โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ส้มสีทอง รสหวานกลมกล่อม ส้มดีที่หาดรั่ว เมืองแพร่

เทคโนโลยีชาวบ้าน

เผยแพร่ 13 มี.ค. 2562 เวลา 03.10 น.

ระหว่าง วันที่ 6-7 ธันวาคม พ.ศ. 2561 ที่ผ่านมา จังหวัดแพร่ ร่วมกับสำนักงานเกษตรจังหวัดแพร่ สำนักงานเกษตรอำเภอวังชิ้น ได้จัดงาน “วันส้มเขียวหวานและของดีเมืองแพร่” ประจำปี 2561 ณ บริเวณลานหน้าที่ว่าการอำเภอวังชิ้น เจตนารมณ์ของการจัดงานก็เพื่อต้องการเชื่อมโยงการผลิตและการตลาดส้มเขียวหวานของจังหวัดแพร่ ที่ผ่านการพัฒนาคุณภาพได้มาตรฐาน GAP และอินทรีย์ สู่ตลาดเกษตรปลอดภัย และกระจายสินค้าสู่ตลาดสากล

กิจกรรมภายในงาน มีการจัดแสดงและจำหน่ายผลิตภัณฑ์ส้มเขียวหวาน ผลิตภัณฑ์แปรรูปจากกลุ่มเกษตรแปลงใหญ่ และ OTOP การแสดงผลงานของศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร (ศพก. อำเภอวังชิ้น) การจัดเวทีเสวนาการพัฒนาส้มเขียวหวาน และที่สำคัญจัดการประกวดผลผลิตส้มเขียวหวาน

อำเภอวังชิ้น เป็นอำเภอที่ตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ของจังหวัดแพร่ มีคำขวัญว่า

“พระธาตุขวยปูคู่บ้าน        พระธาตุพระพิมพ์คู่เมือง

ลือเลื่องถิ่นส้มเขียวหวาน  อุทยานแห่งชาติเวียงโกศัย

หัตถกรรมเครื่องใช้เถาวัลย์ อัศจรรย์น้ำพุร้อน”

จากคำว่า ลือเลื่องถิ่นส้มเขียวหวาน นี่คือ ที่มาและที่จะกล่าวต่อไปจากการอารัมภบทการเดินเนื้อเรื่องตามหัวข้อ “ส้มเขียวหวาน” ซึ่งเป็นพืชเศรษฐกิจที่สำคัญของอำเภอวังชิ้นและจังหวัดแพร่

ตามไปที่งานการประกวดส้มเขียวหวาน…ผลการตัดสินของคณะกรรมการ หนึ่งในผู้ชนะการประกวด เป็นผลผลิตส้มเขียวหวานจากแปลงปลูกของ คุณกรณ์ธนา สอนสี บ้านหาดรั่ว แสดงถึงผลผลิตส้มเขียวหวานของคุณกรณ์ธนามีคุณภาพที่ยอมรับได้ จึงขอตามไปดูแปลงปลูกส้มเขียวหวานแห่งนี้ว่ามีกระบวนการผลิตการดูแลอย่างไร

พบกับคุณกรณ์ธนา ที่บ้านหาดรั่ว คุณกรณ์ธนากล่าวสรุปให้ฟังว่า ตนเองเริ่มปลูกส้มเขียวหวานมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2550 เนื้อที่ 20 ไร่ (1 ไร่ ปลูกส้มเขียวหวานได้ 80 ต้น) ต้นส้มเขียวหวานมีอายุต่างกัน คือ 5 ปี 6 ปี และ 12 ปี คุณภาพของส้มเขียวหวานหาดรั่วและวังชิ้น ที่ผู้บริโภคต้องการนั้น เกษตรกรมักจะดูแลเอาใจใส่แปลงส้มเขียวหวานเป็นอย่างดีในทุกขั้นตอน ตั้งแต่เรื่องความอุดมสมบูรณ์ของดินหลังการตรวจสอบวิเคราะห์ความเป็นกรด-ด่าง และธาตุอาหารแล้ว เรื่องน้ำ การป้องกันโรคและแมลง ระยะเวลาตั้งแต่ดอกส้มเขียวหวานบานจนถึงระยะเวลาเก็บผลส้มได้ต้องมีความพอดี ไม่เก็บก่อนระยะเวลาหรือเก็บผลไว้บนต้นนานเกินไป อย่างเช่นการปฏิบัติดูแลเอาใจใส่แปลงส้มเขียวหวานของคุณกรณ์ธนา

