โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อาเปิดใจถึงความแสบ หลานสาว แค้นนี้ต้องชำระ อะไรที่ยอมได้ อย่าไปยอม

Khaosod

อัพเดต 14 ธ.ค. 2567 เวลา 08.47 น. • เผยแพร่ 14 ธ.ค. 2567 เวลา 08.47 น.

อาเปิดใจถึงความแสบ หลานสาว เทแป้งใส่หน้ารถคืน หลังเอาจักรยานไปทิ้งบนถังขยะ ชาวเน็ตลั่นแค้นนี้ต้องชำระ อะไรที่ยอมได้ อย่าไปยอม

จากกรณีที่ใผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ อาคัง น้ำมันหมู กดติดตาม ลงคลิปแกล้งหลาน ด้วยการแขวนจักรยานหลาน และเอาจักรยายหลานไปทิ้งถังขยะ ก่อนที่หลานจะแก้แค้นเอาคืนด้วยการเทแป้งที่หน้ารถสุดหรู จนกลายเป็นไวรัลในโลกออนไลน์

ล่าสุดวันที่ 14 ธ.ค. 2567 นายชวการ ยานะ อายุ 27 ปี เจ้าของโพสต์ เปิดเผยกับข่าวสดออนไลน์ ว่า ตนกับหลานชื่อ ด.ญ.นรีรัตน์ อายุ 5 ปี อยู่หมู่บ้านเดียวกัน บ้านตนกับบ้านหลานอยู่ฝั่งตรงข้ามกัน แล้วมีอยู่วันหนึ่งหลานได้ทำขวดแตก

เขาไม่รู้ว่าตัวเองทำผิด ตนจึงยึดจักรยานไว้ แล้วน้องก็หันมาแลบลิ้นใส่ ตนจึงได้นำรถจักรยานของน้องไปวางไว้บนถังขยะ ส่วนเหตุการณ์ที่2 เหมือนน้องเขามาแกล้ง ตนจึงเอาจักรยานไปแขวนไว้ น้องจึงชูนิ้วกลางให้ แล้วก็แลบลิ้นให้ตนอีกครั้งหนึ่ง ตนจึงเอาโทรศัพย์มาถ่ายรูปกับคลิปไว้

ส่วนเหตุการณ์ที่น้องเอาคืน มีอยู่คืนหนึ่งปั่นจักรยานมาที่บ้านตน พร้อมกับขวดแป้ง แล้วน้องลากกล่องที่หนักมากมาข้างรถตน แล้วก็ปีนขึ้นไปที่ฝากระโปรงรถ ก่อนที่จะเทแป้งจนหมดกระป๋อง ตนมารู้ตัวอีกทีเมื่อเที่ยงอีกวันหนึ่ง เมื่อตนเห็นรถตัวเอง ก็รู้ได้เลยว่าเป็นหลานแกล้งตนแน่ ๆ เพราะที่ฝากระโปรงรถ มีรอยก้นเด็กอยู่ แต่เพื่อความแน่ใจ ตนจึงกล้องวงจรปิดอีกที ซึ่งก็เป็นหลานจริงๆ ตามคลิปเลย

ซึ่งตนไม่ได้โกรธหลานเลย เพราะปกติแกล้งกันอยู่แล้ว ถ้ามีการโกรธกันก็จะมีการซื้อของมาง้อกัน ตนก็ซื้อของเล่นให้หลาน ส่วนหลานก็ซื้อผลไม้มาให้ตน แล้วปกติหลานก็จะไม่ดื้อ หลานจะไม่แกล้งคนอื่น ส่วนใหญ่จะแกล้งกันเองภายในครอบครัวมากมากว่า

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : อาเปิดใจถึงความแสบ หลานสาว แค้นนี้ต้องชำระ อะไรที่ยอมได้ อย่าไปยอม

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
- Website : https://www.khaosod.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...