โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ถอดรหัสความสำเร็จของ BlackPink มีแค่ 6 เพลง ทำไมถึงดังจนฉุดไม่อยู่ เขย่าตลาดอเมริกา ตามรอย BTS

Brandbuffet

อัพเดต 03 เม.ย. 2562 เวลา 16.53 น. • เผยแพร่ 03 เม.ย. 2562 เวลา 05.18 น. • Big Featured

สมาชิกของวง BlackPink ประกอบด้วย จีซู เจนนี่ โรเซ่ และ ลิซ่า พวกเธอมีอายุระหว่าง 22 ถึง 24 ปี BlackPink ถือเป็นวง K-Pop ที่เข้ามาสู่ YouTube’s Top 50 Global Artist ตามรอยบอยแบนด์อย่าง BTS ได้สำเร็จ

และในปี 2019 น่าจะเป็นปีที่น่าจับตามองของเกิร์ลกรุ๊ป BlackPink ซึ่งมีแนวโน้มจะเข้าไปครองตลาดตะวันตกได้อย่างง่ายดาย และยกมาตรฐานของวงการเพลง K-Pop ขึ้นไปอีกขั้นหนึ่ง เพราะในตอนนี้ชื่อของ BlackPink เข้ามาในลิสต์ Forbes Asia’s 30 Under 30 เป็นที่เรียบร้อยโรงเรียนเกาหลีแล้ว และยังถือว่าเป็นวงเกิร์ลกรุ๊ปวงแรกในโลกที่สามารถเข้ามาในรายชื่อของ Forbes ได้วงแรกอีกด้วย พร้อมกันนี้ยังเข้าสู่ชาร์ต Billboard 200 และ Hot 100 ทำเอาบรรดา Blink (ชื่อเรียกแฟนคลับของวง) ดีใจกันไม่น้อยและวงกำลังจัดคอนเสิร์ต World Tour ขึ้นในเดือนหน้านี้อีกด้วย

BlackPink เปิดตัวเมื่อปี 2016 จากค่ายเพลง YG Entertainment ซึ่งค่ายนี้มีศิลปินดังอย่าง Big Bang, G-Dragon และ วงเกิร์ลกรุ๊ปอย่าง 2NE1 แต่ที่ต่างจากวงอื่นคือ BlackPink มีฐานแฟนเพลงใน YouTube หนาแน่นมากจากทั่วทุกมุมโลก จนทำให้เป็นวงแรกที่มียอด subscribe ในช่อง official เกิน 20 ล้านคน โดยเพลงที่ดังสุดๆ คือ“Ddu-du Ddu-du” ที่ปล่อยออกมาในเดือนมิถุนายนปีที่แล้ว เข้าไปอยู่ในชาร์ท Billboard Hot อันดับสูงสุดที่ 55 ในขณะที่“Kiss and Make Up” เพลงที่ร่วมงานกับ Dua Lipa ขึ้นอันดับสูงสุดที่ 93 ในเดือนพฤศจิกายน และ มิวสิควีดีโอเพลง “Ddu-du Ddu-du” ยังทำสถิติที่น่าทึ่งอีกคือยอด view ขึ้นไปมากกว่า 36 ล้านครั้งภายใน 24 ชั่วโมงแรกที่มีการเปิดตัวออกมา

“Ddu-du Ddu-du” ถือเป็นปรากฎการณ์ความสำเร็จใหม่ของวงการ K-Pop ที่สามารถเข้ามามีบทบาทในวงการเพลงตะวันตกได้แม้ว่าจะมีเนื้อร้องเป็นภาษาเกาหลีและประโยคภาษาอังกฤษเล็กน้อย ต่างจากเพลง “Nobody” ของ Wonder Girls ปี 2009 ที่แปลงเพลงเป็นภาษาอังกฤษทั้งหมดและได้เข้าไปอยู่ในชาร์ต Billboard และอัลบั้มที่ออกทางการครั้งแรกเป็นภาษาญี่ปุ่น ก็ไม่ได้หยุดกระแสนิยมของวงในเวทีโลกเลย

ความหลากหลาย คือ "หัวใจ"

แต่อย่างไรก็ตาม ฐานแฟนคลับของวงยังคงจำกัดอยู่ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และ เริ่มมีแฟนคลับมากขึ้นในอเมริกา บราซิล และ เม็กซิโก จากข้อมูลการรับชมผ่าน YouTube และ ทัวร์คอนเสิร์ตที่จะเกิดขึ้นนั้นมี 8 ประเทศนอกทวีปเอเชีย