คุณกรณ์ธนา สอนสี คุณสาวิตรี นิพนธ์ ภรรยา คุณปฏิวัติ วงศ์รัตนธรรม เกษตรอำเภอวังชิ้น และผู้เขียน ได้ไปชมแปลงส้มเขียวหวานเพื่อให้เห็นภาพของจริงนำมาสื่อสารยังท่านผู้อ่าน

คุณกรณ์ธนา เล่าให้ฟังว่า การขยายพื้นที่ปลูกส้มเขียวหวานของตนได้ดำเนินการไปเรื่อยๆ เพราะยังมีพื้นที่ว่างอยู่และบางพื้นที่ต้นส้มเขียวหวานมีอายุมากแล้ว คุณกรณ์ธนาก็จะนำกิ่งพันธุ์ส้มเขียวหวานลงปลูกระหว่างต้นที่แก่แล้ว เมื่อถึงเวลาที่จะตัดออก ต้นส้มเขียวหวานที่ปลูกใหม่ก็จะเติบโตให้ผลผลิตต่อเนื่องกัน โดยคุณกรณ์ธนาใช้กิ่งพันธุ์ที่ตนเองตอนเอาไว้ เมื่อรากงอกออกมาจนมีความแข็งแรงก็จะตัดนำลงแปลงปลูก

การปลูก และการดูแล

คุณกรณ์ธนา บอกว่าตนเองได้นำเอาทุนมรดกทางการเกษตรสมัยพ่อแม่กลับมาสร้างและรื้อฟื้นวิธีการปลูกส้มเขียวหวาน แต่มิได้นำมาใช้ทั้งหมด แต่ได้ผ่านการคัดกรองเลือกสรรบางวิธีการมาใช้ให้เหมาะสมกับสภาพพื้นที่และดินฟ้าอากาศที่เปลี่ยนแปลงไป แต่ก็ยังคงหลักการทางวิชาการเกษตรไว้บ้างตามที่ได้ไปอบรมมา

วิธีการปลูก ส้มเขียวหวานนั้น คุณกรณ์ธนา บอกว่า จะปรับพื้นที่ตามลักษณะภูมิประเทศซึ่งเป็นที่ลาดเชิงเขาสลับกับพื้นราบ ขุดหลุมกว้างxยาวxลึก (50 เซนติเมตร) รองก้นหลุมด้วยปุ๋ยหมักชนิดผง ซึ่งกลุ่มเกษตรกรในพื้นที่ร่วมกันผลิตนำมาคลุกเคล้ากับดินแล้วใส่ในหลุม นำกิ่งพันธุ์ลงปลูกแล้วใช้ไม้ไผ่ทำเป็นหลักผูกกับกิ่งพันธุ์กันโค่นเมื่อโดนลมพัดแรงๆ ก็เป็นอันเสร็จการ คุณกรณ์ธนาแนะนำว่าควรปลูกส้มเขียวหวานในช่วงฤดูฝนดีที่สุด เป็นการประหยัดน้ำ และพื้นดินโดยทั่วไปมีความชื้นเหมาะสมกับการเติบโตของต้นส้ม

