UTP รุกตลาดในประเทศ ธุรกิจอาหารดันดีมานด์โต
ทันหุ้น - UTP ปี 2564 ตลาดอีคอมเมิร์ซ ในกลุ่มธุรกิจอาหารหนุนโต มองตลาดในประเทศขยายตัวดีกว่าต่างประเทศ โดยเฉพา ยุโรปและหสรัฐที่มีเรื่องล็อกดาวน์ ทำให้ปี 2564 มีแผนบุกตลาดในประเทศมากขึ้น ทางด้านโบรกคาดการณ์กำไรสุทธิปีนี้โต 8% และเป็น 9% ในปี 2565 ยังคงแนะนำซื้อ
นายมงคล มังกรกนก กรรมการผู้จัดการ บริษัท ยูไนเต็ด เปเปอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ UTP เปิดเผยว่า บริษัทยังมีออเดอร์เข้ามาอย่างต่อเนื่อง ทั้งในประเทศเเละต่างประเทศ โดยเฉพาะตลาดในประเทศไทยปีนี้ ซึ่งถือว่าเติบโตได้ดีจากช่องทาง อีคอมเมิร์ซ (E-commerce) เเละ อุตสาหกรรมที่ต้องใช้กล่องกระดาษ อาทิ อุตสาหกรรมอาหาร -ผลไม้-เครื่องดื่ม ต่างๆ ซึ่งปัจจุบันถือว่าต้องผลิตสินค้าออกมาให้ทันความต้องการของผู้บริโภค โดยบริษัทมีกำลังการผลิตรวมรองรับกว่า 90%
เน้นตลาดในประเทศ
ทั้งนี้ในปี 2564 บริษัทจะมุ่งเน้นการเติบโตจากในประเทศมากยิ่งขึ้น เนื่องจากมีความยืดหยุ่นมากกว่าตลาดต่างประเทศ ซึ่งปัจจุบันประสบปัญหาด้านราคาเนื่องจากราคาวัตถุดิบเศษกระดาษปรับตัวสูงขึ้น ขณะที่อุปทานในยุโรปและสหรัฐก็ลดลงหลังมีการล็อกดาวน์ อย่างไรก็ตาม นายมงคล มองว่า ราคาเศษกระดาษจะลดลงเมื่อรัฐบาลจีน แบนการนำเข้าเศษกระดาษในปี 2564 รวมถึง ยุโรป และ สหรัฐทยอยผ่อนคลายล็อกดาวน์
ด้านการเติบโตของรายได้ในปี 2564 คาดว่ารายได้จะเติบโตขึ้นต่อเนื่องจากปี 2563 เพราะมีออเดอร์ในประเทศที่ยังมีเข้ามาต่อเนื่อง อย่างไรก็ตามยังไม่สามารถระบุเป็นตัวเลขที่ชัดเจนได้ เพราะมีปัจจัยให้ต้องติดตามในหลายเรื่อง รวมไปถึงปัญหาด้านการส่งออก ปัญหาตู้คอนเทนเนอร์ขาดแคลน เเละการเเพร่ระบาดของโควิด-19 ที่ยังต้องจับตาต่อเนื่องเเต่ยังเชื่อว่าช่องทาง E-commerce เเละ อุตสาหกรรมอาหาร ยังเป็นตัวหนุนการเติบโตของปีนี้ นอกจากนี้ได้บริษัทจัดการต้นทุนภายใน เพื่อรักษาอัตรากำไรปี 2564 ให้เติบโตมากกว่าปี 2563
กำไรขั้นต้นฟื้นตัว
บริษัทหลักทรัพย์ ดีบีเอส วิคเคอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด ระบุถึง บริษัท ยูไนเต็ด เปเปอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ UTP ว่า แนวโน้มไปได้ดี ผู้บริหารคาดว่าอัตรากำไรขั้นต้นจะฟื้นตัวได้ตั้งแต่ไตรมาสที่ 1/2564 เเละคาดการณ์กำไรสุทธิปี 2564 /2565 ขยายตัวเพิ่มขึ้น 8% และ/9% ตามลำดับ
คาดอีกว่าบริษัทจะใช้กำลังการผลิตสูงที่ 90-92% เพราะขยายการส่งออกและเพิ่มลูกค้าใหม่, อัตรากำไรขั้นต้นขยับขึ้นเป็น 36.5% ในปี 2564 และเป็น 37.5% ในปี 2565 เพราะเพิ่มสัดส่วนกระดาษคราฟท์ซึ่งมีมาร์จิ้นสูงที่ 30-40%, ต้นทุนเศษกระดาษลดลง (เศษกระดาษคิดเป็น 55% ของต้นทุนการผลิตรวม) และเติบโตสูงไปพร้อมกับ E-commerce โดยเฉพาะในกลุ่มอาหาร รวมทั้งความพยายามลดการใช้พลาสติกเพื่อรักษาสิ่งแวดล้อม
ยังคงแนะนำซื้อ และปรับเพิ่มคาดการณ์กำไรสุทธิปี 2563 และ2564 ขึ้น 3% และ/6% ตรามลำดับ สะท้อนยอดขายและอัตรากำไรขั้นต้นที่ดีขึ้น ณ ราคาหุ้นปัจจุบันซื้อขายที่ P/E ปี 2564 ประมาณ 9 เท่า ต่ำกว่ากลุ่มที่ 12.5 เท่า บริษัทมี ROE สูง (ปี 2563 อยู่ที่ 28% ขณะที่อุตสาหกรรม 14%) และจ่ายปันผลสูง เราประมาณการเงินปันผลปี 2563 และปี2564 ไว้ที่ 0.84บาทต่อหุ้น และ0.92 บาท/หุ้น ตามลำดับ คิดเป็น DY 5.4% และ5.9% ตามลำดับ