ไม่ว่าความสำเร็จของ BlackPink จะมาจากจังหวะเพลงสไตล์ HipHop ประโยคง่ายๆ ภาษาอังกฤษในเพลง หรืออื่นๆ ที่ดันมาถูกใจแฟนคลับทั่วโลก แต่สิ่งหนึ่งที่ BlackPink มีจุดต่างจากวงอื่นมากก็คือความหลากหลายที่กลายมาเป็น BlackPink สมาชิกของวงต่างมาจากหลายประเทศเช่น เกาหลีใต้ นิวซีแลนด์ ออสเตรเลีย และ ไทย โดยเฉพาะลิซ่า สาวไทยที่เข้ารับคัดเลือกให้เป็นศิลปินฝึกหัดของค่าย YG Entertainment ตั้งแต่อายุ 14 และเป็นสมาชิกที่สามารถพูดได้ถึง 4 ภาษา ตั้งแต่ไทย เกาหลี อังกฤษ และ ญี่ปุ่น

“ด้วยพื้นฐานของวงที่มีความหลากหลายทางวัฒนธรรมมาก พวกเรามีความได้เปรียบในการสื่อสารในแต่ละภาษาอย่างอิสระ ฉันคิดว่านี่คือความได้เปรียบที่วงมีมากกว่าวงอื่นในด้านการสื่อสารกับแฟนเพลงในทั้งในเกาหลีและต่างประเทศ และ เพลงของเรายังมีผู้ฟังที่หลากหลายมาก โดยไม่มีข้อผูกมัดทางเชื้อชาติ อายุ และเพศ” ลิซ่า กล่าวในการสัมภาษณ์ผ่านอีเมลกับ Forbes

คอนเสิร์ต World Tour ครั้งแรกที่จะเกิดขึ้นที่ลอสแอนเจลิสและต่อไปในอเมริกาเหนือ ยุโรป และ ออสเตรเลีย ถือเป็นการเปลี่ยนวงการเพลง mainstream ครั้งแรกในโลกตะวันตก และ BlackPink ได้เซ็นสัญญากับค่ายเพลง Interscope Records สำหรับการทำตลาดต่างประเทศ และเป็นศิลปิน K-Pop วงแรกที่ได้แสดงในงานเทศกาลดนตรี Coachella ครั้งแรกในรอบ 20 ปี

“มันเหมือนเป็นความฝันเลยที่ได้จัดคอนเสิร์ตที่อเมริกา สิ่งสำคัญที่สุดคือแฟนเพลงจะได้ฟังเพลงของพวกเราแบบสด พวกเราต้องการที่จะแสดงเสน่ห์ของ BlackPink จากเสียงร้องและการแสดงของพวกเราเท่านั้น เวทีที่พวกเราหายใจร่วมกับแฟนเพลง การแสดงสดที่คนดูมีส่วนร่วมในการแสดงออกทันทีทันใด” จากการสัมภาษณ์ของวงผ่านอีเมล

ความภูมิใจของพลัง "เกิร์ล" ที่ไม่ต้องแบ๊ว 

คาแร็กเตอร์ของทั้ง 4 สาว รวมทั้งแนวเพลงป๊อป ผสาน ฮิพ-ฮ็อพ ดูเหมือนจะตรงกับความสนใจของคนในยุคนี้ ซึ่งแนวเพลงแบบนี้ ถ้าฮิตติดหูก็จะติดหูไปเลย ถึงแม้ว่าเราจะฟังภาษาเกาหลีไม่ออกแต่ท่อนฮุคของเพลง Ddu-du Ddu-du ที่ดูเหมือนจะเป็นการทำเสียงเลียนเสียงดนตรีมากกว่า ก็ทำให้ข้ามขีดจำกัดทางภาษาไปเลย โดยเบื้องหลังผลงานเพลงส่วนใหญ่ของวงนี้ หัวใจอยู่ที่โปรดิวเซอร์มือดีที่ชื่อว่า Teddy ซึ่งเคยอยู่เบื้องหลังวง 2ne1 มาทำให้นั่นเอง 