การดูแล แปลงส้มเขียวหวาน คุณกรณ์ธนาเล่าให้ฟังว่าต้นส้มมีอายุต่างกัน ต้นแก่อายุมากก็มี แต่ละปีก็ปลูกเพิ่มหรือปลูกเสริม ต้นส้มเขียวหวานที่ยังอายุน้อยๆ ก็ดูแลให้ต้นและใบเจริญเติบโตด้วยดี ส่วนต้นที่ให้ผลผลิตแล้วก็จะเข้าสู่วัฏจักรของการให้ผลผลิต ซึ่งส้มเขียวหวานจะออกผลเป็นรุ่นๆ ไปในแต่ละปี ให้การดูแลเอาใจใส่ตั้งแต่เรื่องน้ำ โดยที่แปลงปลูกแห่งนี้วางระบบน้ำด้วยสปริงเกลอร์ ต้นละ 1 หัว เนื่องจากต้นส้มเขียวหวานเป็นไม้ผลที่ทนแล้ง การให้หรือการถอยน้ำได้อาศัยประสบการณ์และความรู้ในการสังเกต เพราะเกี่ยวข้องกับการผลิตส้มเขียวหวาน

ส้มเขียวหวานแต่ละรุ่นจะให้ผลผลิตตรงตามที่ตลาดต้องการ รุ่นใดต้องการให้ออกผลมากน้อย ดิน น้ำ ปุ๋ย มีส่วนสำคัญ บวกกับความเอื้ออำนวยของสภาพลมฟ้าอากาศ คุณกรณ์ธนามีประสบการณ์และความรู้เป็นทุนเดิมอยู่แล้ว เพราะคุณกรณ์ธนาเป็นประธานศูนย์จัดการดินปุ๋ยชุมชน และประธานศูนย์จัดการศัตรูพืชชุมชน ดังนั้น วิธีการและกำหนดการระยะเวลาในการให้ปุ๋ยกับต้นส้มเขียวหวาน จึงมีความพอดีและเหมาะสม คุณกรณ์ธนาบอกว่าก่อนถึงช่วงจังหวะเวลาที่ส้มเขียวหวานจะผลิดอกออกผล จะผสมปุ๋ยด้วยสูตร 46-0-0 บวกกับ สูตร 15-15-15 และปุ๋ยอินทรีย์ อัตรา 1:2:2 นำไปใส่รอบทรงพุ่ม ต้นละ 1-1.5 กิโลกรัม ตามขนาดของลำต้น แล้วให้น้ำทันที เพื่อให้ปุ๋ยละลาย ทั้งนี้ จะต้องจัดการตัดแต่งกิ่งที่แห้ง กิ่งที่ไม่สมบูรณ์ เล็กๆ น้อยๆ ไปด้วย

หลังจากได้เตรียมความพร้อมให้แก่ต้นและใบแล้ว ก็ต้องมีกระบวนการในการจัดการให้ต้นส้มเขียวหวานเกิดอาการเครียดด้วยการงดน้ำ สังเกตใบส้มแสดงอาการเหี่ยวเฉา จึงให้น้ำอย่างเต็มที่ และให้ปุ๋ย หลังให้ปุ๋ย 1 วัน ก็จะฉีดพ่นธาตุอาหารทางใบ พร้อมกับสาหร่ายทะเลสกัด กระตุ้นตาดอก ก็จะเกิดการผลิดอกออกมาให้เห็น คุณกรณ์ธนาอธิบายเพิ่มเติมว่า ต้นส้มเขียวหวานต้องการทั้งธาตุอาหารหลัก ซึ่งเปรียบเสมือนที่คนเราต้องกิน หมู ไก่ ปลา เป็นวัตถุดิบ กับต้องการธาตุอาหารรองและธาตุอาหารเสริม เพื่อช่วยกระบวนการเปลี่ยนแปลงวัตถุดิบ ให้เป็นอาหารสำเร็จรูปพร้อมกิน จึงมีความสำคัญต่อการออกดอกของส้มเขียวหวาน

