โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

“Plant-based meat”…ช่วยลด ‘ปัญหาสิ่งแวดล้อม’ และ ‘ปัญหาโลกร้อน’ !!!

Wealthy Thai

อัพเดต 10 ส.ค. 2566 เวลา 01.56 น. • เผยแพร่ 19 พ.ย. 2564 เวลา 12.23 น. • สิริอนงค์ ปิยสันติวงศ์

แนวโน้มประชากรโลกที่กำลังเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องและคาดว่าจะสูงถึง 9.7 พันล้านคนภายในปี 2050 ทำให้ความต้องการอาหารโดยเฉพาะเนื้อสัตว์เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะใน “เอเชีย” ซึ่งเป็นภูมิภาคที่มีจำนวนประชากรมากที่สุด โดยมีการคาดการณ์ว่าการบริโภคเนื้อสัตว์และอาหารทะเลในเอเชียจะเติบโตอย่างรวดเร็วถึงร้อยละ 78 ระหว่างปี 2560 ถึง พ.ศ. 2593
ด้วยความตระหนักถึง “ความยั่งยืนด้านสิ่งแวดล้อม” ที่เพิ่มขึ้นทั่วโลกได้สร้างความกดดันอย่างมากให้กับ “อุตสาหกรรมอาหาร” จึงมีการหาแหล่งอาหารทางเลือกเพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคที่พุ่งสูงขึ้นโดยไม่ทำลายสิ่งแวดล้อมและใช้ทรัพยากรน้อย
โดยในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา plant-based meat” (เนื้อสัตว์จากพืช) ได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางว่าเป็นเนื้อสัตว์ทางเลือกที่มีความยั่งยืน เนื่องจากกระบวนการผลิตใช้ทรัพยากรน้อย ช่วยคืนความอุดมสมบูรณ์ให้กับดิน มีความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ช่วยลดปัญหาโลกร้อน และช่วยลดปัญหาการขาดแคลนอาหารได้

plant-based meat” คืออะไร?

plant-based meat” หรือ “เนื้อสัตว์จากพืช” หรือ “เนื้อเทียม” เป็นคำที่ใช้อธิบายอาหารที่เลียนแบบผลิตภัณฑ์จากเนื้อสัตว์ โดยเนื้อสัตว์จากพืชมีส่วนผสมที่มาจากพืช 95% ส่วนผสมที่เหลืออาจจะเป็นเห็ด สาหร่าย หรือสารประกอบอื่นๆ ที่ไม่ใช่เนื้อสัตว์ เนื่องจากเนื้อสัตว์จากพืชเกิดจากการแปรรูปพืชให้มีความ
“ใกล้เคียงกับเนื้อสัตว์จริงทั้งในแง่ของกลิ่น รูปร่าง และรสชาติ ผลิตภัณฑ์เนื้อสัตว์จากพืชจึงเป็นผลิตภัณฑ์ทางเลือกที่เป็นมิตรกับผู้ทานมังสวิรัติ โดยการรับประทานอาหารประเภท plant-based meat เป็นเทรนด์ใหม่ที่กำลังได้รับความนิยมเป็นอย่างมากโดยเฉพาะในต่างประเทศ ตัวอย่างผลิตภัณฑ์เนื้อสัตว์จากพืชที่ได้รับความนิยม เช่น เบอร์เกอร์เนื้อ เนื้อบด ไส้กรอก เนื้อไก่ เนื้อปู กุ้ง แซลมอน และทูน่า ผลการศึกษาโดยบาร์เคลย์สพบว่าในทศวรรษหน้าตลาดเนื้อสัตว์ทางเลือกเหล่านี้จะมีมูลค่าสูงถึง 140,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ โดยจะครองส่วนแบ่งอุตสาหกรรมเนื้อสัตว์ทั่วโลก 10[1] - 11[2]เปอร์เซ็นต์”

plant-based meat” ทำจากอะไร?

ผลิตภัณฑ์ plant-based meat” สามารถผลิตได้จากส่วนผสมที่หลากหลาย ส่วนผสมบางอย่างเหมาะสำหรับผู้ทานมังสวิรัติ ในขณะที่ส่วนผสมบางอย่างไม่ใช่อาหารมังสวิรัติ เช่น ไข่และนม ส่วนผสมที่แบรนด์ต่างๆ มักใช้ในผลิตภัณฑ์เนื้อสัตว์จากพืช เช่น กลูเตน (โปรตีนจากข้าวสาลี) ถั่วเหลืองและเต้าหู้ โปรตีนจากถั่ว แป้งมันฝรั่ง น้ำมันมะพร้าว ถั่วและเมล็ดพืชชนิดต่างๆ ผัก และเห็ด
ผลิตภัณฑ์ plant-based meat” บางชนิดที่วางขายตามร้านค้าและร้านอาหารมีส่วนผสมดังนี้

