โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

จริงตนาการ : "ฟาดิล วอกครี" ผู้กำเนิดฟุตบอล "โคโซโว" ในแผนที่โลก

มติชนสุดสัปดาห์

อัพเดต 18 ก.ย 2562 เวลา 07.46 น. • เผยแพร่ 18 ก.ย 2562 เวลา 07.46 น.

“โคโซโว” กลายเป็นทีมฟุตบอลที่อันตรายทีมหนึ่งของยุโรปไปแล้ว หลังจากทำสถิติไม่แพ้ใคร 15 แมตช์รวด ก่อนจะมาพ่าย “อังกฤษ” ไปแบบสนุก 3-5 ในฟุตบอลยูโร 2020 รอบคัดเลือก ปิดฉากสถิติไร้พ่ายไว้แค่นั้น

แต่ก็ได้แสดงให้ทีมใหญ่ๆ เห็นว่า พวกเขาพร้อมจะสู้ในสังเวียนฟุตบอล ไม่ใช่แค่สงครามอย่างที่เคยทำมา

หลังจากที่โคโซโวประกาศอิสรภาพจาก “เซอร์เบีย” เมื่อปี 2008 ก็เดินหน้าขอเป็นสมาชิกของสหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ (ฟีฟ่า) และสหพันธ์ฟุตบอลยุโรป (ยูฟ่า) มาอย่างต่อเนื่อง

ก่อนจะได้รับการรับรองในปี 2016

อย่างไรก็ตาม พวกเขาก็ได้ลงเล่นฟุตบอลนัดกระชับมิตรครั้งแรกในประวัติศาสตร์ของประเทศไปก่อนหน้านั้นแล้วในปี 2014 ด้วยการเสมอกับ “เฮติ” 0-0

ด้วยความพยายามของ “กรานิต ชาก้า” มิดฟิลด์อาร์เซนอลในปัจจุบัน และ “เซอร์ดาน ชากิรี่” นักเตะลิเวอร์พูลในตอนนี้ ได้เดินหน้าร้องขอให้บ้านเกิดตัวเองได้บันทึกตัวเองในแผนที่ฟุตบอลของโลกเสียที

ฟีฟ่าและยูฟ่ารับรองโคโซโวให้เป็นสมาชิกในปี 2016 ถือเป็นการยุติ 8 ปีที่รอคอยของชาวโคโซโว ที่อยากจะเห็นประเทศตัวเองได้ลงเล่นในฟุตบอลระดับนานาชาติเสียที

 

นับตั้งแต่วันที่ 13 พฤศจิกายน 2017 เป็นต้นมา ทีมน้องใหม่ของยุโรปไม่แพ้ใครตลอด 15 นัด ในการลงเตะทั้งฟุตบอลกระชับมิตร, เนชั่นส์ลีก, ยูโร 2020 รอบคัดเลือก ที่สำคัญ พวกเขายังยันเสมอเดนมาร์ก 2-2 เสมอ “บัลแกเรีย” 1-1 เสมอ “มอนเตเนโกร” 1-1 และเอาชนะ “เช็ก” 2-1 แบบหักปากกาเซียนเลยทีเดียว

การแพ้อังกฤษแบบยิงได้ถึง 3 ลูก นับเป็นการพิสูจน์ว่า ชาติเล็กๆ ที่อยู่ท่ามกลางสงครามมายาวนาน พร้อมจะประกาศให้โลกรู้ว่าตัวเองเป็นประเทศแห่งฟุตบอลเช่นกัน

บุคคลที่ถูกยกย่องให้เป็นผู้อุทิศตนเพื่อฟุตบอลของชาติคือ “ฟาดิล วอกครี” ประธานสหพันธ์ฟุตบอลคนแรกในประวัติศาสตร์ของโคโซโว

วอกครีเป็นกองหน้าทีมชาติยูโกสลาเวียในยุค 80 เป็นหนึ่งในความภาคภูมิใจของชาวโคโซโว เพราะเป็นคนเชื้อสายโคโซโวคนแรกที่ติดทีมชาติยูโกสลาเวีย

หลังจากเลิกเล่น เขาอุทิศตัวเพื่อเริ่มต้นเดินหน้าสร้างตัวตนให้กับฟุตบอลโคโซโวด้วยโต๊ะ 2 ตัว คอมพิวเตอร์ 2 เครื่อง ในห้องอพาร์ตเมนต์เล็กๆ ของกรุงพริสตินา งานของวอกครีเริ่มต้นในวันที่ 17 พฤศจิกายน 2008 หลังจากที่โคโซโวประกาศเอกราชเพียง 1 วันเท่านั้น

