โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

เกษตรกรเมืองพิษณุโลก เลี้ยงจระเข้เป็นอาชีพเสริม ทำตลาดหลากหลาย เกิดรายได้ยั่งยืน

เทคโนโลยีชาวบ้าน

อัพเดต 23 ม.ค. 2564 เวลา 03.50 น. • เผยแพร่ 22 ม.ค. 2564 เวลา 21.44 น.

ในเรื่องของการทำงานเกษตร หลายคนมองว่ามีขั้นตอนที่ยุ่งยาก เพราะเกษตรกรรรมกว่าจะได้มาซึ่งผลิตภัณฑ์แต่ละอย่าง ต้องผ่านการลงมือและการดูแลอย่างใกล้ชิด ไม่ว่าจะเป็นอาชีพเกษตรแขนงไหนๆ ต้องใช้เวลาแทบทั้งสิ้นในการจัดการให้ได้มาซึ่งผลผลิตที่มีคุณภาพ จึงทำให้เกษตรกรบางท่านเลือกทำเกษตรที่เหมาะสมกับบุคลิกของตัวเอง โดยไม่เน้นขั้นตอนที่ยุ่งยากก็สามารถเกิดรายได้ และได้ลงมือทำในสิ่งที่ชอบไปพร้อมๆ กัน

คุณธิติวัฒน์ วรวิทย์ภูวสิน เป็นเกษตรกรทำฟาร์มจระเข้อยู่ที่ตำบลบ้านไร่ อำเภอบางกระทุ่ม จังหวัดพิษณุโลก โดยมองว่า การทำฟาร์มเลี้ยงจระเข้นั้น ไม่ต้องดูแลมากมายหลายขั้นตอนเหมือนอย่างการเลี้ยงสัตว์อื่นๆ จระเข้ จึงเป็นสัตว์เลี้ยงทางด้านประมงที่เขามองว่าตอบโจทย์กับการดำเนินชีวิตประจำวันของเขา และที่สำคัญสามารถเลี้ยงเป็นอาชีพเสริมรายได้ โดยที่เขาสามารถไปทำงานด้านอื่นไปพร้อมกับการเลี้ยงจระเข้

คุณธิติวัฒน์ เล่าให้ฟังว่า อาชีพหลักที่ทำเป็นเจ้าของศูนย์จำหน่ายรถจักรยานยนต์ ต่อมาต้องการมีอาชีพเสริมให้กับครอบครัวมากขึ้น โดยมองอาชีพเสริมทางการเกษตรที่ไม่ต้องสิ้นเปลืองในเรื่องของค่าใช้จ่ายมากนัก สามารถเลี้ยงเป็นงานสร้างรายได้เสริมที่ยั่งยืน และที่คำนึงมากที่สุดคือเรื่องของการจัดการดูแลต้องไม่ยุ่งยาก สามารถทำควบคู่ไปกับงานประจำของเขาได้อย่างไม่มีสะดุด

“ช่วงนั้นประมาณปี 2552 มีโอกาสได้ไปรู้จักกับคนที่เขาเลี้ยงจระเข้อยู่ก่อนแล้ว เราก็มามองว่าที่ดินเรายังมีที่เพียงพอสำหรับทำได้อยู่ เพราะว่าถ้าปล่อยไว้มันก็จะเป็นที่ดินรกร้างไม่เกิดประโยชน์ ที่ตัดสินใจเลี้ยงเราได้เอาจระเข้มาเปรียบเทียบกับการเลี้ยงโค และการเลี้ยงสัตว์อื่นๆ นิสัยการกินของจระเข้ไม่ซับซ้อนไม่ต้องให้อาหารทุกวัน แรงงานก็ไม่ต้องใช้เยอะ เราก็มองว่าตอบโจทย์กับเรามากที่จะเลี้ยงเป็นอาชีพเสริม ช่วงแรกจึงได้นำจระเข้อายุ 1 ปี มาทดลองเลี้ยงอยู่ประมาณ 105 ตัว ผลปรากฏว่าพอไปได้ สามารถขายทำเงินได้ จึงเป็นจุดเริ่มต้นให้ขยายการเลี้ยงและทำมาจนถึงทุกวันนี้” คุณธิติวัฒน์ เล่าถึงที่มาของการเลี้ยงจระเข้

