โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ร้องสื่อ!! อ้างถูกทางการรุกที่ดิน สร้างฉางข้าวประจำหมู่บ้าน ไม่ทนถือวิสาสะรื้อเอง

77kaoded

เผยแพร่ 26 ต.ค. 2563 เวลา 12.51 น. • 77 ข่าวเด็ด

นครพนม - ร้องสื่อ!! อ้างถูกทางการรุกที่ดิน สร้างฉางข้าวประจำหมู่บ้าน ไม่ทนถือวิสาสะรื้อเอง ผู้ใหญ่บ้านโร่แจ้งตำรวจ

https://youtu.be/UllvVgrGd4Q

วันที่ 26 ตุลาคม 2563 ผู้สื่อข่าวได้รับการร้องทุกข์จากนางสมพงษ์ กำไรเงิน อายุ 52 ปี บ้านเลขที่ 108 หมู่ 9 บ้านโคกสูง ต.โคกสูง อ.ปลาปาก จ.นครพนม โดยอ้างว่าไม่ได้รับความเป็นธรรมจากเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง และองค์การบริหารส่วนตำบลโคกสูง(อบต.ฯ) เนื่องจากสร้างฉางข้าวรุกล้ำเข้าไปในที่ดินของตน จึงอยากร้องเรียนผ่านสื่อมวลชนถึงผู้ใหญ่ที่เกี่ยวข้อง

พื้นที่พิพาทอยู่ห่างจากทางหลวงชนบทสายมหาชัย-ปลาปาก ประมาณ 100 เมตร โดยนางสมพงษ์ผู้ร้องนำเอกสารเป็นโฉนดที่ดินเลขที่ 22775 เล่ม 228 หน้า 75 เนื้อที่ 2 งาน 59 ตารางวา ออกมายืนยันในการครอบครอง พร้อมเปิดเผยว่าที่ดินตามเนื้อที่ดังกล่าว เดิมนายณรงค์ พิพิตภัณฑ์ อายุ 55 ปี พี่ชาย ภายหลังปี 2562ได้โอนกรรมสิทธิ์ให้ตนในฐานะน้องสาวเป็นผู้ครอบครองแทน พร้อมพาไปชี้ที่ฉางข้าวประจำหมู่บ้านที่นางสมพงษ์อ้างว่าสร้างทับที่ดินพื้นนี้ ซึ่งมีข้อพิพาทกันมาอย่างยาวนานหลายสิบปี

นางสมพงษ์ไล่เรียงเหตุการณ์ที่ผ่านมานานประมาณ 70 กว่าปี ที่นางบัว อุดมเลิศ ปัจจุบันอายุ 90 ปี ผู้เป็นแม่เล่าให้ฟังว่า เดิมพื้นที่บริเวณนี้ผู้ครอบครองชื่อนายหนาว อุดมเลิศ ผู้เป็นปู่ของตน ซึ่งในสมัยนั้นทั้งตำบลโคกสูงยังไม่มีเอกสารสิทธิ์ใดๆ ชาวบ้านใช้วิธีจับจองที่ดินด้วยการปลูกบ้านเรือนหรือปักรั้วไว้เป็นสัญลักษณ์ แต่จะรู้กันดีว่าที่บริเวณดังกล่าวใครเป็นเจ้าของ ต่อมานายหนาวบวชเป็นพระก็คิดจะมาสร้างวัดอยู่บนที่แห่งนี้ แต่อยู่ได้ประมาณ 15 วัน พระหนาวเห็นว่าไม่เหมาะจึงย้ายไปอยู่วัดที่ห่างออกไป พร้อมบอกว่ายกที่ดินแปลงนี้ให้ลูกสาวคือนางบัว อุดมเลิศ อยู่กับครอบครัว และตนตลอดจนพี่น้องก็ถือกำเนิดอยู่ตรงนี้