การเดินหน้าสร้างผลงานที่ดีของโคโซโว สร้างความสุขให้กับแฟนบอล แต่วันที่ 9 มิถุนายนปีที่แล้ว ประธานสหพันธ์ฟุตบอลโคโซโวรายนี้เสียชีวิตลงด้วยอาการหัวใจวาย

และไม่มีโอกาสมาบอกเล่าเรื่องราวที่ตัวเองประสบพบเจอมาอีกแล้ว

 

“กรามอซ” ลูกชายคนโตของเขาบอกว่า พ่อไม่เคยแสดงออกในเรื่องการเมือง เรื่องเดียวในหัวคือฟุตบอลเท่านั้น เพราะฟุตบอลเป็นเรื่องที่อยู่สูงกว่าทุกอย่างในโลกนี้ สำหรับความคิดของฟาดิล

ความพยายามในการเป็นสมาชิกของฟีฟ่าเดินหน้ามาอย่างต่อเนื่อง แต่ก็ยังไม่ประสบความสำเร็จเสียที เมื่อปี 2012 วอกครีได้ไปร่วมชมฟุตบอลกระชับมิตรระหว่างสวิตเซอร์แลนด์กับแอลเบเนีย ซึ่งแมตช์นั้นมีนักเตะเชื้อสายโคโซโวที่อยู่ในทั้งสองทีมรวมกันถึง 15 คน

วอกครีผู้พ่อได้ชมฟุตบอลแมตช์นั้นร่วมกับ “เซปป์ แบล็ตเตอร์” ประธานฟีฟ่าในยุคนั้น ซึ่งแบล็ตเตอร์ได้ถามวอกครีว่า เขารู้สึกอย่างไรในวันนี้

“มันก็เหมือนกับการดูทีมโคโซโว เอ เจอกับโคโซโว บี นั่นแหละ” เขาตอบแบล็ตเตอร์แบบนั้น

ปี 2016 ทั้งฟีฟ่าและยูฟ่ารับรองให้โคโซโวเป็นสมาชิก น้ำตาแห่งความปีติไหลรินออกจากตาของชาวโคโซโวมากมาย หลังจากที่ฟาดิล วอกครี เสียหยาดเหงื่อและเม็ดเงินมากมายในความพยายามตลอด 8 ปี

 

ผลงานของโคโซโวในยูโร 2020 รอบคัดเลือก ณ ตอนนี้พวกเขาอยู่อันดับ 3 ของกลุ่มเอ มี 8 คะแนน ตามหลังอังกฤษ 4 คะแนน และตามหลังเช็ก 1 คะแนน

ถ้าจบอันดับ 1-2 ของกลุ่มได้ ก็จะได้สิทธิไปเล่นทัวร์นาเมนต์อย่างเป็นทางการหนแรกของโคโซโว ซึ่งโอกาสก็เป็นไปได้สูงเช่นกัน

“เบอร์นาร์ด ชาลลานเดส” โค้ชชาวสวิส เข้ามาคุมทัพตั้งแต่ปี 2018 เขาไม่มีดีกรีหรูหราในการเป็นนักเตะ ในการเป็นกุนซือเคยพาเอฟซี ซูริก คว้าแชมป์ลีกสูงสุดสวิตเซอร์แลนด์ 1 สมัย แต่กลับปลุกนักเตะโคโซโวให้สู้กับทุกทีมในสนามได้อย่างสนุก จนโคโซโวในการคุมทีมของเขาได้รับการขนานนามว่า “บราซิลแห่งบอลข่าน”

การเลือกชาลลานเดสเข้ามาคุมทัพนับเป็นผลงานชิ้นสุดที่ฟาดิล วอกครี ได้ทิ้งไว้ก่อนจะลาโลกไป

พิธีศพของฟาดิล วอกครี จัดขึ้นอย่างสมเกียรติ มีคนในวงการฟุตบอลเซอร์เบียมาร่วมพิธีด้วย ซึ่งไม่ใช่เรื่องปกตินักที่ชาวเซิร์บจะเข้ามาในโคโซโว เพราะทั้งสองชาติเป็นปฏิปักษ์กันอย่างรุนแรง

กรามอซทิ้งท้ายว่า เมื่อฟุตบอลสามารถสร้างเรื่องราวอันสวยงามได้แบบนี้แล้ว ทำไมโคโซโวและเซอร์เบียไม่เลือกให้กีฬาเป็นการริเริ่มความสัมพันธ์ที่ดีซึ่งกันและกันไปเสียเลย

ซึ่งถ้ามันเกิดขึ้นได้ จะไม่มีฝ่ายไหนแพ้ มีแต่จะจับมือฉลองชัยชนะไปด้วยกัน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...