  • เบอร์เกอร์เนื้อที่ทำจากพืชมีส่วนผสมหลักคือเห็ดและถั่ว ผู้ผลิตบางรายอาจใช้โปรตีนจากถั่ว ถั่วเหลือง หรือซีตันเป็นส่วนผสมเพื่อให้รู้สึกเหมือนการทานเนื้อสัตว์แท้ๆ[3]

  • ปลาทูน่าที่ทำจากพืชประกอบด้วยน้ำมันจากสาหร่ายและส่วนผสมจากถั่วหกชนิด (ถั่วลันเตา ถั่วชิกพี ถั่วเลนทิล ถั่วเหลือง ถั่วฟาวา และถั่วน้ำเงิน) [4]

  • เบคอนชิปซึ่งมีรสชาติเหมือนเบคอนแต่ที่แท้จริงแล้วทำมาจากเห็ดนางรม ถือเป็นขนมขบเคี้ยวสำหรับผู้ที่ทานมังสวิรัติเลยก็ว่าได้[5]

  • นักเก็ตจากพืช (plant-based nugget) ทำจากโปรตีนจากถั่วลันเตา เมล็ดแฟลกซ์สีทอง (golden flaxseed) หน่อไม้ และไข่ขาว ดังนั้นนักเก็ตจากพืชจึงไม่ใช่อาหารมังสวิรัติ5

“อย่างไรก็ตามผู้ผลิตผลิตภัณฑ์ plant-based meat แต่ละรายอาจใช้ส่วนผสมในผลิตภัณฑ์ข้างต้นแตกต่างกันบ้างแต่จะมีคอนเซ็ปต์ที่เหมือนกันคือไม่ใช้เนื้อสัตว์เป็นส่วนผสม”

สามารถหาซื้อ “plant-based meat”ได้จากไหน?

ปัจจุบันมีผลิตภัณฑ์ plant-based meat” มากมายวางขายในร้านอาหาร ซูเปอร์มาเก็ต ร้านค้าและห้างสรรพสินค้าทั่วไป เช่น

  • หมูบดจากพืชยี่ห้อ OmniMeat ซึ่งเป็นแบรนด์ฮ่องกงที่เพิ่งนำมาขายในประเทศไทยมีขายที่ห้างสรรพสินค้าท๊อป และ ฟู๊ดแลนด์

  • ผลิตภัณฑ์เนื้อบดจากพืช เบอร์เกอร์จากพืช และคัตสึเนื้อจากพืชยี่ห้อ “Let’s Plant Meat” ซึ่งเป็นแบรนด์ของไทยมีวางจำหน่ายตามห้างสรรพสินค้าทั่วไป เช่น แม็คโคร ท๊อป ฟู๊ดแลนด์ Gourmet market โลตัส และ บิ๊กซี

  • ผลิตภัณฑ์เบอร์เกอร์เนื้อจากพืช เนื้อวัวบดจากพืช และไส้กรอกจากพืชยี่ห้อ “Beyond Meat” มีให้บริการในร้านอาหาร Sizzler (สาขามาบุญครอง สาขาเซ็นทรัลชิดลม และสาขา Esplanadeรัชดา) Villa market (สาขาสุขุมวิท 11และสาขาพหลโยธิน) และร้านอาหารของโรงแรม Novotel Platinum

  • หมูกรอบจำแลงและหมูสับจำแลงยี่ห้อ “Meat Avatar” ซึ่งเป็นอีกหนึ่งแบรนด์ไทย มีวางขายในแม็คโคร ท๊อป Gourmet market โลตัส และ บิ๊ก C

  • หมูบดและลาบทอดจากพืชยี่ห้อ “More Meat” สามารถหาซื้อได้ที่ แม็คโคร ท๊อป ฟู๊ดแลนด์ Gourmet market และ Villa market

  • สำหรับผลิตภัณฑ์เนื้อสัตว์จากพืชของ McDonald’s นั้นถูกตั้งชื่อว่า McPlant” โดย McDonald’sได้แถลงข่าวว่าจะให้บริการเบอร์เกอร์เนื้อจากพืชและไก่ทอดจากพืชในวันที่ 29 กันยายน 2564

plant-based meat” ดีต่อสิ่งแวดล้อมอย่างไร?

