มองโกเลีย เล็งใช้ "ถุงเพาะชำชีวภาพ" จากไทยพลิกฟื้นทะเลทราย
วันนี้ (15 ส.ค.2562) นายวิจารย์ สิมาฉายา ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) กล่าวว่า ขณะนี้นายณัฐวี บัวแก้ว และน.ส.กุลธิดา เกตุแก้ว นักวิจัยรุ่นใหม่จากมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตหาดใหญ่ ได้ทดลองผลิตยางพารา เป็นวัสดุในการทำถุงเพาะชำชีวภาพ ย่อยสลายได้โครงการดังกล่าวโดยได้รับการสนับสนุนจาก ดร.จงโปรด คชภูมิ จากบริษัท บางจาก คอร์ปอเร ชั่นจำกัด (มหาชน) โดยมีแนวคิดจากปัญหาราคายางพาราตกต่ำ และปัญหาขยะพลาสติก
นักศึกษาจึงได้ทดลองนำยางพาราที่ผ่านการปรับปรุงสูตรให้เหมาะสมต่อการใช้เป็นถุงเพาะชำกล้าไม้ ทั้งสภาพที่คงทน การคงรูปของถุงเพาะชำ โดยสูตรที่คิดค้นขึ้นและจากการทดลองสามารถทำให้ถุงเพาะชำย่อยสลายได้เองตามธรรมชาติ โดยไม่ทิ้งสารพิษตกค้างไว้ในดิน จึงเป็นการช่วยลดปัญหาขยะพลาสติกที่เกิดจากถุงเพาะชำเดิม และส่งเสริมให้เกษตรกรได้ลดต้นทุนในการผลิต ประหยัดแรงงาน รวมถึงการรักษารากของกล้าไม้ที่เกิดจากการขนย้ายกล้าไม้อีกด้วย
ภาพ:เฟชบุ๊ก wijarn simachaya
ปัจจุบัน ผลงานดังกล่าวของนักวิจัยได้รับความสนใจจากต่างประเทศ โดยประเทศจีน และมองโกเลีย ได้ติดต่อขอนำถุงเพาะชำกล้าไม้จากยางพาราไปใช้ในโครงการปลูกป่า ฆ่าทะเลทราย โดยคุณสมบัติที่อุ้มน้ำได้ดีและมีความคงทน สภาวะแห้งแล้ง
นอกจากนี้ยังโดยอยู่ระหว่างการปรับปรุงสูตร เพื่อให้ถุงเพาะชำใช้ได้ทนต่อทุกประเภทของกล้าไม้ และพื้นที่ในการปลูกต้นไม้ รวมถึงสามารถใส่ปุ๋ยลงในถุงเพาะชำเพื่อบำรุงกล้าไม้ได้อีกด้วย โดยจะมีความร่วมมือในการทดสอบเพิ่มเติมในเรือเพาะชำของ ทส.ในพื้นที่สงขลา
ข้อดีของถุงเพาะชำที่ผลิตขึ้นคือ สามารถย่อยสลายได้ และผสมสารอาหารที่เป็นแร่ธาตุให้กับพืช N P และ K ที่อยู่ในถุงถุงย่อยสลายได้ก็จะกลายเป็นปุ๋ย
ภาพ:เฟชบุ๊ก wijarn simachaya