หลังจากนั้น ก็ดูแลไปตามปกติ ไม่ให้มีโรคและแมลงมารบกวน ถ้าเห็นว่าอาจจะมีก็จะใช้วิธีการป้องกันมากกว่าการรักษาเมื่อเกิดการระบาดแล้ว ด้วยการผลิตเชื้อราไตรโคเดอร์มา หรือราเขียว ฉีดพ่นป้องกันโรค กับผลิตเชื้อราบิวเวอเรีย หรือราขาว ฉีดพ่นป้องกันแมลง ซึ่งกระบวนการผลิตส้มเขียวหวานของคุณกรณ์ธนาผลิตตามมาตรฐาน GAP

จากการฝึกฝนและเป็นประธานศูนย์ฯ คุณกรณ์ธนาจึงสามารถใช้ประสบการณ์และความรู้ในการอธิบายสาเหตุ อาการของต้นและใบส้มเขียวหวานว่าอาการเช่นนั้นเช่นนี้ส้มกำลังขาดธาตุอาหารใด หรือเป็นอาการของโรคอะไร โดยคุณกรณ์ธนาได้พาไปดูในแปลงและชี้ให้เห็นลักษณะอาการบางอย่าง แม้จะหาไม่ค่อยพบแต่ก็มีบ้าง คุณกรณ์ธนาอธิบายว่า ส้มเขียวหวานก็เป็นพืชที่ต้องการธาตุอาหารเช่นเดียวกับไม้ผลอื่นๆ ถ้าได้รับครบทุกธาตุมากน้อยต่างกันของระยะการเจริญเติบโตจะส่งผลให้ต้น กิ่ง ก้าน ใบ เจริญเติบโตให้ผลผลิตที่ดีทั้งปริมาณและคุณภาพ

ที่แปลงส้มเขียวหวานของคุณกรณ์ธนาจึงต้องใช้ทั้งปุ๋ยเคมี และปุ๋ยอินทรีย์ ผสมกันเพื่อให้ต้นส้มเขียวหวานได้รับธาตุอาหารอย่างเพียงพอ ถ้าต้นแข็งแรงโรค/แมลงก็จะมีน้อย ดังนั้น การขาดธาตุอาหารใดธาตุหนึ่ง หรือหลายๆ ธาตุ อาจส่งผลต่อการเจริญเติบโตของส้มเขียวหวานด้วยอาการอย่างใดอย่างหนึ่งหรือหลายอาการ ซึ่งต้องเป็นเกษตรกรที่ช่างสังเกต เพื่อจะได้วินิจฉัย ป้องกันได้ถูกต้องหรือหากไม่แน่ใจว่าอาการนั้นๆ ขาดธาตุอาหารใดแน่ อาจตัดกิ่ง ใบ ที่มีอาการให้นักวิชาการดูก็ได้

สำหรับคุณกรณ์ธนาแล้วบอกว่า จากประสบการณ์ของตนสังเกตอาการของส้มเขียวหวานพอประเมินได้ว่า ถ้าอาการสีของใบส้มเขียวหวานที่เปลี่ยนเป็นสีเขียวอ่อนหรือสีเหลือง หากขาดต่อเนื่องอาจขาดธาตุไนโตรเจน แต่ถ้าต้นแคระแกร็นใบบิดเบี้ยวไม่แบนราบอาจเป็นอาการของการขาดธาตุฟอสฟอรัส หรือถ้าอาการใบเหลือง ใบแห้งโดยเฉพาะบริเวณขอบหรือปลายใบ กรณีใบแห้งอาจพบเป็นจุดๆ เริ่มที่ใบแก่ก่อนจะลุกลามสู่ใบอ่อน การเจริญเติบโตของรากจะไม่ดี ทำให้เติบโตช้า อ่อนแอ ง่ายต่อการเข้าทำลายของโรค/แมลง ผลส้มมีขนาดเล็กลักษณะเหี่ยวย่นให้นึกถึงธาตุโพแทสเซียม ส่วนอาการอื่นๆ ที่เคยพบก็เช่น ผลแตก ใบเขียวเข้มผิดปกติ ใบด่าง มักจะขาดธาตุอาหารเสริมบางธาตุต้องนำ ผล ใบ ไปสอบถามนักวิชาการอีกทีหนึ่ง

