โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

DIOR GOLD HOUSE อาณาจักรแฟชั่นครบครัน ถักทอศิลปะฝรั่งเศส-ไทย

MATICHON ONLINE

อัพเดต 11 ธ.ค. 2567 เวลา 07.06 น. • เผยแพร่ 11 ธ.ค. 2567 เวลา 06.52 น.

DIOR GOLD HOUSE อาณาจักรแฟชั่นครบครัน ถักทอศิลปะฝรั่งเศส-ไทย

หากใครผ่านไปที่ถนนเพลินจิต เชื่อว่าคงจะได้เห็น “บูติกสีทองอร่าม” โดดเด่นเป็นสง่า ซึ่งที่นี่คือ“Dior Gold House บูติกเดี่ยวนอกศูนย์สรรพสินค้า” หรือคอนเซ็ปต์สโตร์แห่งแรกของดิออร์ในประเทศไทย จะเปิดทำการขึ้นบนถนนใจกลางกรุงเทพมหานคร ซึ่งล่าสุดได้เปิดตัวให้สื่อมวลชนและคนดังเข้าชมเป็นกลุ่มแรก เมื่อวันที่ 6 ธันวาคมที่ผ่านมา

Dior Gold House เปรียบเสมือนเวทีแสดงศิลปะแห่งความเป็นเลิศในโครงการ Dior Around the World ด้วยการหลอมรวมหลากวัฒนธรรมต่างขั้ว กลายมาเป็น “อาณาจักรแห่งความฝัน” เสกสรรมนตราสะกดอารมณ์ให้แก่บรรดาผู้มาเยือน

ด้วยโครงสร้าง ด้านหน้าบูติก จำลองแบบสถาปัตยกรรมของอาคารเลขที่ 30 ถนนมงแตญ ที่ตั้งห้องเสื้อแฟชั่นตำนานปารีเซียง มานับตั้งแต่มงซิเออร์ก่อตั้งแบรนด์ขึ้นเมื่อปี ค.ศ.1946 ไปจนถึงสวนสวรรค์กลางกรุงอันแสนร่มรื่นพรั่งพร้อมด้วยรุกขชาตินานาพรรณ ท่ามกลางประกายทองรองเรือง หนึ่งในเฉดสีตราบนิรันดร์ของ Dior

บูติกแห่งนี้ ตั้งอยู่บนพื้นที่กว่า 1,000 ตารางเมตรบน ถ.เพลินจิต คือบทสรุปของการถักทอและร้อยเรียงกลิ่นอายทางวัฒนธรรมแฟชั่นชั้นสูงฝรั่งเศส เข้ากับเสน่ห์มรดกอารยศิลป์ของประเทศไทย ได้อย่างลงตัว

เมื่อผ่านประตูเข้าสู่ภายใน ความแตกต่างหลากหลาย และครบครันในอาณาจักรแฟชั่นแห่ง Dior พลันประจักษ์ จากเสื้อผ้าสำเร็จรูปตามแนวทางการออกแบบของมาเรีย กราเซีย คิวริ ไปจนถึงเครื่องแต่งกายชายโดยคิม โจนส์ รวมถึงคอลเล็กชั่นเครื่องหนังอย่างรองเท้า, เข็มขัด และกระเป๋า, เครื่องประดับ ตลอดจนของตกแต่งบ้าน และภาชนะประจำโต๊ะอาหารจาก Dior Maison ล้วนมอบบรรยากาศร่วมสมัย เต็มไปด้วยความวิจิตรบรรจงจากงานตกแต่งประดับประดาด้วยวัสดุธรรมชาติอย่างไม้ไผ่, งานไม้ และราฟเฟีย ร่วมกับบรรดาสัญลักษณ์ประจำ House of Dior ตั้งแต่ “ดวงดาวนำโชค” ไปจนถึง “ผ้าพิมพ์” ลายจิตรกรรมสีเดี่ยว Toile de Jouy (ตวล เดอ ฌูย์) รวมถึงลายพิมพ์แผนที่ปารีสหรือ Plan de Paris (ปลอง เดอ ปารีส์)

และนับเป็นความภาคภูมิใจอย่างยิ่ง ที่งานศิลปะใน Dior Gold House ได้ 9 ศิลปินไทยมาร่วมสร้างสรรค์ ไม่ว่าจะเป็น

Tuk Tuk the New Look โดย ศรัณย์ เย็นปัญญาจาก “สตูดิโอ 56” (56th Studio)

สำหรับบูติก Dior Gold House ศรันย์ เย็นปัญญา ถ่ายทอดทุกแง่มุมเอกลักษณ์อันเป็นที่รู้จักในระดับสากลของรถตุ๊ก-ตุ๊ก รังสรรค์ผ่านการใช้กก และหวายโดยอาศัยหลากเทคนิคหัตถกรรมจักสานพื้นบ้านไทยซึ่งเต็มไปด้วยความประณีตพิถีพิถันต่อทุกรายละเอียด

