โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไลฟ์สไตล์

บังเอิญหรือจงใจ ? สื่อเกาหลีเบี่ยงประเด็นข่าวฉาว

Jeban.com

เผยแพร่ 27 ก.พ. 2564 เวลา 17.00 น. • ST

 Scandal คือคำศัพท์ที่ดูเปราะบางสำหรับคนเกาหลี สำหรับวงการบันเทิง เพียงแค่นักแสดงไม่แสดงท่าทางที่สำรวมและแสนดีตลอดเวลาในขณะทีปรากฏตัวต่อที่สาธารณชนก็ถูกจัดให้เป็น scandal แล้ว หากเป็นหมวดข่าวความสัมพันธ์คนดัง  สื่อสามารถส่งช่างภาพตามเกาะติดเพื่อสืบหาข้อมูลเป็นเดือนๆ เพื่อค้นหาหลักฐานมาเปิดโปงชีวิตรักที่พวกเค้าพยายามเก็บเป็นความลับสุดชีวิต ถึงขนาดที่ว่า คุณไม่จำเป็นต้องเห็นภาพคนดังควงคู่กันซะด้วยซ้ำ เพียงแค่สื่อชี้ identity ภาพบุคคลในชุดอำพรางหน้าตาที่ปรากฏตัวในสถานที่เดียวกันว่าคือคู่รักคนดัง ก็ถูกยกให้เป็น scandal  ที่สั่นสะเทือนอารมณ์แฟนๆ แล้ว

ภาพหนึ่งที่แฟนๆ ซีรีส์และเว็บตูนเกาหลีน่าจะคุ้นเคยเป็นอย่างดี คือฉากการต่อรองระหว่างสื่อแทบลอยด์ยักษ์ใหญ่กับเอเจนซีดารานักร้องรวมไปถึงผู้ทรงอิทธิพลในสังคม หลังจากที่ได้ตามขุดคุ้ยจนจนพบหลักฐานเพื่อปั่น scandal สร้างกระแส หากฝ่ายถูกขู่มี backup ที่แน่นปึ้กมากพอ ก็สามารถใช้อำนาจเงินหรืออำนาจอิทธิพลเพื่อแลกผลประโยชน์กับสื่อกอสสิปให้ยุติแผนเปิดโปงได้อย่างไม่ยากเย็นนัก
แต่มันอาจจะทำให้คุณสงสัยว่า สิ่งเหล่านี้ได้เกิดขึ้นในชีวิตจริง  หรือเป็นเพียงจินตนาการของนักเขียน ?

เมื่อพูดถึงวัฒนธรรมแทบลอยด์ในตะวันตกอย่างอังกฤษและอเมริกา สื่อยักษ์ใหญ่เงินทุนหนาปึ้กต้องทุ่มเทเพื่อแย่งชิงเพื่อการนำเสนอเรื่องส่วนตัวของคนดังแบบ exclusive พวกเค้าสามารถร่อนเงินใส่ paparazzi จนร่ำรวยหากหาภาพเด็ดมาพาดหัวข่าวตัดหน้าคู่แข่งได้ มีรายงานว่า ภาพของเจ้าหญิง Diana ในขณะล่องเรือยอว์ชไปกับหนุ่มคนรักใหม่นั้นมีมูลค่าถึง 6 ล้านเหรียญ! ( และนั่นเกิดขึ้นเมื่อ 24 ปีที่แล้ว) มีช่างภาพให้ข้อมูลว่า US weekly เคยทุ่มเงินให้ 140,000 ดอลลาร์ในการติดตาม Britney เพื่อนำภาพเด็ดของเธฮมาตีข่าวฉาว การแข่งขันในวงการนี้สูงมากขนาดที่สื่ออังกฤษอย่าง The Sun ทุ่มเงินเพื่อซื้อตัวพ่อของ Meghan Markle มาจัดฉากถ่ายภาพให้ดูเหมือนกับถูก paparazi คอยติดตาม สื่อที่เสนอข่าวได้เร็วที่สุดและมีภาพหลักฐานที่แน่นหนาที่สุดคือผู้ชนะในเกม scandal
แต่ในสังคมเกาหลีที่มีสื่อกอสสิปรายใหญ่ผูกขาดความเป็นเจ้าแห่งข้อมูล สไตล์การแฉจะแตกต่างออกไป ทุกความเคลื่อนไหวมีการคำนวณไว้เพื่อผลประโยชน์หลายด้าน แต่จะเป็นผลประโยชน์ของใคร? มันอาจจะขึ้นอยู่กับสถานการณ์ในขณะนั้นว่า สังคมกำลังตื่นตัวกับเรื่องใดสุดๆ และมีเสียงเล่าลือมาเนิ่นนานหลายปีว่า สื่อดังได้นำภาพหลักฐานการเดทของคนดังมากลบเกลื่อนประเด็นฉาวในสังคม หากเรื่องนี้มีมูลความจริง คำถามที่ตามมาคือ "เพื่ออะไร?"