“แต่ทั้งนี้ อาการต่างๆ อาจจะเกิดจากการขาดธาตุอาหารใด ธาตุอาหารหนึ่ง หรือหลายธาตุ จากการสังเกต อาจไม่ถูกต้องตามหลักวิชาการเกษตรเสียทั้งหมด ประสบการณ์ที่มีก็ได้มาจากการไปอบรม สอบถามผู้รู้ และเป็นคนช่างสังเกต การเรียนรู้เรื่องส้มเขียวหวานไม่มีที่สิ้นสุด” คุณกรณ์ธนา กล่าว

ส่วนอาการของโรคพืชนั้น ในแปลงส้มเขียวหวานแห่งนี้ก็มีอยู่บ้าง แม้จะใช้วิธีการป้องกันมากกว่าการกำจัดด้วยสารเคมี แต่เท่าที่พบก็มีไม่มาก คุณกรณ์ธนา ชี้ให้เห็นเป็นตัวอย่างบางลักษณะจากอาการเข้าทำลายของโรคแคงเกอร์ โรคราสนิม โรคราดำ อันมักจะเกิดในฤดูฝน การป้องกันคุณกรณ์ธนาบอกว่าก็จะฉีดพ่นด้วยไตรโคเดอร์มา 2 ครั้ง ช่วงต้นฤดูฝนและปลายฤดูฝน หรืออย่างแมลงที่เข้าทำลายเห็นได้ที่ใบและผลส้ม อย่างเพลี้ยอ่อนพบช่วงแตกใบอ่อน เพลี้ยไฟช่วงติดดอก หากผลส้มโตก็จะเป็นผลลาย ไรแดง หนอนชอนใบ ต้องป้องกันด้วยบิวเวอเรีย ฉีดพ่น 15 วัน ต่อครั้ง เพียง 2 ครั้ง ก่อนแตกตาดอก และติดผลอ่อน

คุณกรณ์ธนา ย้ำว่า การปฏิบัติการของตนมิได้ดำเนินการทุกครั้ง เพียงแต่ใช้การสังเกตการคาดการณ์เกี่ยวกับลมฟ้าอากาศที่พยากรณ์ประกอบไปด้วย แต่หากพิจารณาแล้วว่าจากการสำรวจตรวจนับแล้วพบเจอก็ต้องฉีดพ่น เพราะหากปล่อยให้เกิดการระบาดแล้วมากำจัดด้วยสารเคมี จะทำให้ต้นทุนสูงและตนเองก็จะมีความเสี่ยงด้านสุขภาพไปด้วย

เก็บผลผลิตส้มเขียวหวานให้ได้คุณภาพ

คุณภาพของส้มเขียวหวานได้จากการนับอายุของผลเมื่อจะถึงเวลาเก็บเกี่ยว คุณกรณ์ธนาบอกว่านับตั้งแต่ส้มเขียวหวานดอกบาน นับเวลา 10 เดือน ดูผลส้มว่าสุกได้ที่พอดี ผิวเหลือง เปลือกบาง ชิมดูมีรสหวาน เคยวัดความหวานได้ 12 องศาบริกซ์ ก็เก็บขายได้ตามที่ผู้ซื้อต้องการ ซึ่งขนาดของผลส้มที่เก็บได้จะมีขนาด เบอร์ 0 ถึงเบอร์ 1 เป็นส่วนใหญ่ เป็นที่ต้องการของตลาด ผลผลิตที่เก็บได้มากที่สุดจะเป็นรุ่นที่ 2 ราวๆ เดือนตุลาคม-เดือนธันวาคม ปลายๆ รุ่นจะมีสีผิวเป็นส้มเขียวหวานสีทอง แต่ถ้าเป็นช่วงเดือนกุมภาพันธ์-เดือนมีนาคม ผิวส้มจะเป็นสีทองเกือบทั้งหมด ทั้งนี้สภาพลมฟ้าอากาศหนาวเย็นเป็นปัจจัยหลัก

