‘มัลเบอร์รี่โกรฟ’ ประเดิมผุด 3 โครงการ 2 ทำเล มูลค่าเกือบ 20,000 ล้าน
The Bangkok Insight
อัพเดต 24 มิ.ย. 2562 เวลา 09.34 น. • เผยแพร่ 24 มิ.ย. 2562 เวลา 09.22 น. • The Bangkok Insightแมกโนเลีย เผยปั้นแบรนด์น้องใหม่ “มัลเบอร์รี่ โกรฟ” เจาะซูเปอร์ลักซ์ชัวรี่ เรสซิเดนซ์ เจาะทำเลเอกมัย – เดอะ ฟอเรสเทียส์ บางนา 2 โครงการ ลงทุนเกือบ 20,000 ล้านบาท พร้อมวาดแผนเปิดอีก 2 โครงการปีหน้า
นายวิสิษฐ์ มาลัยศิริรัตน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แมกโนเลีย ควอลิตี้ ดีเวล็อปเม้นต์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (MQDC)ผู้ดำเนินกิจการพัฒนา ลงทุน และจัดการอสังหาริมทรัพย์ ประกอบไปด้วย บ้าน คอนโดมิเนียม และโครงการมิกซ์ยูสชั้นนำระดับสากล เปิดเผยว่า แมกโนเลียฯ ได้พัฒนาแบรนด์ “มัลเบอร์รี่ โกรฟ” (MULBERRY GROVE) ขึ้นเป็นแบรนด์ใหม่ล่าสุด เพื่อเจาะกลุ่มเป้าหมายซูเปอร์ ลักซ์ชัวรี่ ที่เน้นตอบโจทย์การอยู่อาศัยร่วมกันของคนทุกเจนในครอบครัว
สำหรับปีนี้ แบรนด์มัลเบอร์รี่ โกรฟ จะเปิดตัวที่อยู่อาศัยแบบ มัลติ-แพลตฟอร์มที่หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็น คลัสเตอร์ วิลล่า และคอนโดมิเนียม ที่มีทั้งแบบไฮไรส์และโลว์ไรส์ โดยจะเปิดทั้งหมด 3 โครงการบนที่ดินฟรีโฮลด์ ใน 2 ทำเล มูลค่าโครงการรวม 19,900 ล้านบาท และในปี 2563 มีแผนเปิดเพิ่มอีก 2 โครงการใหม่
นายรุ่งโรจน์ จงศุจิพันธุ์ ผู้อำนวยการอาวุโส บริษัท แมกโนเลีย ควอลิตี้ ดีเวล็อปเม้นต์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด กล่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับโครงการแรกจะเป็น “มัลเบอร์รี่ โกรฟ สุขุมวิท” (MULBERRY GROVE Sukhumvit) ทำเลใกล้บีทีเอส เอกมัย ติดถนนสุขุมวิท โดยเป็นโครงการแบบไฮไรส์ ความสูง 37 ชั้น จำนวน 286 ยูนิต ราคาคาดเริ่มต้นตารางเมตรละ 200,000 – 300,000 บาท ขนาดห้องตั้งแต่ 50 ตารางเมตรขึ้นไป หรือราคาไม่ต่ำกว่า 15 ล้านบาท โดยจะเปิดตัวในช่วงไตรมาส 3 ของปีนี้ งบลงทุนโครงการประมาณ 5,000-6,000 ล้านบาท