เนื่องจาก plant-based meat” ผลิตจากพืชและสารสกัดจากธรรมชาติจึงไม่มีการปศุสัตว์หรือการเลี้ยงสัตว์ที่ก่อให้เกิดปัญหาน้ำเสียและกลิ่นจากการปศุสัตว์ที่รบกวนสภาพสิ่งแวดล้อมโดยรอบ[6],[7] นอกจากนี้การปรับเปลี่ยนพื้นที่สำหรับปศุสัตว์ให้เป็นพื้นที่เพาะปลูกพืชจะช่วยเพิ่มคุณภาพอากาศและทำให้ดินและน้ำกลับมาอุดมสมบูรณ์อีกครั้ง
“ซึ่งการปรับเปลี่ยนการบริโภคเนื้อสัตว์มาเป็น plant-based meat’นอกจากช่วยลดปัญหาสิ่งแวดล้อมและปัญหาโลกร้อนแล้วยังให้ประโยชน์อย่างอื่นอีกหลายอย่าง เช่น ช่วยส่งเสริมสุขภาพของผู้บริโภค และช่วยลดปัญหาการขาดแคลนอาหารในอนาคต”

plant-based meat” ช่วยลดโลกร้อนได้อย่างไร?

การเลี้ยงสัตว์เพื่อเป็นอาหารให้กับคนทั้งโลกต้องใช้พื้นที่มากถึง 77% ของพื้นที่ทำการเกษตรทั้งหมด แต่ผลผลิตที่ได้คิดเป็นเพียงแค่ 17% ของอาหารที่บริโภคทั่วโลก ส่วนการผลิต plant-based meat” จะใช้ที่ดินน้อยกว่าการเลี้ยงสัตว์เพื่อผลิตอาหาร 50%–99%และใช้น้ำน้อยกว่า 72%–99% เลยทีเดียว[8]
“การผลิต plant-based meat นอกจากจะใช้ทรัพยากรน้อยกว่าการผลิตเนื้อสัตว์เป็นอย่างมากแล้วพืชที่เพาะปลูกยังช่วยดูดซับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์และเพิ่มออกซิเจนในอากาศ มีรายงานว่าปริมาณก๊าซเรือนกระจก (ซึ่งทำให้เกิดปัญหาโลกร้อน) ที่เกิดขึ้นทั่วโลกราวหนึ่งในสี่มาจากกระบวนการผลิตอาหาร โดยกระบวนการผลิตอาหารจากเนื้อสัตว์ทำให้เกิดก๊าซเรือนกระจกมากถึง 58% ของกระบวนการผลิตอาหารทั้งหมด8 การที่กระบวนการผลิต plant-based meatปล่อยก๊าซเรือนกระจกน้อยกว่ากระบวนการผลิตอาหารจากเนื้อสัตว์อย่างมากทำให้นักวิทยาศาสตร์เชื่อว่าการหันมาบริโภคเนื้อจากพืชจะช่วยลดโลกปัญหาร้อนได้อีกทาง”

ประโยชน์ด้านอื่นๆ จาก “plant-based meat”

plant-based meat” มีส่วนผสมซึ่งมาจากพืชทำให้อุดมไปด้วย วิตามิน แร่ธาตุ และสารต้านอนุมูลอิสระ ซึ่งองค์ประกอบเหล่านี้ล้วนมีประโยชน์ต่อสุขภาพ มีงานวิจัยระบุว่าอาหารจากพืชเป็นประโยชน์สำหรับการควบคุมน้ำหนักและโรคเบาหวาน[9] นอกจากนี้ยังมีคำแนะนำว่าอาหารที่ทำจากพืชอาจช่วยป้องกันโรคต่างๆ เช่น โรคความดันโลหิตสูง โรคหัวใจ และโรคหลอดเลือด
plant-based meat ยังช่วยลดปัญหาการขาดแคลนอาหารในอนาคตได้ เนื่องจากเมื่อมีการใช้พืชเพื่อผลิตเป็นเนื้อสัตว์ก็จำเป็นต้องมีการเพาะปลูกพืช เมื่อการเพาะปลูกพืชมีมากขึ้นก็จะช่วยเพิ่มความอุดมสมบูรณ์ให้กับดิน ดังที่กล่าวข้างต้นว่ากระบวนการผลิต plant-based meat ใช้ทรัพยากรต่ำกว่าการผลิตเนื้อสัตว์จริงหลายเท่าหรือพูดง่ายๆ คือหากใช้ทรัพยากรเท่ากันการผลิต plant-based meatจะให้ผลิตภัณฑ์อาหารสูงกว่าการผลิตเนื้อสัตว์จริงหลายเท่า เมื่อปริมาณของอาหารเพิ่มมากขึ้นก็จะทำให้ปัญหาการขาดแคลนอาหารทั่วโลกลดลง”

