โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ชีวิตพลิก! 'ออฟฟี่ แม็กซิม'เพื่อนเลิกคบ-ธุรกิจล้ม ขออโหสิกรรมที่ทำในอดีต

แนวหน้า

เผยแพร่ 31 ม.ค. 2564 เวลา 05.16 น.

31 มกราคม 2565 มีการวิพากษ์วิจารณ์หนักถึงพริตตี้และเนตไอดอลคนดัง 'ออฟฟี่ อรพรรณ ด่านศิริวัฒนกุล' หรือ 'ออฟฟี่ แม็กซิม' ที่โดนแฉว่าหลอกลวงเพื่อน , อมเงินบริจาค , รวมถึงแย่งแฟนคนอื่นและอีกหลายประเด็น ซึ่งกลายเป็นข่าวโด่งดังเมื่อช่วงกลางปี 2562  จนเจ้าตัวต้องเผชิญชีวิตสุดยากลำบาก ทั้งเพื่อนเลิกคบ,งานหาย,ธุรกิจล้มละลาย,แฟนหนีห่าง ซึ่งสาวออฟฟี่ ก็ได้ออกมาโพสต์เฟซบุ๊กร่ายยาวถึงประเด็นนี้ว่า 

"…ตอนนี้ชีวิตออฟ เหมือนกำลังชดใช้กรรม เพื่อนเลิกคบ งานหาย ธุรกิจล้มละลาย แฟนหนีห่าง สุดๆในชีวิตแล้วจริงๆ บ้านแห่งความฝันผ่อนไปได้ 49 ล้าน แล้วมาเจอโควิดไปต่อไม่ไหว ทำเรื่องฟ้องร้องขอเงินคืนอยู่ เลิกกะแฟนที่แสนดี ดีมากๆเพราะความเจ้าชู้จัญไรของตัวเองล้วนๆ เพื่อนเลิกคบ จากนิสัยและอารมณ์ไบโพลาร์+ซึมเศร้า งานเลิกจ้าง ใช้เงินเก็บตัวเองประทังชีวิต เดินทางผิด คิดฆ่าตัวตายมาแล้ว 2 ครั้ง แต่มีคนช่วยไว้ทัน เข้าไปรักษาตัวอยู่จิตรักษ์ไม่ติดต่อใคร นั่งวาดรูประบายสีและแชร์ประสบการณ์กะคนที่เป็นโรคเดียวกัน โรคต่างๆรุมเร้า เอารถเข้าไฟแนนซ์ กู้เงิน มาเลี้ยงลูกน้อง นาฬิกาหลายล้านหาย 2 เรือน แหวนเพชรของมีค่าบลาๆหาย

สุดท้ายเหลือแต่ตัวและลูก ตอนนี้คิดถึงแต่ลูก ลูกจะอยู่ยังไง แตงโม พอช เมษา เอาใจใส่ลูกกว่าที่เคยเป็น ด้วยอารมณ์และอะไรอีกหลายอย่างที่เลี้ยงลูกยาก มีแต่คนเกลียด นินทาสมเพช น้อมรับไว้หมด วันนี้อยากเอาชีวิตตัวเองออกมาเป็นบทเรียนให้หลายๆคนนะคะ ว่าความประมาทในการใช้ชีวิต ผลมันจะออกมาเป็นอย่างไร ทำดีได้ดีทำชั่วได้ชั่ว คำนี้มันจริงเสมอคะ เวรกรรมมันมีอยู่จริง วันนี้ขอโอกาสนับ 1 ใหม่นะคะ กราบขอโทษทุกๆคนที่ออฟทำอะไรไม่ดีลงไปทั้งเจตนาหรือไม่เจตนา ขออโหสิกรรมด้วยนะคะ…"

 

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...