โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ยานยนต์

ค่ายรถแห่ลงทุนรับกำลังซื้อฟื้น รับแพ็กเกจใหม่บีโอไอกระตุ้น "อีวี"

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 30 ม.ค. 2564 เวลา 11.14 น. • เผยแพร่ 30 ม.ค. 2564 เวลา 02.59 น.

ตลาดรถยนต์ปีวัวพลิกกลับ บิ๊กโตโยต้าฟันธงกำลังซื้อมาเต็มโตขึ้น 15% ขายทะลุ 9 แสนคัน ปลุกค่ายรถกระหน่ำลงทุน จ้องคลอดโปรดักต์ใหม่ ทั้งไฮบริด, ปลั๊ก-อินฯและอีวี ชี้ผ่านปี’63 มาได้ไม่มีอะไรน่ากลัวอีกแล้ว “บีโอไอ” เปิดตัวเลขอนุมัติส่งเสริมลงทุนแตะแสนล้านเปิดแพ็กเกจใหม่ “เกรทวอลล์” ทัพใหญ่จากจีนเท 2 หมื่นล้านปั้นไทยฮับรถยนต์ไฟฟ้า “มิตซูบิชิ” ระบุอีก 5 ปี หว่านอีก 3.6 หมื่นล้านบาท

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ปี 2563 ถือเป็นปีอุตสาหกรรมรถยนต์ได้รับผลกระทบจากโควิดอย่างรุนแรง ยอดขายทั้งปีลดลงจากปี 2562 ซึ่งทำไว้ 1,007,552 คัน ถึง 21.4% โดยทำได้ 792,146 คัน หดหายไป 215,406 คัน กว่า 2 แสนล้านบาท ทำให้ปีนี้น่าจับตาเพราะตลาดแข่งขันสูง ทุกค่ายต้องเรียกคืนยอดขาย

นายโนริอากิ ยามาชิตะ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด กล่าวว่า แนวโน้มตลาดรถยนต์ปี 2564 ดีขึ้นแน่ จากการเข้าถึงวัคซีนป้องกันโควิด-19 ภาวะเศรษฐกิจโลก และมาตรการกระตุ้นจากภาครัฐ ประเมินว่ายอดขายจะทำได้ราว 900,000 คัน เพิ่ม 14% เมื่อเทียบปีที่ผ่านมา

ค่ายรถโหมลงทุน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การลงทุนของค่ายรถปีนี้คึกคักเห็นได้ชัด หลังคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุนเห็นชอบมาตรการการส่งเสริม และเปิดให้ส่งเสริมรอบใหม่อีก 2 ประเภทกิจการ หนึ่งในนั้นคือกิจการผลิตยานยนต์ไฟฟ้า (อีวี) หลังหมดระยะเวลายื่นคำขอรับการส่งเสริมตั้งแต่ปี 2561 การเปิดในรอบนี้ ได้เปิดให้ส่งเสริมยานพาหนะไฟฟ้าทุกประเภท ทั้งรถยนต์ รถจักรยานยนต์ รถสามล้อ รถโดยสาร และรถบรรทุก รวมถึงเรือที่ขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้า จากเดิมส่งเสริมเฉพาะรถยนต์ไฟฟ้าและรถโดยสารไฟฟ้า

นายโมะริคาซุ ชกกิ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า ปี 2564-2569 หรืออีก 5 ปีข้างหน้า มิตซูบิชิ มอเตอร์สเตรียมลงทุนในไทยไม่น้อยกว่า 36,000 ล้านบาท เพื่อขยายด้านการผลิตในประเทศเพิ่ม พร้อมเปิดตัวรถยนต์ใหม่ ๆ เพื่อสร้างการเติบโตต่อเนื่องให้แก่อุตสาหกรรมยานยนต์และยังคงเดินหน้าตามแผนธุรกิจระยะกลางของมิตซูบิชิ โดยเน้นบริหารจัดการด้านทรัพยากรในไทย การสร้างความแข็งแกร่งด้านการผลิต เพิ่มยอดขายและส่วนแบ่งทางการตลาดในไทย