การใช้ dating scandal เป็นเครื่องมือหันเหความสนใจของผู้คนจากข่าวฉาวของสังคมและการเมือง อาจจะฟังเหมือนกับทฤษฏีสมคบคิดจากชาวเน็ทที่เต็มไปด้วยจินตนาการ แต่เมื่อมันเกิดขึ้นมาซ้ำกันหลายครั้ง ก็ชวนให้ระแวงไม่น้อย เพราะสื่อแทบลอยด์เกาหลี ไม่ได้พยายามชิงชัยเพื่อตีแผ่ชีวิตรักของคนดังให้รวดเร็วที่สุด แต่เป็นข้อมูลหลักฐานต่างๆที่มีครอบครองในมือมาพักใหญ่ เมื่อใดก็ตามที่เกิดกระแสวิพากษฺ์วิจารณ์ประเด็นปัญหาที่สร้างความมัวหมองอย่างร้อนแรง เพียงไม่นานหลังจากนั้น ก็จะมีการเปิดประเด็นคู่รักคู่ใหม่ในวงการตามมา มันอาจจะไม่ง่ายที่จะฟันธงอย่างแน่ใจว่า นี่เป็นแค่ความบังเอิญ หรือจงใจเพื่อหวังผลอะไรบางอย่าง
Dispatch ได้ยอมรับอย่างตรงไปตรงมาว่า มีการคำนวณผลลัพธ์ต่างๆในการปล่อยภาพหลักฐานการเดทของดัง อย่างในกรณีของคัง แดเนียลและพัค จีฮโยที่สร้างความฮือฮาให้กับแฟนคลับ พวกเค้ามีข้อมูลชัดมาสักพักแล้วว่า ทั้งคู่กำลังอินเลิฟ แต่ตัดสินใจไม่เปิดโปงเรื่องนี้เพราะ "ไม่อยากให้กระทบกับอัลบั้มโซโล่การการจัด fan meetingของไอดอลหนุ่ม"
ฟังดูแล้วเหมือนกับเป็นการดำเนินธุรกิจอยู่บนศีลธรรมจรรยา และคำนึงถึงผลประโยชน์ของคนดังที่พวกเค้าต้องการจะแฉ แต่มันฟังดูสวยหรูขนาดนั้นเชียวหรือ ?
แท้จริงแล้ว การเผยแพร่ข่าวเรื่องส่วนตัว ที่มีความเป็นไปได้ว่าจะกระทบจิตใจของไอดอลที่ต้องรับมือกับพลังแฟนด้อมที่โหดจนขึ้นชื่อลือชา (จากความผิดหวังที่ไม่ครองตัวเป็นโสดหรือยึดติดคู่ชิปกับไอดอลชายอีกคน) เกิดขึ้นจากพื้นฐานความเห็นอกเห็นใจ หรือแท้จริงแล้ว เรื่องนี้เป็นผลลัพธ์จากการต่อรองระหว่างทั้งสองฝั่ง
ชาวเน็ทหลายคนเชื่อว่า นี่ไม่ใช่เพียงทฤษฏีสมคบคิดแน่ๆ