นอกจากนี้ลุคของพวกเธอ ที่ดูเป็นเด็กสาวรุ่นใหม่มีความมั่นใจไม่ได้ขายความน่ารักแบบ "แบ๊ว" แต่กลายเป็นพลังเกิร์ลกรุ๊ปที่มั่นใจในตัวเอง อินเตอร์ ก็เป็นแรงบันดาลใจให้กับเด็กสาวรุ่นใหม่ ส่วนแฟนคลับผู้ชายก็มีทางเลือกอื่น ที่ไม่ใช่แค่สาวคิวท์เท่านั้น และดูเหมือนว่า BlackPink จะปรากฏตัวขึ้นอย่างถูกที่ ถูกเวลา ในเมื่อช่วงนี้วงผู้หญิงของเกาหลีไม่มีวงไหนที่โดดเด่นขึ้นมาเทียบเท่า หลังจากหมดยุคของ Girl Generation, 2ne1 , 4Minute

ดังทั้งวง และส่วนตัว 

การเปิดตัวของ BlackPink ในปี 2016 จะว่าไปแล้วแฟนๆ รอคอยมานาน กว่าที่ทางค่าย YG จะบ่มเพาะพวกเธอออกมาได้ จนหลายคนโดยเฉพาะอย่างยิ่งแฟนคลับชาวไทยรอคอยที่จะได้เห็น "ลิซ่า" เดบิวท์ซะดี (แต่ตอนนี้คงต้องบอกว่าคุ้มค่ากับที่รอแล้ว) นอกเหนือจากเรื่องการทำเพลง และหาจังหวะเหมาะเพื่อเปิดตัวพวกเธอ ทางค่ายได้วางเส้นทางให้แต่ละคนมีผลงานส่วนตัวเพื่อสร้างฐานแฟนคลับเอาไว้ก่อน เจนนี่ เคยมีผลงานร่วมกับ G-Dragon, จีซู เคยเผยโฉมให้เห็นในงานโฆษณาและมิวสิควิดีโอ, ลิซ่าเป็นนางแบบและเคยโชว์ความสามารถด้านการเต้นให้กับค่าย ส่วนโรเซ่ ก็เคยทำงานกับ G-Dragon ในเพลง After All

ด้านความสามารถของวงนี้ก็โดดเด่นของทั้ง 4 คน โรเซ่ ได้รับการยอมรับในเรื่องเสียงร้อง เจนนี่กับลิซ่ามีจุดเด่นเรื่องแร๊พ ซึ่งหาได้ยากในวงการที่ผู้หญิงจะแร๊พได้ดี นอกจากนี้ลิซ่ายังถูกเพื่อนๆ ในวงเรียกว่า "เครื่องโคลนนิ่งท่าเต้น" แค่ดูท่าเต้นไม่กี่ครั้งก็เต้นตามได้เป๊ะ นั่นแสดงให้เห็นเรื่องความสามารถในการแด๊นซ์ของเธอ ส่วนจีซูก็มีหน้าตาและบุคลิกภาพที่ชวนมอง

พัฒนาการของสาวๆ 

อัลบั้มที่สาม“Kill This Love” กำลังจะวางแผงวันที่ 5 เมษายนนี้ ถือเป็นอัลบั้ม Extended Play (EP: อัลบั้มที่มาความยาวจากการเล่นเพลงต่อเนื่อง 10-28 นาที) ภาษาเกาหลีที่สอง หรือ นับจากทั้งหมดก็เป็นอัลบั้ม EP ที่สามของวง โรเซ่กล่าวว่าอัลบั้มใหม่นี้จะมีเพลงการแร็พและเสียง vocal ที่มากพร้อมกับดนตรีที่มีอารมณ์ “อัลบั้มนี้จะทำให้เห็นว่าความสามารถทางดนตรีของพวกเรามีมากขึ้น” โรเซ่ กล่าว

“ดูเหมือนว่าความหลงใหลในดนตรีขึ้นอยู่กับเวลา เมื่อไหร่ก็ตามที่อัลบั้มใหม่ออกมา มันจะบ่งบอกถึงความคิดเกี่ยวกับดนตรี ชนิดเพลง สไตล์ และ คอนเซ็ปต์ พวกเราต้องการแสดงให้เห็นถึงความเพอร์เฟคที่มากขึ้น พวกเราอยู่ในวงการในปีที่ 4 แล้วนับตั้งแต่วันเดบิวท์วง และพวกเราคิดว่าวงของพวกเรายังคงพัฒนาต่อไปอีก” นี่คือจุดมุ่งหมายของพวกเธอ 

Source

Source

Source 

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...