โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เตือน ‘ผงชูรส’ กินมาก ‘ป่วย’ แถมเสี่ยงเจอของปลอม

The Bangkok Insight

เผยแพร่ 24 ก.พ. 2562 เวลา 15.02 น. • The Bangkok Insight

เตือน “ผงชูรส”  กินมากเกินไป อาจเกิดอาการแพ้ผงชูรส หรือ ป่วยเป็นโรค”ไชนีสเรสเตอรองซินโดรม” ได้ กรมอนามัยย้ำผงชูรสไม่ใช่สิ่งจำเป็นต่อร่างกาย  แถมมีผงชูรสปลอมระบาด เป็ํนอันตรายต่อสุขภาพร้ายแรง

พญ.พรรณพิมล วิปุลากร

ผู้บริโภคที่นิยมใส่ผงชูรสในอาหาร โดยเชื่อว่าจะช่วยเพิ่มรสชาติอาหารให้อร่อยขึ้น ความจริงแล้วผงชูรสจะละลายไขมันให้ผสมกลมกลืนกับน้ำ ทำให้มีรสเหมือนน้ำต้มเนื้อ และกระตุ้นปุ่มปลายประสาทของลิ้นกับคอ ทำให้อาหารมีรสหวานอร่อย แต่ถ้ากินมากเกินไป อาจก่อให้เกิดอันตรายต่อสุขภาพได้

โดยเฉพาะอย่างยิ่งอาการแพ้ผงชูรสที่เรียกว่า “ไชนีสเรสเตอรองซินโดรม” หรือรู้จักกันในชื่อของ “โรคภัตตาคารจีน”  ซึ่งจะทำให้เกิดอาการ ดังนี้

  • รู้สึกชาที่ปาก ลิ้น
  • ปวดกล้ามเนื้อบริเวณโหนกแก้ม ต้นคอ หน้าอก
  • หัวใจเต้นช้าลง หายใจไม่สะดวก
  • ปวดท้องคลื่นไส้ อาเจียน
  • กระหายน้ำ

พญ.พรรณพิมล วิปุลากร อธิบดีกรมอนามัย ย้ำว่า ผู้ที่แพ้ผงชูรสมาก ๆ จะเกิดอาการชา บริเวณใบหน้า หู วิงเวียน หัวใจเต้นเร็ว จนอาจเป็นอัมพาต ตามแขนขาชนิดชั่วคราวได้ แต่อาการเหล่านี้จะหายเองภายในเวลา 2 ชั่วโมง รวมถึงไม่มีอาการแทรกซ้อนอื่น ๆ อีก

โดยเฉพาะหญิงมีครรภ์ ไม่ควรกินผงชูรสเด็ดขาด เพราะอาจส่งผลต่อทารกในครรภ์ได้ สำหรับทารกแรกเกิดถึง 3 เดือนนั้น หากได้กินผงชูรสเข้าไป จะส่งผลกระทบต่อการเจริญเติบโตของสมองในเด็กวัยนี้อีกด้วย

และจากความนิยมกินผงชูรส ทำให้ผู้ผลิตบางรายใช้สารปลอมปนในผงชูรสด้วย เพื่อลดต้นทุนการผลิต และสารที่ใช้ มีทั้งที่เป็นวัตถุไม่เป็นอันตรายแก่ผู้บริโภค ได้แก่ เกลือ น้ำตาล แป้ง  ส่วนวัตถุที่เป็นอันตราย เช่น บอแรกซ์ ซึ่งเป็นสารห้ามใช้ในอาหาร

ทั้งนี้เพราะหากร่างกายได้รับในปริมาณสูง อาจทำให้เสียชีวิตได้ หรือถ้าได้รับในปริมาณน้อย แต่บ่อยครั้งจะสะสมในร่างกายก่อให้เกิดอาการพิษแบบเรื้อรัง ทำให้ เบื่ออาหาร อ่อนเพลีย สับสน ระบบย่อยอาหารถูกรบกวน ผิวหนังอักเสบ

นอกจากนี้ ยังมีสารอีกชนิดที่นิยมใส่ปะปนในผงชูรส คือ “โซเดียมเมตาฟอสเฟต”  ซึ่งปกติจะใช้เป็นน้ำยาล้างหม้อน้ำรถยนต์ เมื่อกินเข้าไปจะออกฤทธิ์เป็นยาถ่ายอย่างแรง

ทั้งนี้ผู้บริโภคที่สงสัยว่า ผงชูรสที่ใช้นั้น ปลอดภัยจากสารปลอมปนหรือไม่ สามารถตรวจสอบด้วยวิธีการง่าย ๆ คือ ให้นำผงชูรสที่สงสัยประมาณครึ่งช้อนชาใส่ลงในช้อนโลหะ เผาจนไหม้ หากเป็นผงชูรสแท้ สารนั้นจะไหม้ไฟเป็นถ่านสีดำที่ช้อน แต่ถ้าเป็นผงชูรสที่มีส่วนผสมของบอแรกซ์ หรือโซเดียมเมตาฟอตเฟตผสมอยู่ จะพบว่ามีทั้งส่วนที่ไหม้เป็นสีดำ และส่วนที่เหลือค้างเป็นสีขาวที่ช้อน

ที่สำคัญกลุ่มแม่บ้าน หรือร้านอาหาร ที่มีฝีมือในการปรุงอาหาร หรือ มีเมนูชูสุขภาพประจำร้าน และใช้น้ำเคี่ยวกระดูกสัตว์อยู่แล้ว ผงชูรสก็ไม่จำเป็นต้องใช้ในการปรุงประกอบอาหาร แต่ถ้าหากจำเป็นต้องใช้ผงชูรสจริงๆ ผู้บริโภคควรเพิ่มความพิถีพิถันในการเลือกซื้อ 

โดยการสังเกตหีบห่อ หรือกระป๋องบรรจุ ขอบผนึกต้องไม่มีรอยตำหนิ ฉลากพิมพ์เป็นตัวหนังสือภาษาไทยชัดเจน ไม่เลอะเลือน และต้องระบุชื่ออาหารแสดงคำว่า “ผงชูรส” ตลอดจนมีเลขทะเบียนตำรับอาหาร(อย.) ระบุชื่อ ที่ตั้งของผู้ผลิต เดือนปีที่ผลิต รวมทั้งน้ำหนักสุทธิอย่างชัดเจน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...