เนื่องจากการเก็บผลส้มเขียวหวานยังไม่สามารถใช้เทคโนโลยีใดๆ มาเก็บผลได้ ต้องอาศัยเทคนิคในการดูผล เก็บผล และเลือกพิจารณาเป็นผลๆ ไป จึงต้องใช้แรงงานในครอบครัวกับภรรยา คือ คุณสาวิตรี นิพนธ์ ผลผลิตที่เก็บได้ถ้าเป็นต้นส้มเขียวหวานที่อายุ 8-12 ปี จะได้ 5 ตัน ต่อไร่ แต่ทั้งสวนโดยเฉลี่ยจะอยู่ที่ 2 ตัน ต่อไร่

ลักษณะเด่นของส้มเขียวหวานจากสวนคุณกรณ์ธนา เป็นส้มเปลือกบาง ล่อน แกะง่าย ผลแป้น น้ำหนักดี เนื้อกุ้งฉ่ำน้ำ ผิวเกรียนไม่ติดลาย รสชาติหวานกลมกล่อม ที่สำคัญเป็นส้มปลอดภัย

ตลาดส้มเขียวหวาน ปีนี้ตลาดตอบรับดี

ด้านการตลาด คุณกรณ์ธนา ระบายความรู้สึกว่าแรกๆ ก็พะว้าพะวังว่าราคาจะขึ้นหรือจะลง เพราะปีก่อนราคาส้มเขียวหวานไม่ดีเลย แต่ละปีของวงจรการผลิตตนเองมีความตั้งใจที่จะดูแลผลผลิตส้มเขียวหวานให้มีคุณภาพปลอดภัยต่อผู้บริโภค แต่ปีนี้เป็นช่วงจังหวะโอกาสดี ส้มเขียวหวานมีราคาเป็นที่พอใจ ถ้าขายตามขนาด เบอร์ 0 สวยที่สุด ราคาจากสวนขายได้กิโลกรัมละ 22 บาท ส่วน เบอร์ 1 ขายได้กิโลกรัมละ 18 บาท

คุณกรณ์ธนา ฝากความหวังไว้ว่า ส้มเขียวหวานหาดรั่ว วังชิ้น จะเป็นที่ต้องการของตลาดและผู้บริโภค จึงต้องการการแก้ไขปัญหาด้านราคา จะด้วยวิธีการใดก็ได้ที่เกษตรกรมีความมั่นใจที่จะผลิตส้มคุณภาพออกสู่ตลาด เพื่อไม่ให้มีการต้องมาตัดต้นส้มเขียวหวานทิ้งขว้างดังเช่นพืชตัวอื่นๆ

ผู้ค้าปลีก ค้าส่ง หรือร้านค้า ห้างสรรพสินค้า สนใจจะสั่งซื้อหรือสั่งจองส้มเขียวหวานคุณภาพบ้านหาดรั่ว วังชิ้น  ติดต่อ คุณกรณ์ธนา สอนสี บ้านเลขที่ 40/1 หมู่ที่ 6 ตำบลวังชิ้น อำเภอวังชิ้น จังหวัดแพร่ โทร. 099-945-475

หน่วยงานรัฐให้การส่งเสริม

ขับเคลื่อนทั้งปริมาณและคุณภาพ

คุณปฏิวัติ วงศ์รัตนธรรม เกษตรอำเภอวังชิ้น ได้ให้ข้อมูลโดยรวมของพื้นที่ปลูกส้มเขียวหวานว่า อำเภอวังชิ้นเป็นอำเภอที่มีพื้นที่ปลูกส้มเขียวหวานมากที่สุด 16,048 ไร่ จำนวนเกษตรกรผู้ปลูก 1,334 ครัวเรือน (ข้อมูล ณ เดือนธันวาคม 2561) ซึ่งมีปลูกกระจายอยู่ทั่วทุกตำบล มากน้อยแล้วแต่บริบทของแต่ละพื้นที่ อย่างเช่น ตำบลนาพูน ปลูกมากที่สุด รองลงไปเป็นตำบลวังชิ้น แม่เกิ๋ง คุณปฏิวัติ มองว่าสถานการณ์ส้มเขียวหวานในปัจจุบันยังเป็นที่ต้องการของตลาดและผู้บริโภค เมื่อปี 2561ที่ผ่านมา ฝนฟ้าอากาศดี ผลผลิตส้มเขียวหวานในอำเภอวังชิ้น เกษตรกรขายได้ราคาดีสมเหตุสมผล

