DIOR GOLD HOUSE อาณาจักรแฟชั่นครบครัน ถักทอศิลปะฝรั่งเศส-ไทย
DIOR GOLD HOUSE อาณาจักรแฟชั่นครบครัน ถักทอศิลปะฝรั่งเศส-ไทย
หากใครผ่านไปที่ถนนเพลินจิต เชื่อว่าคงจะได้เห็น “บูติกสีทองอร่าม” โดดเด่นเป็นสง่า ซึ่งที่นี่คือ“Dior Gold House บูติกเดี่ยวนอกศูนย์สรรพสินค้า” หรือคอนเซ็ปต์สโตร์แห่งแรกของดิออร์ในประเทศไทย จะเปิดทำการขึ้นบนถนนใจกลางกรุงเทพมหานคร ซึ่งล่าสุดได้เปิดตัวให้สื่อมวลชนและคนดังเข้าชมเป็นกลุ่มแรก เมื่อวันที่ 6 ธันวาคมที่ผ่านมา
Dior Gold House เปรียบเสมือนเวทีแสดงศิลปะแห่งความเป็นเลิศในโครงการ Dior Around the World ด้วยการหลอมรวมหลากวัฒนธรรมต่างขั้ว กลายมาเป็น “อาณาจักรแห่งความฝัน” เสกสรรมนตราสะกดอารมณ์ให้แก่บรรดาผู้มาเยือน
ด้วยโครงสร้าง ด้านหน้าบูติก จำลองแบบสถาปัตยกรรมของอาคารเลขที่ 30 ถนนมงแตญ ที่ตั้งห้องเสื้อแฟชั่นตำนานปารีเซียง มานับตั้งแต่มงซิเออร์ก่อตั้งแบรนด์ขึ้นเมื่อปี ค.ศ.1946 ไปจนถึงสวนสวรรค์กลางกรุงอันแสนร่มรื่นพรั่งพร้อมด้วยรุกขชาตินานาพรรณ ท่ามกลางประกายทองรองเรือง หนึ่งในเฉดสีตราบนิรันดร์ของ Dior
บูติกแห่งนี้ ตั้งอยู่บนพื้นที่กว่า 1,000 ตารางเมตรบน ถ.เพลินจิต คือบทสรุปของการถักทอและร้อยเรียงกลิ่นอายทางวัฒนธรรมแฟชั่นชั้นสูงฝรั่งเศส เข้ากับเสน่ห์มรดกอารยศิลป์ของประเทศไทย ได้อย่างลงตัว
เมื่อผ่านประตูเข้าสู่ภายใน ความแตกต่างหลากหลาย และครบครันในอาณาจักรแฟชั่นแห่ง Dior พลันประจักษ์ จากเสื้อผ้าสำเร็จรูปตามแนวทางการออกแบบของมาเรีย กราเซีย คิวริ ไปจนถึงเครื่องแต่งกายชายโดยคิม โจนส์ รวมถึงคอลเล็กชั่นเครื่องหนังอย่างรองเท้า, เข็มขัด และกระเป๋า, เครื่องประดับ ตลอดจนของตกแต่งบ้าน และภาชนะประจำโต๊ะอาหารจาก Dior Maison ล้วนมอบบรรยากาศร่วมสมัย เต็มไปด้วยความวิจิตรบรรจงจากงานตกแต่งประดับประดาด้วยวัสดุธรรมชาติอย่างไม้ไผ่, งานไม้ และราฟเฟีย ร่วมกับบรรดาสัญลักษณ์ประจำ House of Dior ตั้งแต่ “ดวงดาวนำโชค” ไปจนถึง “ผ้าพิมพ์” ลายจิตรกรรมสีเดี่ยว Toile de Jouy (ตวล เดอ ฌูย์) รวมถึงลายพิมพ์แผนที่ปารีสหรือ Plan de Paris (ปลอง เดอ ปารีส์)
และนับเป็นความภาคภูมิใจอย่างยิ่ง ที่งานศิลปะใน Dior Gold House ได้ 9 ศิลปินไทยมาร่วมสร้างสรรค์ ไม่ว่าจะเป็น
Tuk Tuk the New Look โดย ศรัณย์ เย็นปัญญาจาก “สตูดิโอ 56” (56th Studio)
สำหรับบูติก Dior Gold House ศรันย์ เย็นปัญญา ถ่ายทอดทุกแง่มุมเอกลักษณ์อันเป็นที่รู้จักในระดับสากลของรถตุ๊ก-ตุ๊ก รังสรรค์ผ่านการใช้กก และหวายโดยอาศัยหลากเทคนิคหัตถกรรมจักสานพื้นบ้านไทยซึ่งเต็มไปด้วยความประณีตพิถีพิถันต่อทุกรายละเอียด
Garden of Happiness โดย กรกต อารมย์ดี
เพื่อยกย่อง และย้อนราลึกถึงความรักที่มงซิเออร์ ดิออร์มีต่อมวลธรรมชาติ ผลงานศิลปะจัดวางของกรกตใน Dior Gold House อาศัยวัสดุตั้งต้นจากพืชพรรณธรรมชำติอย่างไม้ไผ่ แปรรูปเป็นตอกจักสานขึ้นโครงสร้างสามมิติรองรับงานพิมพ์ลายดอกไม้, ใบไม้ และวิหคนกน้อย มอบผลลัพธ์อันงดงามดุจมีชีวิตจากไหวพริบความเป็นเลิศเชิงหัตถศิลป์ของช่างศิลป์งานฝีมือพื้นบ้านไทย