เวลาผ่านไปตนไปทำงานอยู่ต่างจังหวัด ก็มีฝ่ายปกครองจะมาปลูกฉางข้าวประจำหมู่บ้าน โดยอ้างว่าเป็นที่ดินหลวง(นสล.) นางบัวได้คัดค้านว่าสร้างไม่ได้ เพราะอยู่ในความครอบครองของตน แต่กำนันในขณะนั้นบอกว่าสร้างไปก่อนถ้าไม่ใช่ค่อยรื้อถอนออกไป จากนั้นก็สร้างศาลาอเนกประสงค์ขึ้นมาอีก 1 หลัง กระทั่งตนกลับมาอยู่บ้านพร้อมกับลูกชายคือนายทรงธรรม วงษ์เทศ อายุ 28 ปี เห็นว่าไม่ได้รับความเป็นธรรมจึงมีหนังสือร้องเรียนไปถึงหน่วยงานต่างๆ แต่ก็ยังไม่มีวี่แววอย่างไร จึงร้องเรียนผู้สื่อข่าวดังกล่าว

ด้านนางบัว อุดมเลิศ เล่าว่าดินแปลงนี้เป็นของพ่อตน ไม่ใช่ที่ดินหลวงตามที่เจ้าหน้าที่กล่าวอ้าง เมื่อก่อนถ้าใครไม่มีที่ดินอยู่อาศัยก็จะขอแบ่งซื้อกันในราคาแปลงละ 30-100 บาท ที่ชาวบ้านบอกว่าเดิมเป็นที่ดินของวัด ไม่มีใครเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์นั้น วัดที่ว่าก็พ่อของตนเป็นคนมาสร้าง แต่อยู่ได้ไม่กี่วันจึงย้ายไปอยู่วัดอื่น และยกที่ดินนี้ให้ตนอยู่กับครอบครัว

ขณะที่นายทรงธรรม วงษ์เทศ ลูกชายของนางสมพงษ์เล่าต่อว่า หลังรู้เรื่องราวต่างๆจากปากของย่า จึงอยากจะทวงคืนที่ดินคืน โดยร้องเรียนไปทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ก่อนจะเกิดเหตุบานปลาย วันที่ 21 ตุลาคม 2563 ตนได้เขียนป้ายติดไว้ที่ฉางข้าวให้ฝ่ายเจ้าหน้าที่มารื้อถอนภายใน 3 วัน ไม่เช่นนั้นตนจะรื้อเอง เมื่อพ้นครบกำหนดไม่มีใครแสดงตน วันที่ 25 ตุลาคม จึงทำการรื้อถอนตามที่ประกาศไว้ ปรากฏว่าผู้ใหญ่บ้านไปแจ้งความกับตำรวจ สภ.ปลาปาก ว่าตนทำลายทรัพย์สินของทางราชการ

ส่วน นายเมฆินทร์ มวลปาก อายุ 49 ปี ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 9 ต.โคกสูง เปิดเผยว่าฉางข้าวประจำหมู่บ้านแห่งนี้ ปลูกสร้างบนที่ดินหลวง(นสล.) เลขที่ นพ.0755 หลายสิบปีแล้ว ซึ่งชาวบ้านต่างทราบกันดี ไม่ได้รุกล้ำแนวเขตของนางสมพงษ์แต่อย่างใด แม้จะนำเอกสาร นสล.มาแสดง ก็กล่าวหาว่าไม่ใช่ฉบับจริง เป็นแค่ใบถ่ายเอกสารไม่น่าเชื่อถือ แม้ตนจะเพิ่งจะได้เป็นผู้ใหญ่บ้านมาเพียง 3 ปี แต่ได้ศึกษาข้อมูลจาก อบต.โคกสูง แล้วพบว่าฉางข้าวอยู่ในเขต นสล.จริง ส่วนที่นางสมพงษ์อ้างครอบครองโฉนดอย่างถูกต้องนั้น ตนได้ชี้แจงแล้วว่า นสล.เลขที่ นพ.0755 ออกเมื่อปี 2539 แต่โฉนดของนางสมพงษ์ออกเมื่อปี 2542 ควรยอมรับความจริงกันบ้างไม่ใช่จะดันทุรังเช่นนี้ จึงต้องขอพึ่งอำนาจกระบวนการยุติธรรมเป็นผู้ตัดสิน และสิ่งที่ครอบครัวของนางสมพงษ์ไม่น่าทำคือรื้อสิ่งปลูกสร้างของหลวง ควรจะรอคำตัดสินของศาลเสียก่อน หากอนาคตแพ้คดีจะทำอย่างไร

 

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...