การส่งเสริมของสำนักงานเกษตรอำเภอวังชิ้น ทั้งเกษตรอำเภอและเจ้าหน้าที่ส่งเสริมการเกษตรได้ติดตามส่งเสริมแนะนำอย่างต่อเนื่อง อย่างเกษตรแปลงใหญ่ส้มเขียวหวาน ซึ่งมีอยู่แล้ว 1 แห่ง ในอนาคตจะส่งเสริมให้มีเกษตรแปลงใหญ่ทุกตำบล เพื่อต้องการให้เกษตรกรลดต้นทุนการผลิต เช่น แนะนำเรื่องการตรวจวิเคราะห์ดิน และใช้ปุ๋ยสั่งตัดตามค่าการวิเคราะห์ดิน การงดใช้สารเคมี โดยให้ความรู้การสำรวจตรวจนับในแปลงปลูกส้มเขียวหวาน ก่อนจะใช้สารชีวภัณฑ์ หรือสารเคมี และเพื่อการเพิ่มผลผลิตจากการแนะนำการตัดแต่งกิ่งป้องกันหรือให้ปราศจากโรคและแมลง เพื่อเพิ่มคุณภาพผลผลิตจากผลส้มที่เป็นผลเล็กให้มีขนาดใหญ่ขึ้น รวมทั้งการส่งเสริมให้เกษตรกรผู้ปลูกส้มเขียวหวานได้รับมาตรฐานการปฏิบัติทางการเกษตรที่ดี หรือ GAP ครบทุกแปลง ให้ผู้บริโภคได้บริโภคส้มเขียวหวานที่ปลอดภัย ซึ่งตนเองมองว่าเกษตรกรวังชิ้นมีการใช้สารเคมีน้อยมาก ส่งผลให้ส้มเขียวหวานวังชิ้นมีคุณภาพที่ดี มีรสชาติกลมกล่อม อร่อย

ด้านการตลาดนั้น คุณปฏิวัติเห็นว่า ต้องการเชื่อมโยงการผลิตและการตลาดส้มเขียวหวานสู่ตลาดปลอดภัย และกระจายผลผลิตสู่ตลาดสากล ซึ่งมีความต่อเนื่องที่จะป้อนผลผลิตสู่ตลาด แนวทางหนึ่งที่ผ่านการประชาสัมพันธ์ก็ด้วยการจัดให้มีการประกวดผลผลิตส้มเขียวหวานเพื่อคัดเลือกผลผลิตคุณภาพสื่อไปยังตลาดผู้บริโภคทุกระดับ

ในอนาคตอันใกล้นี้วางแผนไว้ว่าจะดำเนินการจัดตั้งโรงเรียนเกษตรกรผู้ปลูกส้มเขียวหวาน เพื่อจัดการองค์ความรู้ให้แก่เกษตรกรอย่างครบวงจร ให้เกษตรกรได้มีโอกาสพบปะกันบ่อยๆ โดยจะจัดทำหลักสูตรของโรงเรียนเกษตรกร ควบคู่กันไปด้วย ความมุ่งมั่นดังกล่าว ต้องอาศัยความร่วมมือหลายฝ่ายจึงจะประสบความสำเร็จ โดยคำนึงถึงประโยชน์และความมั่นคงในการประกอบอาชีพของเกษตรกรผู้ปลูกส้มเขียวหวานเป็นสำคัญ

สำนักงานเกษตรอำเภอวังชิ้น โทร. 054-589-115

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...