รักของพี่น้องร่วมค่ายที่ถูกเปิดเผยภายหลังข่าวฉาวแห่งวงการกีฬา

ล่าสุด scandal การเดทของคนดังที่ทำให้แฟนๆรู้สึกอึ้งกันไปเป็นแถบคือความสัมพันธ์ร่ของโอปป้าไอดอลตัวพ่อวัย 32  และน้องสาวร่วมค่ายที่โด่งดังร้อนแรงเป็นที่สุด เมื่อ Dispatch เปิดเผยว่า  พวกเค้าได้พัฒนาความสัมพันธ์พี่น้องมาเป็นคู่รักมาได้ร่วมปี โดยที่นัดพบกันที่บ้านของฝ่ายชายแล้วหลายครั้ง  นั้นก็บ่งชี้ชัดว่า เป็นอีกครั้งที่พวกเค้ามีข้อมูลหลักฐานต่างๆ ไว้พร้อม  และขึ้นอยู่กับเหตุผลบางประการที่จะผลักดันให้เปิดเผยเรื่องนี้ออกมาโดยไม่ต้องรีบร้อนหรือกลัวใครจะตัดหน้าชิงเล่นข่าว

เพียงไม่นานก่อนหน้าที่ผู้คนจะฮือฮากับข่าวของ G Dragon และ Jennie ประเด็นความรุนแรงในการกีฬาเกาหลีใต้ได้กลายเป็น talk of the town อีกครั้ง เมื่อคู่แฝด อี ดายอง และ อี แจยอง นักวอลเลย์บอลชื่อดังถูกอดีตเพื่อนนักเรียนกีฬาเปิดโปงว่าพวกเธอเคย bully เพื่อนคนอื่นๆจนได้จิตใจได้รับความเสียหายรุนแรง สังคมได้เคลื่อนไหวกดดันจนในที่สุดพวกเธอก็ได้รับโทษแบนจากการเข่าร่วมทีมชาติ และได้ปลุกกระแสให้ผู้รับผิดชอบเข้ามาปฏิวัติเรื่องการใช้ความรุนแรงในวงการกีฬาเกาหลีที่หยั่งรากลึกรุนแรง นับตั้งแต่การเคลื่อนไหว MeToo ที่นักกีฬาได้ออกมาเปิดเผยว่าถูกโค้ชทำร้ายร่างกายอย่างหนักรวมไปถึงนักกีฬาที่ถูกกระทำชำเรา ไม่กีปีที่ผ่านมา ยังเกิดกรณีสุดสะเทือนใจเมื่อนักกีฬาวอลเลย์บอลตัดสินใจปลิดชีวิตตัวเองจากโรคซึมเศร้า และยังมีนักไตรกีฬาที่ฆ่าตัวตายถูกโค้ชลงโทษด้วยการทุบตีและด่าทอ
ทั้งๆที่มีกรณีที่แสดงถึงความ "ฟอนเฟะ" ของวงการกีฬาเกาหลีมาแล้วหลายครั้ง แต่ก็ยังเกิดข่าวสะเทือนใจแบบเดียวกันออกมาเรื่อยๆ  ยังไม่รวมถึงผู้ที่ไม่กล้าจะออกมาเปิดเผย     ในขณะที่ประเทศเกาหลีใต้ผงาดขึ้นมาเป็นประเทศที่พัฒนาก้าวไกลทัดเทียมอารยประเทศ  แต่เรื่องการใช้ความรุนแรงกลับถูกซุกซ่อนไว้กลายเป็นสิ่งที่นักกีฬาต้องฝืนใจยอมรับว่า นี่คือเป็นส่วนหนึ่งในเส้นทางสู่ความก้าวหน้าของอาชีพ  