แหล่งข่าวจากบริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย จำกัด กล่าวว่า มูลค่าการลงทุนจะเป็นการลงทุนที่ได้ขอรับการอนุมัติส่งเสริมไปเมื่อเดือนเมษายนปีที่แล้ว รวม 5,480 ล้านบาท เพื่อปรับปรุงสายการผลิตรถยนต์เดิมที่โรงงานนิคมอุตสาหกรรมแหลมฉบัง จ.ชลบุรี เพื่อผลิตรถยนต์ไฟฟ้า กำลังผลิต 39,000 คันต่อปี แบ่งเป็นรถยนต์ไฟฟ้า100% (อีวี) 9,500 คันต่อปี รถยนต์ปลั๊ก-อิน ไฮบริด (พีเอชอีวี) 29,500 คันต่อปี รองรับตลาดในไทยและอาเซียน ซึ่งช่วงปลายปี 2563 มิตซูบิชิได้นำรถยนต์เอาท์แลนเดอร์ ปลั๊ก-อิน ไฮบริด ออกสู่ตลาด เม็ดเงินที่เหลือจะนำมาปรับปรุง2 โรงงานผลิต รวมปรับปรุงไลน์ผลิตสำหรับรถยนต์ประเภทอื่น โดยเฉพาะรถปิกอัพไทรทัน ที่จะเปลี่ยนโมเดลใหม่และรุ่นไมเนอร์เชนจ์รถยนต์รุ่นต่าง ๆ

“ทุกค่ายพร้อมเทงบฯลงทุนเรียกคืนกำลังซื้อเต็มที่ ไม่มีค่ายไหนกังวลเพราะผ่านปี 2563 มาแล้ว ที่เหลือไม่มีอะไรน่ากลัวอีกต่อไป”

แหล่งข่าวจากบริษัท ออโต้อัลลายแอนซ์ (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า โรงงานผลิตรถมาสด้าได้รับส่งเสริมการลงทุนให้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้าแบบผสมเสียบปลั๊กและรถยนต์ไฟฟ้าแบบแบตเตอรี่ มูลค่า 3,247 ล้านบาท เพื่อผลิตรถยนต์ไฟฟ้าแบบผสมเสียบปลั๊ก (PHEV) ปีละ 5,000 คัน และรถยนต์ไฟฟ้าแบบแบตเตอรี่ (BEV) ปีละ 1,000 คัน ผลิตเพื่อจำหน่ายในประเทศ เมื่อปลายปี 2561 บีโอไอได้อนุมัติในกิจการผลิตรถยนต์ไฮบริดแล้ว วงเงิน 11,481.6 ล้านบาท

ทุนจีนประเดิมเท 2 หมื่นล้าน

ล่าสุดยังมีทัพลงทุนจากจีน โดยเฉพาะ เกรทวอลล์ มอเตอร์ ซึ่ง นายจาง เจียหมิง ประธานกลุ่มบริษัท เกรท วอลล์ มอเตอร์ส ภูมิภาคอาเซียนและประเทศไทย กล่าวยืนยันกับรัฐบาลไทยว่า มีแผนการลงทุนผลิตรถยนต์ที่คาดว่าจะเริ่มปรับสายการผลิตเดิมที่ซื้อโรงงานผลิตรถของจีเอ็มที่ จ.ระยอง และได้ปรับปรุงนำระบบสมองกลเข้ามาใช้ในโรงงาน เพื่อรองรับการผลิตรถยนต์เครื่องยนต์สันดาปภายในและรถยนต์ไฟฟ้า ทั้งไฮบริด,ปลั๊ก-อิน ไฮบริดและรถยนต์ไฟฟ้า กำลังการผลิต 80,000 คันต่อปี คาดว่าจะเกิดการลงทุน 22,600 ล้านบาท จ้างงาน 3,435 คน คาดว่าจะมีซัพพลายเออร์จากจีนเข้ามาตั้งโรงงานผลิต ชิ้นส่วนยานยนต์ป้อนให้กับเกรทวอลล์อีก

บีโอไอเปิดกรอบลงทุนใหม่

แหล่งข่าวจากคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุนกล่าวว่าการกระตุ้นลงทุนในปีนี้ บีโอไอจะให้สิทธิประโยชน์และเงื่อนไขสำหรับกิจการผลิตรถยนต์ไฟฟ้า มุ่งเน้นผลิตรถยนต์ไฟฟ้าแบบแบตเตอรี่ แต่ให้มีการผลิตรถยนต์ไฟฟ้าแบบผสมควบคู่ด้วย กรณีที่มีขนาดการลงทุนไม่น้อยกว่า 5,000 ล้านบาท การผลิตรถยนต์ไฟฟ้าแบบแบตเตอรี่จะได้รับสิทธิยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคล 8 ปี หากลงทุนด้านวิจัยและพัฒนาก็จะได้รับสิทธิเพิ่ม