Unleashed Nature โดย วิชชุลดา ปัณฑรานุวงศ์
เธอใช้สิงโตและยูนิคอร์น เป็นงานออกแบบเชิงสัญลักษณ์สื่อถึงพลังอำนาจที่ถูกพันธนาการไว้ท่ามกลางห่วงโซ่ขยะอุตสาหกรรม และเพื่อสะท้อนถึงความเปราะบางของธรรมชำติ สีขาวบริสุทธิ์ถูกนำมาใช้เป็นตัวแทนความไร้เดียงสาที่ถูก นี่คือผลงานเพื่อตั้งคำถามถึงความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี พร้อมกับจุดประกายความคิดให้ผู้พบเห็นได้ตรึกตรองถึงผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม
สัมผัส โดย สัมผัส แกลเลอรี่
จินตนาการเหนือชั้นจาก “สัมผัสแกลเลอรี” ได้กลายเป็นส่วนหนึ่งบทสรุปทางความเป็นเลิศของ Dior Gold House ผ่านผลงาน Panajon: Wandering in the Forest จุดประกายจินตนาการถึงการเดินทางท่องเที่ยวสมความหมายของคำว่า “พเนจร” เพื่อสัมผัส และเก็บเกี่ยวแก่นสารแห่งความงดงามใน “ความเป็นไทย” โดยอาศัยการหลอมรวมมรดกหัตถศิลป์พื้นบ้านไทยเข้ากับงานออกแบบร่วมสมัย ความหลากหลายทางเทคนิคงานฝีมือได้ร่วมกันแสดงให้เห็นถึงไหวพริบความเป็นเลิศในการพลิกแพลงทักษะ ความชำนาญ สะกดสายตาด้วยการถ่ายทอดภูมิทัศน์ตระการตาของธรรมชาติ และวัฒนธรรมมาสู่ใจกลางกรุงเทพมหานคร
Mala โดย สาวิน สายมา จาก “วาสนา”
อีกความตระการตาท่ามกลางความงามสง่าแห่ง Dior Gold House คือคอลเลกชันกระเป๋า Lady Dior สานไม้ไผ่ แต่ละใบล้วนสะท้อนถึงแรงบันดาลใจอันได้จากความงดงามระหว่างจังหวะผลิกลีบบำนของมวลดอกไม้เพื่อสื่อถึงช่วงเวลาอันเปี่ยมคุณค่า ความหมาย หรือความพิเศษในชีวิตที่พร้อมจะผันผ่านไปอย่างรวดเร็วผ่านควำมหลากหลายทางรูปทรงในรายละเอียดงานออกแบบ
Elephant Jardin โดย บุญเสริม เปรมธาดา
ด้วยลูกเล่นอันแยบคายในการเชื่อมต่อความเกี่ยวพันระหว่างงานสถาปัตยกรรม, ธรรมชาติ และวิถีการดำเนินชีวิต สตูล หรือเก้าอี้ไร้พนักซึ่งบุญเสริม เปรมธาดา สร้างสรรค์ขึ้นจากการใช้วัสดุชีวภาพสำหรับ Dior Gold House จุดประกายจินตนาการถึงจังหวะการเดินของโขลงช้างผ่านงานออกแบบจำลองรอยเท้าช้างที่ฝากไว้ในผืนดิน
NIRVANA D’ORO โดย เอกรัตน์ วงศ์จริต
เอกรัตน์ วงษ์จริตออกแบบ และสร้างสรรค์คอลเลกชันเก้าอี้ Nirvana d’Oro ขึ้นเมื่อปีค.ศ. 2007 ถ่ายทอดความรัก และชื่นชมที่ตัวศิลปินมีให้ต่อความงามสง่า และสงบนิ่ง สำหรับการร่วมงานในโครงการ Dior Gold House เขานำผลงานต้นแบบคอลเลกชันนี้มารังสรรค์ใหม่โดยใช้หัตถศิลป์กระจกเกรียบสีพื้นบ้านไทยมาร้อยเรียงปูลายแบบโมเสก ก่อผิวสัมผัสเหนือความคาดหมายได้อย่างแยบคาย
อีกหนึ่งไฮไลต์นั่นคือCafe Dior ที่พร้อมให้เข้ามาลองลิ้มรสเครื่องดื่มและเมนูสไตล์ฝรั่งเศส ได้รับการออกแบบมิติศิลป์โดย กรกต อารมย์ดี ผู้นำงานจักสานตอกไม้ไผ่รังสรรค์เสน่ห์ธรรมชาติในอาณาจักรพรรณพฤกษา
Dior Gold House เปิดประตูต้อนรับทุกคนได้มาเยือนนับตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : DIOR GOLD HOUSE อาณาจักรแฟชั่นครบครัน ถักทอศิลปะฝรั่งเศส-ไทย
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th