัยตนเอง ลูก หรือสมาชิกอื่นในครอบครัวด้วยกัน แล้วสื่อสารกับลูกตรงๆ ในสิ่งที่ทำผิดพลาดไป เช่น ขอโทษออกมาอย่างตรงไปตรงมาและจริงใจ จากนั้นจึงค่อยเปลี่ยนมายอมรับในสิ่งที่ทำลงไป และให้กำลังใจตนเองบ้างว่า แม้จะผิดพลาด แต่เราก็ทำดีที่สุดแล้ว ณ ขณะนั้น พร้อมกับรับเอาความผิดพลาดนั้นมาสอนลูก
.
และเพื่อลดความเสี่ยงที่จะเกิดความผิดพลาดซ้ำในอนาคต พ่อแม่ผู้ปกครองควรหันมาใส่ใจ รับฟังเสียงของลูกบ้าง ไม่ต้องเปรียบเทียบหรือสนใจคนนอกและครอบครัวอื่นว่าเขาจะมองอย่างไร เพราะคนที่ควรให้ความสำคัญมากที่สุด ก็คือคนในครอบครัวอย่างลูกนั่นเอง
.
อย่างไรก็ดี หากการก้าวข้ามความผิดพลาดดังกล่าวยังเป็นเรื่องยาก การเลือกเข้ารับการปรึกษากับผู้เชี่ยวชาญเกี่ยวกับการเลี้ยงดูบุตร ก็เป็นอีกหนึ่งตัวช่วยที่ดี เพราะคำแนะนำเหล่านั้นจะช่วยให้พ่อแม่ผู้ปกครองฝึกรับมือความผิดพลาดในอดีต ตลอดจนป้องกันความผิดพลาดในอนาคตที่อาจเกิดซ้ำได้อย่างมั่นใจยิ่งขึ้น
.
.
แม้จะเป็นพ่อแม่ผู้ปกครองที่ต้องให้ความสำคัญกับการเลี้ยงดูบุตร แต่ขึ้นชื่อว่าเป็นมนุษย์ ก็ย่อมผิดพลาดกันได้ สิ่งที่ควรทำในฐานะพ่อแม่ผู้ปกครองที่เผลอทำอะไรผิดพลาดไป คือลุกขึ้น ให้โอกาสตัวเองใหม่ และขอโทษลูกอย่างจริงใจ พร้อมทั้งปรับปรุง พัฒนาตัวเองใหม่ เพื่อหลีกเลี่ยงการเกิดความผิดพลาดซ้ำ เมื่อใดก็ตามที่ลูกรับรู้ได้จากใจจริงว่า พ่อแม่รู้สึกเสียใจต่อความผิดพลาด อยากจะแก้ไขตัวเองใหม่เพื่ออนาคตที่ดีกว่า เมื่อนั้นลูกจะเข้าใจ และพร้อมพัฒนาตัวเองให้ดียิ่งขึ้นไปด้วยกันกับพ่อแม่อย่างแน่นอน
.
.
อ้างอิง
- I interviewed 70 parents who raised highly successful adults—their top 4 regrets: ‘I shouldn’t have fixed things for them’ : Margot Machol Bisnow, CNBC - https://bit.ly/3Zs0ToX
- Why we feel parental guilt and 6 ways to stop it : Chrissie Davies, Mama Disrupt - https://bit.ly/3ZL4I9O
.
.
#trend
#psychology
#society
#missiontothemoon
#missiontothemoonpodcast