จระเข้กว่าจะจำหน่ายได้แต่ละรอบนั้น ต้องใช้ระยะเวลาในการเลี้ยงอย่างต่ำมากกว่า 3 ปี คุณธิติวัฒน์ บอกว่า มีการทำแผนการเลี้ยงภายในฟาร์ม มีจระเข้ที่คละรุ่นกันไป เพื่อที่ในแต่ละปีจะมีจระเข้จับจำหน่ายได้ตลอด สถานที่เลี้ยงจะเน้นเป็นแบบบ่อปิดไม่ให้มีการเข้าออกของบุคคลภายนอก เพราะจระเข้มีอุปนิสัยชอบความเงียบสงบ ส่วนเจ้าของฟาร์มจะเข้าไปภายในบ่อสัปดาห์ละ 1- 2 ครั้ง เพื่อให้อาหารเพียงอย่างเดียว

จระเข้เมื่ออายุอยู่ที่ 3 ปีขึ้นไป จะเริ่มผสมพันธุ์ได้ เมื่อได้ไข่ของจระเข้ออกมาแล้ว จะนำมาฟักในพื้นที่สำหรับฟักไข่เป็นเวลาประมาณ 6 เดือน อาหารเลี้ยงลูกจระเข้ในระยะนี้จะเน้นให้กินไก่และหมูบดที่ผสมกับไข่แดงตามสูตรเป็นส่วนใหญ่

เมื่อลูกจระเข้ที่ออกจากไข่มีความแข็งแรงดีแล้ว จะนำมาอนุบาลในบ่อที่มีขนาดใหญ่ขึ้น ปล่อยให้อยู่รวมกัน ประมาณ 50 ตัว ในบ่อที่มีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 1 เมตร อยู่ในบ่อนี้ระยะหนึ่ง เมื่อลูกจระเข้มีขนาดใหญ่ขึ้นจะนำมาเลี้ยงรวมกันในบ่อรวมที่มีขนาดใหญ่ เป็นเวลาประมาณ 2 ปี จากนั้นคัดไปเลี้ยงต่อว่าต้องการเลี้ยงไปเป็นสำหรับจำหน่ายเนื้อพร้อมเลือด หรือว่าต้องการเลี้ยงเพื่อส่งจำหน่ายเนื้อและหนังสำหรับนำไปทำผลิตภัณฑ์ต่างๆ ต่อไป

“ช่วงที่เราคัดไปเลี้ยงตามความต้องการของตลาด เราจะแยกชัดเจน ถ้าต้องการเลี้ยงเพื่อเอาเนื้อกับเลือดไม่ต้องคำนึงว่าหนังจะสวยหรือไม่สวย เราสามารถเลี้ยงรวมกันได้เลยภายในบ่อใหญ่ แต่ถ้าต้องการเลี้ยงเพื่อส่งขายเนื้อและเอาหนังสำหรับทำเป็นสินค้าต่างๆ หนังของเขาต้องมีความสวยไม่มีรอยขีดข่วนจากการเลี้ยง เราก็จะนำจระเข้อายุ 2 ปี ไปเลี้ยงแยกเป็นบ่อเดี่ยวๆ บ่อละ 1 ตัว ไม่ปะปนกัน เพื่อให้หนังมีความสวยเลี้ยงต่อไปอีกประมาณ 1 ปีครึ่ง ก็สามารถขายได้ โดยอาหารที่ให้จระเข้ในระยะนี้กิน จะเป็นเนื้อไก่เป็นมากสัปดาห์ละ 1 ครั้ง” คุณธิติวัฒน์ บอก

