โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

กีฬา

'แมนฯ ยู' หืดจับบุกเฉือน 'นอริช' 2-1 ช่วงต่อเวลาลิ่วตัดเชือกเอฟเอคัพ

MATICHON ONLINE

อัพเดต 27 มิ.ย. 2563 เวลา 19.23 น. • เผยแพร่ 27 มิ.ย. 2563 เวลา 19.23 น.

‘แมนฯ ยู’ หืดจับบุกเฉือน ‘นอริช’ 2-1 ช่วงต่อเวลาลิ่วตัดเชือกเอฟเอคัพ

ศึกฟุตบอลเอฟเอคัพ 2019-2020 รอบก่อนรองชนะเลิศ เป็นการพบกันระหว่าง นอริช ซิตี้ เปิดรังเหย้า แคร์โรว์ โร้ด ต้อนรับการมาเยือนของ “ปีศาจแดง” แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

ดาเนียล ฟาร์เค กุนซือเจ้าบ้าน เลือกจัดทัพมาในระบบ 4-2-3-1 โดยใช้ ตีมู ปุกกี้ ค้ำหน้าเป้าคอยทำเกมรุกร่วมกับ ลูคัส รุปป์, เอมิ บูเอนเดีย และ ท็อดด์ แคนท์เวลล์ ส่วนทีมเยือนของ โอเล กุนนาร์ โซลชา วางหมากมาในแผน 4-2-3-1 เช่นกัน โดยใช้ โอเดียน อิกาโล ค้ำหน้าเป้าคอยทำเกมรุกร่วมกับ ฆวน มาต้า, บรูโน แฟร์นานเดส และ เจสซี่ ลินการ์ด

เกมในช่วง 45 นาทีแรกเสมอกันอยู่ 0-0 ครึ่งหลังกลายเป็นฝั่งของยูไนเต็ดมาได้ประตูขึ้นนำ ในนาทีที่ 51 จากจังหวะที่ ลุค ชอว์ เปิดบอลทางกราบซ้ายเข้าเขตโทษไปโดนแนวรับนอริชสกัดไม่ขาดลอยโด่งมาเข้าทาง อิกาโล ดีดด้วยขวาแบบไม่จับระยะเผาขนตุงตาข่าย ส่งให้ปีศาจแดงบุกนำ 1-0

นาทีที่ 75 นกขมิ้นเหลืองอ่อนมาตามตีเสมอ จากจังหวะที่ บูเอนเดีย ไหลให้ แคนท์เวลล์ ตั้งป้อมซัดไกลด้วยขวาติดไซดก้อยพุ่งหนีมือ เซร์คิโอ โรเมโร อย่างเด็ดขาด ทำให้สกอร์ขยับมาเท่ากันที่ 1-1 จากนั้นนาทีที่ 88 เจ้าบ้านกลับต้องมาเหลือ 10 คน จากจังหวะที่ ทิม โคลเซ เจตนาเหนี่ยวตัวของ อิกาโล ที่กำลังจะได้บอลหลุดเดี่ยว ทำให้โดนใบแดงโดยตรงไล่ออกไป กระทั่งจบ 90 นาทีด้วยสกอร์ 1-1 ทำให้ต้องต่อเวลาพิเศษออกไปอีก 30 นาที

ช่วงต่อเวลาพิเศษเป็นยูไนเต็ดที่พับสนามบุกอยู่แทบจะข้างเดียว จนกระทั่งมาได้ประตูขึ้นนำอีกครั้ง ในนาทีที่ 118 จากจังหวะที่บอลขลุกขลิกอยู่ในเขตโทษก่อนจะมาเข้าทาง แฮร์รี่ แม็คไกวร์ ล้มตัวยิงด้วยซ้ายเข้าไป ช่วยให้ปีศาจแดงชนะ 2-1 ผ่านเข้ารอบรองชนะเลิศเอฟเอคัพแบบหืดจับ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...