กรณีขนาดการลงทุนน้อยกว่า 5,000 ล้านบาท การผลิตรถยนต์ไฟฟ้าแบบแบตเตอรี่จะได้รับสิทธิยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคล 3 ปี ได้รับสิทธิเพิ่มหากทำได้ตามหลักเกณฑ์ เช่น เริ่มผลิตรถยนต์ปี 2565 มีการผลิตชิ้นส่วนสำคัญเพิ่มจากข้อกำหนดพื้นฐาน มีปริมาณการผลิตจริงกว่า 10,000 คันต่อปี

ถ้ามีโครงการผลิตรถยนต์ไฟฟ้าแบบเสียบปลั๊ก หรือ PHEV จะได้รับสิทธิยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคล 3 ปี ทั้งนี้ต้องผลิตชิ้นส่วนรถยนต์ไฟฟ้าอย่างน้อย 3 ชิ้น ส่วนรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าแบบแบตเตอรี่, ผลิตสามล้อไฟฟ้าแบบแบตเตอรี่ และรถโดยสารไฟฟ้าและรถบรรทุกไฟฟ้าแบบแบตเตอรี่ จะได้รับสิทธิยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคล 3 ปี ได้รับสิทธิเพิ่มหากทำได้ตามเกณฑ์เช่น เริ่มผลิตในปี 2565 มีการผลิตแบตเตอรี่ไฟฟ้าที่เริ่มจาก module มีการผลิตชิ้นส่วน traction motor และลงทุนงานวิจัย

เข้มข้น 4 ชิ้นส่วนหลัก

ทั้งนี้ การผลิตยานยนต์ไฟฟ้าแบบแบตเตอรี่ทุกประเภท ผู้ลงทุนต้องเสนอแผนงานเป็นแพ็กเกจ ทั้งยังปรับปรุงขอบข่ายและสิทธิประโยชน์ของประเภทกิจการผลิตชิ้นส่วนและอุปกรณ์สำหรับยานพาหนะไฟฟ้า โดยเพิ่มรายการชิ้นส่วนอีก 4 รายการ ได้แก่ 1) high voltage harness 2) reduction gear 3) battery cooling system และ 4) regenerative braking system พร้อมปรับปรุงสิทธิประโยชน์ให้จูงใจมากขึ้น

ฝากความหวังค่ายรถจีน

นายชนินทร์ ขาวจันทร์ รองเลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน หรือบีโอไอ เปิดเผย“ประชาชาติธุรกิจ” ว่า หลังบอร์ดบีโอไออนุมัติมาตรการส่งเสริมการลงทุนรอบใหม่กับรถยนต์ปลั๊ก-อิน ไฮบริดและรถยนต์ไฟฟ้าเพิ่มเติมรอบแรกที่สิ้นสุดเมื่อ 31 ธ.ค. 2561 กรอบเวลาเดิมค่ายรถที่สมัครร่วมโครงการต้องมีการผลิตรถยนต์ออกหลังได้รับอนุมัติส่งเสริมการลงทุนแล้วไม่เกิน 3 ปี หรือหากค่ายรถที่สมัครแล้วเกิดสนใจในเงื่อนไขแพ็กการส่งเสริมการลงทุนรอบที่ 2 ก็เข้าร่วมได้ แต่แพ็กเกจนี้ไม่ได้กำหนดเวลากรอบการลงทุนและการผลิต เมื่อเกรทวอลล์ มอเตอร์ สมัครลงทุนในแพ็กเกจที่ 2 คาดว่าจะมีค่ายรถจีนเข้ามาลงทุนเพิ่มอีกจำนวนมาก

สำหรับการลงทุนในไทย มีรายงานจากบีโอไอว่า ตั้งแต่ปี 2560-2562 มีโครงการผลิตรถยนต์ไฟฟ้าได้รับอนุมัติรวม 26 โครงการ มูลค่า 78,099 ล้านบาท มี 7 โครงการที่มีการผลิตและจำหน่ายเชิงพาณิชย์แล้ว เป็นไฮบริด 3 ราย ได้แก่ นิสสัน ฮอนด้า และโตโยต้า ประเภทปลั๊ก-อิน ไฮบริด 2 ราย ได้แก่ เมอร์เซเดส-เบนซ์ และบีเอ็มดับเบิลยู และมีอีก 2 ค่าย ได้แก่ เอ็มจีและมิตซูบิชิ

ส่วนรถยนต์ไฟฟ้า 100% มี 2 ราย ได้แก่ ฟอมม์ และ ทาคาโน นอกจากนี้ยังมีผู้ผลิตชิ้นส่วนสำคัญที่ได้รับการส่งเสริมการลงทุนแล้ว จำนวน 14 โครงการ โดยในจำนวนนี้เป็นผู้ผลิตแบตเตอรี่ไฟฟ้า 10 โครงการ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...