โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

มีเงิน 1 แสนบาท ลงทุนอะไรดี ?

Stock2morrow

อัพเดต 06 ส.ค. 2562 เวลา 03.52 น. • เผยแพร่ 06 ส.ค. 2562 เวลา 03.52 น. • Stock2morrow
มีเงิน 1 แสนบาท ลงทุนอะไรดี ?

คำถามน่าสนใจสำหรับผู้เริ่มต้นลงทุน ชอบถามว่า "ควรลงทุนอะไรดี ?" …. ถ้าเรามีเงินเก็บ 5 หมื่น - 1 แสนบาท ควรจะเริ่มต้นอย่างไร วันนี้เรามาไข่คำตอบกันครับ

 

ปัจจุบันนี้จะหวังทำงานเก็บเงิน ฝากไว้ในบัญชีออมทรัพย์หรือฝากประจำน่าจะเรียกได้ว่า "หมดยุค" ไปเรียบร้อยแล้ว ถ้าเมื่อก่อนก็อาจจะได้เพราะดอกเบี้ยเงินฝากสูงถึง 10% กว่าๆ แต่ปัจจุบันนี้ได้ 1% ยังยากเลย ดังนั้นเราต้องหาการลงทุนทางเลือกใหม่ๆที่พร้อมจะรับความเสี่ยง และพร้อมรับผลตอบแทนที่มากขึ้น

 

คำตอบสำหรับคนที่ไม่รู้จะเริ่มต้นอย่างไรดี ลองหันไปมอง"กองทุนรวม" ถือเป็นตัวเลือกแรกๆที่น่าสนใจสำหรับนักลงทุน "มือใหม่" เพราะกองทุนรวมสมัยนี้ซื้อง่าย-ขายคล่อง มีผู้ดูแลเงินของเรา โดยเริ่มต้นจากการเดินเข้าธนาคารสักแห่งหนึ่งและบอกเจ้าหน้าที่ว่า "จะมาซื้อกองทุนรวม" มั่นใจได้ว่ากองทุนรวมนั้นมีความน่าเชื่อถืออย่างแน่นอน

 

ประเด็นคือ ทำไมต้องกองทุนรวม …

ปัจจุบันนี้กองทุนรวมมีความแพร่หลาย เข้าถึงง่าย ซื้อขายออนไลน์ได้ มีผู้ดูแลการลงทุน สามารถขอรับคำปรึกษาได้อย่างใกล้ชิด เรียกได้ว่าเข้าถึงนักลงทุนมือใหม่ได้ง่ายกว่าแต่ก่อนเยอะมาก

 

กองทุนรวมมีหลายแบบ แต่ละแบบก็ต่างวัตถุประสงค์ มีสัดส่วนการลงทุนในสินทรัพย์ที่แตกต่างกันแน่นอน รวมถึงผลตอบแทนก็แตกต่างกันด้วย แต่ใหญ่ๆแล้วมือใหม่ควรรู้มี 2 แบบ คือ กองทุนรวมที่เป็นตราสารหนี้ กับกองทุนรวมหุ้น …

 

กองทุนรวมตราสารหนี้เป็นกองทุนที่มีความเสี่ยงต่ำ เงินต้นไม่หาย แต่ผลตอบแทนราวๆ 1.5-1.7% เทียบเท่าเงินฝากออมทรัพย์พิเศษ ซึ่งแต่ละกองทุนก็จะมีนโยบายคล้ายๆกัน ถือตราสารหนี้คล้ายๆกัน
ในขณะที่กองทุนรวมหุ้นมีความเสี่ยงสูง เงินต้นอาจจะหายได้ แต่เราจะได้ผลตอบแทนมากขึ้น ทั้งนี้มักจะอ้างอิงอยู่กับตลาดหุ้น ณ เวลานั้น แต่ระยะยาวแล้วจะได้ผลตอบแทนประมาณ 5-8% โดยเฉลี่ย

 

ดังนั้นเวลาเราซื้อกองทุนรวม เราอาจจะแบ่งเงินออกเป็น 2 ส่วน ส่วนแรกซื้อกองทุนรวมตราสารหนี้สัก 30% ส่วนที่สองซื้อกองทุนรวมหุ้นสัก 70% คือยอมรับความเสี่ยงให้มากหน่อยเพื่อได้รับผลตอบแทนที่ดีกว่า แล้วก็ถือระยะยาวไปเลย ไม่ต้องไปสนใจมันมากนักถ้ามันจะขึ้นหรือจะลง
แต่สำหรับคนที่ "กระตือรือร้น" ซักหน่อย อาจจะมีการปรับพอร์ตทุกๆสามเดือน ถ้าเราเห็นว่าตลาดหุ้นลงมาเยอะ เราอาจจะขายตราสารหนี้บางส่วนมาเพิ่มสัดส่วนของหุ้น หรือถ้าเราเห็นว่าตลาดหุ้นขึ้นมาเยอะ อาจจะลดสัดส่วนของกองทุนหุ้นลง ไปซื้อตราสารหนี้ให้มากขึ้น อะไรแบบนั้นนะจ๊ะ

 

แต่เชื่อเถอะ บางครั้งเราซื้อๆขายๆบ่อยครั้ง ยิ่งทำให้เราผิดพลาดมาก การซื้อแล้วถือไว้เฉยๆอาจจะได้รับผลตอบแทนที่ดีกว่า

stock2morrow

ศูนย์รวมความรู้เรื่องหุ้น ศูนย์รวมนักลงทุนรายย่อย ที่อยากรู้วิธีการลงทุนในหุ้นอย่างถูกต้องและได้กำไรอย่างยั่งยืน ติดตามเราได้ที่

www.stock2morrow.com 

FB: stock2morrow 

LINE@stock2morrow

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...