ในเรื่องของการเกิดโรคที่เกิดขึ้นกับจระเข้นั้น คุณธิติวัฒน์ บอกว่า ยังไม่เจอโรคที่เกิดขึ้นกับจระเข้จนทำให้เกิดความเสียหาย เพราะการเลี้ยงไม่มีการให้อาหารที่มาจนเกิดความสกปรก เพราะให้อาหารเพียง 4 ครั้ง ต่อเดือน บวกกับมีการถ่ายน้ำให้ใหม่ทุกบ่อ เดือนละ 1 ครั้ง จึงทำให้มีความสะอาดไม่เกิดโรค

สำหรับการทำตลาดเพื่อจำหน่ายจระเข้ภายในฟาร์ม จะไม่เลี้ยงก่อนที่จะหาตลาด ก่อนที่จะสร้างฟาร์มสำหรับเลี้ยงนั้น คุณธิติวัฒน์ บอกว่า ต้องหาแหล่งส่งจำหน่ายก่อน จากนั้นจึงมาเลี้ยงเพื่อให้มีผลผลิตตามที่ลูกค้าต้องการ เนื่องจากจระเข้มีระยะการเลี้ยงที่นาน อย่างต่ำต้องได้อายุอยู่ที่ 3 ปีขึ้นไปจึงจะจำหน่ายได้ การเลี้ยงฉะนั้นต้องมีการวางแผนการจับจำหน่ายที่หมุนเวียนตลอดเพื่อให้มีรายได้ทุกปี

“ช่วงนี้เรามีการทำตลาดให้ครบวงจรมากขึ้น จากที่เราส่งจำหน่ายให้กับลูกค้าที่รับซื้อประจำอย่างเดียว เราก็มีการนำจระเข้บางส่วนที่เราวางแผนการผลิตไว้นั้น มาทำเป็นผลิตภัณฑ์ขายเอง ด้วยการชำแหละเองเพื่อนำมาทำเป็นเนื้อจระเข้แดดเดียว เนื้อสำหรับส่งขายให้กับร้านอาหารต่างๆ ที่มีเมนูจระเข้ ขายอยู่ที่กิโลกรัมละ 200 บาท ส่วนจระเข้ที่ส่งจำหน่ายให้ลูกค้าแบบยกตัวอายุ 3 ปีขึ้นไป ขายอยู่ที่เซนติเมตรละ 140-143 บาท การทำตลาดครบวงจรก็ช่วยให้เราขายได้หลากหลาย เกิดรายได้มากขึ้นโดยไม่ต้องขายส่งยกตัวเพียงอย่างเดียว” คุณธิติวัฒน์ บอกหลักการทำตลาด

สำหรับผู้ที่สนใจอยากจะเลี้ยงจระเข้เพื่อสร้างรายได้ คุณธิติวัฒน์ แนะนำว่า การเลี้ยงจระเข้เหมาะกับผู้ที่ไม่ต้องการเลี้ยงเป็นงานหลัก แต่อยากหารายได้เสริม ซึ่งมีงานประจำก็สามารถเลี้ยงได้ เพียงแต่ศึกษาการเลี้ยงและอุปนิสัยให้เข้าใจในสัตว์ชนิดนี้ก่อน จากนั้นให้มองการทำตลาดไปให้ไกล คือทำให้มีความหลากหลาย ให้มีการครบวงจรทั้งต้นน้ำ ปลายน้ำ และกลางน้ำ ก็จะทำให้การเลี้ยงจระเข้เป็นอาชีพที่สร้างรายได้อย่างยั่งยืนแน่นอน

สนใจพูดคุยเรื่องการเลี้ยงจระเข้ สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ โทร. (090) 889-1159

………………………………………………………………………………………………………………..

พิเศษ! สมัครสมาชิกนิตยสารเทคโนโลยีชาวบ้าน, มติชนสุดสัปดาห์ และศิลปวัฒนธรรม ลดราคาทันที 40% ตั้งแต่วันนี้ – 30 มิ.ย. 63 เท่านั้น! คลิกดูรายละเอียดที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...