รูดบัตรเครดิต หรือ กดบัตรกดเงินสด ความแตกต่างที่คนร้อนเงินต้องรู้ !!
ทันข่าว Today
อัพเดต 24 ธ.ค. 2563 เวลา 00.00 น. • เผยแพร่ 24 ธ.ค. 2563 เวลา 00.00 น. • ทันข่าว ChannelHighlight
เคยไหม.. มีบัตรเครดิต อยู่แล้ว แต่ธนาคารก็ยังชวนเปิดบัตรกดเงินสดอีก แล้วถ้าธนาคารอนุมัติมาทั้ง 2 บัตร จะใช้อย่างไรดี ?
ตัวช่วยยามขาดสภาพคล่อง ที่แม้ว่าเป็นผลิตภัณฑ์ทางการเงินที่มีความคล้ายกัน ใช้หลักฐานการอนุมัติจากสถาบันการเงินเจ้าของบัตรที่ไม่ต่างกัน แต่ทั้งบัตรเครดิต และบัตรกดเงินสดกลับมีรายละเอียดที่แตกต่างกัน …ที่รู้แล้วต้องใช้ให้ถูก!
บัตรเครดิต
1. ใช้สำหรับรูดซื้อสินค้า จ่ายค่าบริการ
2. ผ่อนสินค้า 0% 3-10 เดือน รับสิทธิพิเศษต่างๆในบัตร เช่น นั่งเล้าจน์ แลกของรางวัล ส่วนลด เติมน้ำมัน
3. ใช้กดเงินสดไม่คุ้ม [เพราะเสียค่าธรรมเนียม 3% และ vat 7%]
4. จ่ายคืนขั้นต่ำ 10% จากยอดใช้
บัตรกดเงินสด
1. ใช้สำหรับกดเงินสดที่ตู้ ATM เท่านั้นโดยไม่มีค่าธรรมเนียม
2. ใช้ผ่อนสินค้าได้ แต่รูดซื้อสินค้าหรือบริการไม่ได้
3. เป็นเงินฉุกเฉินสามารถใช้ได้ทุกเมื่อ
4. จ่ายคืนขั้นต่ำ 3% จากยอดกดเงินสด
ความสะดวกสบายของบัตรต่างๆ นั้น ย่อมมีค่าใช้จ่ายตามมาเสมอ ไม่ว่าจะเป็นดอกเบี้ยในแต่ละงวด ไปจนถึงค่าธรรมเนียมในการกดต่างๆ ซึ่งดอกเบี้ยและค่าธรรมเนียมในส่วนนี้จะมีอัตราแตกต่างกันออกไปตามผู้ให้บริการบัตรกดเงินสด
โดยบัตรกดเงินสดส่วนมากจะให้วงเงินสูงสุด 5 เท่าของเงินเดือน หรือตามที่สถาบันการเงินนั้นๆ ระบุเอาไว้ โดยไม่จำเป็นต้องมีเงินฝากในธนาคาร ซึ่งดอกเบี้ยบัตรกดเงินสดจะมีอัตราสูงสุดไม่เกิน 28% ต่อปี โดยเริ่มคิดดอกเบี้ยตั้งแต่กดเงินสดครั้งแรก
ซึ่งบางครั้งผู้ให้บริการบัตรเงินสดจะให้บริการแบบฟรีค่าธรรมเนียม แต่อาจจะแฝงค่าใช้จ่ายอยู่ในบริการรูปแบบอื่น ดังนั้นผู้ที่สนใจต้องสังเกตค่าใช้จ่ายโดยรวมให้ดี
ข้อควรระวังในการใช้บัตรกดเงินสด
1. อัตราดอกเบี้ยสูง
ถึงแม้จะเฉลี่ยคิดเป็นรายวัน ควรกดใช้เฉพาะเมื่อมีเหตุจำเป็นฉุกเฉินเท่านั้น และไม่มีระยะเวลาปลอดดอกเบี้ยเหมือนบัตรเครดิต แม้กดใช้วันเดียวก็เสียดอกเบี้ยแล้ว
2. ควรวางแผนการผ่อนชำระคืนเงินต้นด้วย
เพราะหากชำระแต่ยอดขั้นต่ำจะทำให้เสียดอกเบี้ยจำนวนมาก
ดังนั้น ภายใต้ความสะดวกนั้น ผู้ถือบัตรก็ต้องไม่ลืมว่าต้องรับผิดชอบในการชำระหนี้ด้วย ดังนั้น ก่อนจะ ‘รูดบัตรเครดิต’ หรือ ‘กดบัตรกดเงินสด’ ก็ต้องคิดสักนิดว่า
1. มีความสามารถในการชำระหนี้มากน้อยขนาดไหน ในแต่ละเดือนตัวเองมีรายรับเท่าไหร่ ใช้จ่ายในส่วนอื่นมากแค่ไหน หลังชำระแล้วมีเงินเหลือออมหรือไม่ (ทางที่ดีหลังชำระทุกอย่างรวมหนี้บัตรแล้วควรเหลือเงินออมอย่างน้อย 20% ของรายรับแต่ละเดือน เพื่อเป็นช่องทางฉุกเฉินหากต้องใช้เงินมากกว่าปกติ)
2. ต้องการกู้เงินด้วยบัตรกดเงินสดจริงๆ หรือเปล่า มีความจำเป็นมากแค่ไหน การใช้งานเยอะยิ่งต้องเสียดอกเบี้ยเยอะ ถ้ารับจำนวนดอกเบี้ยในส่วนนี้ได้แล้วคิดว่าไม่ส่งผลกระทบ หรือจำเป็นต้องใช้เงินเยอะๆ ในเวลาสั้นๆ การมีบัตรเงินสดติดตัวอาจเป็นตัวช่วยได้
บัตรต่างๆ ไม่ได้มีเพื่อสร้างหนี้แต่เป็นหนึ่งในหนทางที่จะต้องใช้เพื่อบริหารเงินอย่างมีประสิทธิภาพ ทางที่ดีควรเก็บไว้เป็นตัวเลือกเผื่อฉุกเฉินก็คงเป็นการดีที่สุดแล้ว