หลังจากที่นักวอลเลย์บอลแฝดชื่อดังถูกกระแสสังคมกดดันจนต้องประกาศขอโทษและถูกแบนอย่างไม่มีกำหนดจนไม่สามารถเข้าร่วมแข่งขันลุ้นคว้าเหรียญในโอลิมปิกเกมส์      ก็ได้เกิดแรงสั่นสะเทือนถึงไปนักกีฬาร่วมวงการที่ถูกแฉจนต้องออกจากทีมที่สังกัดในข้อกล่าวหาเรื่องทำร้ายร่างกายเพื่อนในโรงเรียน ผู้ที่ต้องลาออกจากทีมกะทันหันคือ นักวอลเลย์บอลชาย ซง มยองกึนและชิม คยองซบ และพัค ซังฮาได้ปิดฉากชีวิตนักกีฬาด้วยความฉาวโฉ่จากพฤติกรรมใช้ความรุนแรงในอดีต และยังมีการขุดคุ้ยถึงปัญหาความรุนแรงที่ให้ท้ายโค้ชจนทำร้ายร่างกายนักกีฬาอย่างเหิมเกริม   แต่บางคนก็หวาดเกรงว่า   เรื่องนี้จะค่อยๆจางหายไปจากความสนใจของผู้คนจนกระทั่งมีเรื่องฉาวโฉ่เกิดซ้ำซากเรียกกระแสขึ้นมาใหม่โดยไม่มีการแก้ไขปัญหาอย่างแท้จริง
และเป็นอีกครั้งที่ชาวเน็ทเกาหลีเชื่อว่า การปล่อยข่าวความรักของไอดอลระดับ top เป็นความจงใจเบี่ยงเบนความสนใจของผู้คนจากเรื่องความรุนแรงในโรงเรียนและวงการกีฬาให้มา search คำว่า 'G-Dragon และ Jennie, Kwon Ji Yong หรือ Dispatch แบบรัวๆ และคำว่าการใช้ความรุนแรงในโรงเรียนก็ถูกเบียดออกไปจากการค้นหาแบบ real time

มีใครบางคนแนะนำว่า  หากอยากรู้ว่าในวงการสื่อออนไลน์กลบเกลื่อนข่าวฉาวในสังคมกันเช่นไร ให้ลองชมซีรีส์เรื่อง Search: WWW  ซึ่งได้ตีแผ่เรื่องดันข่าวเพื่อดึงดูดความสนใจจากผู้คนตามที่ต้องการโดยที่ไม่แคร์ว่าความจริงจะเป็นเช่นไร แม้จะเป็นการละเลยสิ่งที่ควรให้ความสำคัญหรือเอื้อประโยชน์ให้กับผู้กระทำผิดก็ตาม ในฉากที่ประธานาธิบดีเหน็บแนมเจ้าแม่ web portal ว่าสามารถลบข่าวชู้สาวของคู่แข่งของเขาไปจากการค้นหาทาง internet  และยังเปลี่ยนทิศทางความสนนใจของสังคด้วยการแฉนักการเมืองฝ่ายรัฐบาลเรื่องซื้อประเวณี ได้ทำให้องค์กรของเธอเป็๋นเหมือนกับผู้ควบคุมประเทศไปแล้ว  แม้ซีรีส์จะเป็นเรื่องที่แต่งขึ้นมา นั่นอาจจะเป็นสิ่งที่สะท้อนการใช้อำนาจการสื่อสารเพื่อผลประโยชน์ของคนบางกลุ่มที่เกิดขึ้นจริงในสังคม      

การเดทของพระเอกหนุ่มสุดฮ็อทกับไอดอลสาวงามสามารถกลบข่าวการทุจริตของนักการเมืองได้จริงหรือ ?

scandal  ที่ชาวเน็ทหลายคนยกให้เป็นการกลบเกลื่อนระดับชาติน่าจะเป็นคู่ของอี  มินโฮและแบ ซูจี เมื่อปี 2015 เล่าลือกันว่า  สื่อดังได้ใช้สูตร cover up แบบดั้งเดิม  นั่นคือการตามสืบเรื่องราวความรักคนดังจนมีหลักฐานแน่นหนา  แต่ไม่ปล่อยข่าวสู่สังคมโดยทันที    แต่เมื่อมีการเปิดเผยข้อมูลทุจริตของอดีตประธานาธิบดีอี มยอง-บัก Dispatch ก็ได้เปิดเผยภาพหลักฐานยืนยันความสัมพันธ์ของคู่รักซุปตาร์  ข่าวนี้ได้กลายเป็นจุดศูนย์กลางความสนใจของผู้คนเบียดข้อกล่าวหาเรื่องการฉ้อโกงของอดีตผู้นำประเทศ ส่งผลให้ netizen หลายคนประชดประชันว่าอี มยอง-บักต้องส่งคำขอบคุณไปถึงคนดังทั้งสองที่ช่วยให้กระแสความกดดันลดฮวบลงไป

อ่านต่อ กดเลย
จากคอมมูนิตี้จีบัน : Candy
สอบถามข้อสงสัย คุย LINE@ กับ Jeban.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...