ข้อด้อยของผลิตภัณฑ์ “plant-based meat” เมื่อเทียบกับผลิตภัณฑ์จากเนื้อสัตว์จริง

ตัวขับเคลื่อนที่สำคัญที่สุดในการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของผู้บริโภคให้หันมาบริโภคผลิตภัณฑ์ plant-based meat” คือ ราคา ความสะดวกในการเข้าถึง และรสชาติ
ปัจจุบันราคาของผลิตภัณฑ์ plant-based meat” ยังค่อนข้างสูงเมื่อเทียบกับราคาเนื้อสัตว์จริง อีกทั้งยังมีรสชาติที่ต่างจากเนื้อสัตว์จริงอยู่บ้าง และบางผลิตภัณฑ์อาจยังหาซื้อได้ยาก ปัจจัยเหล่านี้ถือเป็นอุปสรรคสำคัญในการจูงใจให้คนหันมาบริโภคผลิตภัณฑ์ plant-based meat” แต่อย่างไรก็ตามในอนาคตเมื่อมีผลิตภัณฑ์ plant-based meat” วางขายในตลาดมากขึ้นบวกกับการใช้เทคโนโลยีใหม่ๆ เพื่อลดต้นทุนการผลิตก็จะทำให้ราคาของผลิตภัณฑ์ plant-based meat” ถูกกว่าผลิตภัณฑ์จากเนื้อสัตว์จริง
“นอกจากนี้การพัฒนารสชาติของ ‘plant-based meat’ ในผลิตภัณฑ์ให้ใกล้เคียงกับเนื้อสัตว์จริงมากที่สุดก็จะช่วยดึงดูดให้คนหันมาบริโภคผลิตภัณฑ์ ‘plant-based meat’ มากขึ้น”

โดยสรุป

plant-based meat” คือ เนื้อสัตว์เทียมที่ผลิตจากส่วนผสมที่มาจากพืชหรือส่วนผสมอื่นๆ ที่ไม่ใช่เนื้อสัตว์ plant-based meat” ถือเป็นผลิตภัณฑ์ทางเลือกที่ช่วยลดปัญหาการขาดแคลนอาหาร ช่วยส่งเสริมสุขภาพของผู้บริโภค เป็นมิตรต่อผู้ทานมังสวิรัติ และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
การหันมาบริโภค plant-based meat” ช่วยลดปัญหาสิ่งแวดล้อมและปัญหาโลกร้อน เนื่องจากการปรับเปลี่ยนพื้นที่สำหรับปศุสัตว์ให้เป็นพื้นที่เพาะปลูกพืชช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ช่วยเพิ่มคุณภาพอากาศ และทำให้ดินกลับมาอุดมสมบูรณ์อีกครั้ง
“แม้ปัจจุบันการบริโภคโปรตีนจากพืชมีสัดส่วนเพียงประมาณ 1 เปอร์เซ็นต์ของการบริโภคเนื้อสัตว์ทั้งหมด แต่เมื่อพิจารณาจากแรงขับเคลื่อนในเรื่องความตระหนักด้านสภาพอากาศ ด้านสิ่งแวดล้อม ด้านสุขภาพ และด้านความมั่นคงทางอาหารแล้วการบริโภคโปรตีนทางเลือกหรือ ‘plant-based meat’อาจเพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 11 ของการบริโภคเนื้อสัตว์ภายในปี 2578 โดยปัจจัยสำคัญที่ดึงดูดให้คนบริโภคผลิตภัณฑ์ ‘plant-based meat’ คือ ราคา ความสะดวกในการเข้าถึง และรสชาติ”
และนี่เป็นอีกหนึ่งความตื่นตัวของผู้บริโภคที่สะท้อนให้เห็นถึงความต้องการที่จะปรับเปลี่ยนเพื่ออยู่ร่วมกับ “สังคมและสิ่งแวดล้อม” ได้อย่างเป็นมิตรและยั่งยืน
[1] https://www.enterprisesg.gov.sg/media-centre/news/2020/august/alternative-protein-a-boon-for-food-security-what-can-spore-do-to-this-end
[2] https://www.channelnewsasia.com/sustainability/novel-food-solutions-more-sustainable-future-2110796
[3] https://www.medicalnewstoday.com/articles/is-plant-based-meat-healthy#contents
[4] https://www.foodnavigator.com/Article/2020/01/23/Good-Catch-plant-based-tuna-crosses-the-pond-This-is-vegan-food-made-for-fish-eaters
[5] https://www.today.com/food/what-plant-based-meat-here-are-our-top-10-product-t160303
[6] https://bearfoottheory.com/vegan-environmental-benefits/
[7] https://www.onegreenplanet.org/environment/how-eating-more-plant-based-foods-benefits-the-environment/
[8] https://www.fit-biz.com/plant-based-meat.html#:~:text
[9] https://www.medicalnewstoday.com/articles/is-plant-based-meat-healthy#contents

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...