Garden of Happiness โดย กรกต อารมย์ดี

เพื่อยกย่อง และย้อนราลึกถึงความรักที่มงซิเออร์ ดิออร์มีต่อมวลธรรมชาติ ผลงานศิลปะจัดวางของกรกตใน Dior Gold House อาศัยวัสดุตั้งต้นจากพืชพรรณธรรมชำติอย่างไม้ไผ่ แปรรูปเป็นตอกจักสานขึ้นโครงสร้างสามมิติรองรับงานพิมพ์ลายดอกไม้, ใบไม้ และวิหคนกน้อย มอบผลลัพธ์อันงดงามดุจมีชีวิตจากไหวพริบความเป็นเลิศเชิงหัตถศิลป์ของช่างศิลป์งานฝีมือพื้นบ้านไทย

Unleashed Nature โดย วิชชุลดา ปัณฑรานุวงศ์

เธอใช้สิงโตและยูนิคอร์น เป็นงานออกแบบเชิงสัญลักษณ์สื่อถึงพลังอำนาจที่ถูกพันธนาการไว้ท่ามกลางห่วงโซ่ขยะอุตสาหกรรม และเพื่อสะท้อนถึงความเปราะบางของธรรมชำติ สีขาวบริสุทธิ์ถูกนำมาใช้เป็นตัวแทนความไร้เดียงสาที่ถูก นี่คือผลงานเพื่อตั้งคำถามถึงความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี พร้อมกับจุดประกายความคิดให้ผู้พบเห็นได้ตรึกตรองถึงผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม

สัมผัส โดย สัมผัส แกลเลอรี่

จินตนาการเหนือชั้นจาก “สัมผัสแกลเลอรี” ได้กลายเป็นส่วนหนึ่งบทสรุปทางความเป็นเลิศของ Dior Gold House ผ่านผลงาน Panajon: Wandering in the Forest จุดประกายจินตนาการถึงการเดินทางท่องเที่ยวสมความหมายของคำว่า “พเนจร” เพื่อสัมผัส และเก็บเกี่ยวแก่นสารแห่งความงดงามใน “ความเป็นไทย” โดยอาศัยการหลอมรวมมรดกหัตถศิลป์พื้นบ้านไทยเข้ากับงานออกแบบร่วมสมัย ความหลากหลายทางเทคนิคงานฝีมือได้ร่วมกันแสดงให้เห็นถึงไหวพริบความเป็นเลิศในการพลิกแพลงทักษะ ความชำนาญ สะกดสายตาด้วยการถ่ายทอดภูมิทัศน์ตระการตาของธรรมชาติ และวัฒนธรรมมาสู่ใจกลางกรุงเทพมหานคร

Mala โดย สาวิน สายมา จาก “วาสนา”

อีกความตระการตาท่ามกลางความงามสง่าแห่ง Dior Gold House คือคอลเลกชันกระเป๋า Lady Dior สานไม้ไผ่ แต่ละใบล้วนสะท้อนถึงแรงบันดาลใจอันได้จากความงดงามระหว่างจังหวะผลิกลีบบำนของมวลดอกไม้เพื่อสื่อถึงช่วงเวลาอันเปี่ยมคุณค่า ความหมาย หรือความพิเศษในชีวิตที่พร้อมจะผันผ่านไปอย่างรวดเร็วผ่านควำมหลากหลายทางรูปทรงในรายละเอียดงานออกแบบ

Elephant Jardin โดย บุญเสริม เปรมธาดา

ด้วยลูกเล่นอันแยบคายในการเชื่อมต่อความเกี่ยวพันระหว่างงานสถาปัตยกรรม, ธรรมชาติ และวิถีการดำเนินชีวิต สตูล หรือเก้าอี้ไร้พนักซึ่งบุญเสริม เปรมธาดา สร้างสรรค์ขึ้นจากการใช้วัสดุชีวภาพสำหรับ Dior Gold House จุดประกายจินตนาการถึงจังหวะการเดินของโขลงช้างผ่านงานออกแบบจำลองรอยเท้าช้างที่ฝากไว้ในผืนดิน

NIRVANA D’ORO โดย เอกรัตน์ วงศ์จริต

เอกรัตน์ วงษ์จริตออกแบบ และสร้างสรรค์คอลเลกชันเก้าอี้ Nirvana d’Oro ขึ้นเมื่อปีค.ศ. 2007 ถ่ายทอดความรัก และชื่นชมที่ตัวศิลปินมีให้ต่อความงามสง่า และสงบนิ่ง สำหรับการร่วมงานในโครงการ Dior Gold House เขานำผลงานต้นแบบคอลเลกชันนี้มารังสรรค์ใหม่โดยใช้หัตถศิลป์กระจกเกรียบสีพื้นบ้านไทยมาร้อยเรียงปูลายแบบโมเสก ก่อผิวสัมผัสเหนือความคาดหมายได้อย่างแยบคาย

อีกหนึ่งไฮไลต์นั่นคือCafe Dior ที่พร้อมให้เข้ามาลองลิ้มรสเครื่องดื่มและเมนูสไตล์ฝรั่งเศส ได้รับการออกแบบมิติศิลป์โดย กรกต อารมย์ดี ผู้นำงานจักสานตอกไม้ไผ่รังสรรค์เสน่ห์ธรรมชาติในอาณาจักรพรรณพฤกษา

Dior Gold House เปิดประตูต้อนรับทุกคนได้มาเยือนนับตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : DIOR GOLD HOUSE อาณาจักรแฟชั่นครบครัน ถักทอศิลปะฝรั่งเศส-ไทย

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...