ขณะที่งนประมาณที่เหลือกว่า 13,000 ล้านบาทจะเป็นการลงทุนในอีก 2 โครงการ ซึ่งตั้งอยู่ในโครงการเดอะ ฟอเรสเทียส์ (The Forestias) ที่เป็นโครงการพัฒนาที่ดินขนาดใหญ่ เนื้อที่ 300 ไร่ ริมถนนบางนา-ตราด ช่วง กม.5 – 7 โดย มัลเบอร์รีโกรฟ เดอะ ฟอเรสเทียส์ จะแบ่งเป็นโครงการบ้านเดี่ยว 1 โครงการ จำนวน 37 ยูนิต เป็นโครงการบ้านซูเปอร์ลักซ์ชัวรี่ ที่สามารถเชื่อมต่อบ้านแต่ละหลังเข้าหากันได้ตามความต้องการของลูกค้า ราคาประมาณ 100 -200 ล้านบาท ส่วนอีก 1 โครงการจะเป็นโครงการคอนโดมิเนียมโลว์ไรส์ จำนวน 283 ยูนิต ซึ่งคาดว่าจะเปิดตัวในช่วงปลายปีนี้
การเปิดแบรนด์ มัลเบอร์รีโกรฟ เกิดขึ้นจากการศึกษาวิจัยแนวโน้มการอยู่อาศัยระดับโลกรวมถึงประเทศไทย ที่พบว่า มีความต้องการที่อยู่อาศัยเพื่อครอบครัวอินเตอร์เจเนอเรชั่น(Intergeneration) ที่เชื่อมโยงครอบครัว ชุมชน และธรรมชาติ บนพื้นฐานวิถีชีวิตของไทยและเอเชีย พร้อมรองรับการอยู่ร่วมกันของครอบครัวหลากหลายช่วงวัยอย่างมีความสุข ผ่านนวัตกรรมและเทคโนโลยีที่ยั่งยืน
จุดเด่นของ แบรนด์ มัลเบอร์รี่ โกรฟ 4 ด้าน ได้แก่ 1. การเป็นที่อยู่อาศัยที่ออกแบบเพื่อการอยู่อาศัยแบบครอบครัว อินเตอร์เจเนอเรชั่น โดยมีเป้าหมายให้เกิดการใช้เวลาร่วมกันในครอบครัว 2. สร้างชุมชนการอยู่อาศัยทั้งในครอบครัวและชุมชน 3. การสร้างคุณค่าให้กับครอบครัวและชุมชน ด้วยการเชื่อมโยงคุณค่าแห่งวัฒนธรรมการอยู่อาศัยของไทยในอดีตที่อยู่กันแบบครอบครัวใหญ่และมีความกตัญญูเกื้อกูลต่อกัน เข้ากับสภาพสังคมที่เปลี่ยนแปลงไปทั้งสังคมผู้มีอายุยืน และการขยายของสังคมเมือง และ 4. มุ่งส่งเสริมสุขภาพและคุณภาพชีวิตของครอบครัวให้ดีขึ้นในทุกมิติ นำไปสู่ความสุขอย่างยั่งยืน ผ่านนวัตกรรมและเทคโนโลยี
นอกจากนี้ จากผลสำรวจด้านที่อยู่อาศัยของสถาบันวิจัยประชากรและสังคม มหาวิทยาลัยมหิดล จากกลุ่มตัวอย่างทั่วประเทศ อายุ 15 – 65 ปี รวม 400 คน เมื่อเดือนพฤษภาคม 2562 พบว่า กลุ่มตัวอย่างถึง 70.8% ต้องการอยู่อาศัยในบ้านที่ประกอบด้วยสมาชิกหลายรุ่น โดยกลุ่มอายุ 40 ปีขึ้นไป ต้องการอยู่อาศัยหลายรุ่นสูงสุด คือ 80.7%
ในขณะที่กลุ่มตัวอย่างที่อยู่อาศัยแบบครอบครัว 4 รุ่น ต้องการอาศัยอยู่ในครอบครัวหลายรุ่นมากที่สุด คือ 92.0% รองลงมา คือ ผู้อาศัยอยู่ในครอบครัว 3 รุ่น 78.9% ผู้ที่อาศัยใครอบครัว 2 รุ่น ต้องการอยู่อาศัยแบบครอบครัวหลายรุ่น 66.1% รวมทั้งยังพบว่า การอยู่อาศัยแบบครอบครัว 3 รุ่น ทำให้สมาชิกในครัวเรือนมีสุขภาพจิตที่ดีกว่าครัวเรือนรูปแบบอื่น