โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ภูเก็ตเข้มด่านท่าฉัตรไชยตรวจทุกคนที่เข้ามาสกัดคนจังหวัดเสี่ยงโควิด

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 05 ส.ค. 2565 เวลา 05.38 น. • เผยแพร่ 30 ธ.ค. 2563 เวลา 06.34 น.

ภูเก็ต เฝ้าระวังเข้มโควิด เน้นด่านตรวจท่าฉัตรไชย วางกำลัง 24 ชั่วโมง และเฝ้าระวังผู้มาจากสมุทรสาครรวมถึงจังหวัดเสี่ยงที่พบผู้ติดเชื้อ

วันที่ 30 ธันวาคม 2563 นายณรงค์ วุ่นซิ้ว ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต กล่าวว่า ภูเก็ตมีผู้ติดเชื้อโควิด-19 จำนวน 3 ราย เป็นพ่อกับลูก รักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลวชิระภูเก็ต จะออกจากโรงพยาบาลได้ในวันที่ 4 มกราคม 2564 ส่วนคนใกล้ชิดกับผู้ป่วยทั้ง 3 ราย ไดัรับการตรวจคัดกรองโรคแล้ว จำนวน 199 คน ผลตรวจทั้งหมดไม่พบเชื้อและได้รับการกักกันในสถานที่รัฐกำหนดแล้ว

“วันนี้น่าจะเบาใจกันมากขึ้น ทางจังหวัดต้องขอความร่วมมือประชาชนในช่วงนี้อยู่ในสถานการณ์ต่อสู้กับโควิด-19 เมื่อครั้งที่เกิดโควิดในครั้งแรกนั้นถือเป็นฝันร้ายพอสมควรของจังหวัดภูเก็ต ครั้งนี้ เราไม่อยากให้เกิดขึ้นอีก ขณะที่เศรษฐกิจกำลังจะเริ่มไปได้และจะต้องเดินหน้าต่อไปจึงขอความร่วมมือปฏิบัติตามมาตรการควบคุมและป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ด้วย” นายณรงค์ กล่าว

ทางด้าน นายแพทย์ธนิศ เสริมแก้ว นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดภูเก็ต กล่าวว่า ขอยืนยันว่า จังหวัดภูเก็ตมีผู้ยืนยันติดเชื้อโควิด-19 จำนวน 3 ราย ส่วนผู้เกี่ยวข้องทั้งหมดผลตรวจเป็นลบไม่พบเชื้อได้รับการดูแลตามมาตรฐานกรมควบคุมโรค

ในความเสี่ยง ของภูเก็ต คือ มีคนเข้ามาจากต่างประเทศเข้าพักALQ แล้ว ยังเข้ามาไม่มากยังไม่น่าเป็นห่วง อีกส่วน คือ แรงงานต่างด้าวชาวเมียนมา ทางผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ตให้บูรณาการหน่วยงานทำการค้นหาเชิงรุกเฝ้าระวังออกตรวจหาเชื้อในกลุ่มเสี่ยงที่ไปจังหวัดสมุทรสาคร กลับมา จำนวน 142 คน ทำการสุ่มตรวจอีก 376คนรวม 518 คน ไม่พบเชื้อ แต่ต้องติดตามเฝ้าระวังต่อเนื่อง

“กลุ่มที่เกิดขึ้นใหม่ที่น่าเป็นห่วง คือ คนไทย ที่เกี่ยวข้องกับสมุทรสาครหรือจังหวัดใกล้เคียงที่พบการติดเชื้อ ส่วนหนึ่งอาจเข้ามาภูเก็ต ซึ่งนายกรัฐมนตรีประกาศแล้วว่าไม่จำเป็นอย่าเดินทาง แต่ถ้าจำเป็นต้องเดินทางขอให้มีการป้องกันตัวเองอย่างเข้มข้น ไม่เข้าไปสถานที่แออัดในที่ชุมชน เราในฐานะเจ้าบ้านต้องป้องกันตนเองเต็มที่ใส่หน้ากากอนามัย100% ถ้ามีผู้เดินทางเข้ามาจากสมุทรสาครหรือจังหวัดใกล้เคียงขอให้เฝ้าระวังตัวเองอย่างเต็มที่ หากพบอาการผิดปกติให้ปรึกษาแพทย์ขอให้ปลอดภัยจากโควิด-19ทุกคน ” นายแพทย์ ธนิศ กล่าว

ทางด้าน ว่าที่ร้อยตรีวิกรม จากที่ รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต กล่าวว่า จังหวัดภูเก็ตเข้มงวดการเข้ามาทั้งทางบก ที่ด่านตรวจท่าฉัตรไชย ทางน้ำ ที่ ท่าเรือทุกแห่ง ทางอากาศ ที่ ท่าอากาศยานภูเก็ต โดยเฉพาะทางบกเข้ามาที่ด่านตรวจท่าฉัตรไชย ได้มีการจัดวางกำลังเจ้าหน้าที่ 24 ชั่วโมง รณรงค์ลดอุบัติเหตุช่วงปีใหม่และเฝ้าระวังคัดกรองโรคโควิด-19กับผู้เดินทางเข้ามา ทุกคนจะได้รับการตรวจวัดอุณหภูมิคัดกรองโรค

“การตรวจคัดกรองโรคโควิด-19 ที่ด่านตรวจท่าฉัตรไชย ให้เปิดเพิ่มอีกหนึ่งด่านในบริเวณเดียวกันเพื่อให้มีการแยกช่องทางตรวจรถทั่วไปกับรถบรรทุกขนาดใหญ่ และ รถต่างๆที่มีขนาดใหญ่ที่เข้ามาทางด่านตรวจท่าฉัตรไชย โดยให้เปิดด่านคู่ขนานเพิ่มขึ้นมาที่ด่านท่าฉัตรไชย ให้มีเครื่องเทอร์โมสแกนตรวจวัดอุณหภูมิทั้งด่านเก่าและด่านใหม่ จะทำให้คนผ่านเข้าออกได้รับการตรวจคัดกรองทุกคนการจราจรต้องไม่ติดขัดจะพยายามบูรณาการให้เร็วที่สุดให้ประชาชนได้รับผลกระทบน้อยที่สุด

หากพบผู้เดินทางเข้ามามีอุณหภูมิสูงจะแยกตัวออกมาส่งตามขั้นตอนของระบบสาธารณสุขโดยเริ่มปฏิบัติการจริงจังตั้งแต่วันที่ 30 ธ.ค.63 เป็นต้นไป ขอให้ผู้เดินทางเข้ามาโปรดให้ความร่วมมือด้วย และขอเตือนผู้ที่จัดให้มีการเต้นในสถานที่ผับบาร์ซึ่งจังหวัดได้มีขัอห้ามไปแลัวหากพบฝ่าฝืนจะเข้าจับกุมดำเนินคดีทุกราย” ว่าที่ร้อยตรีวิกรม กล่าว

ทางด้าน นายพิเชษฐ์ ปาณะพงศ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต กล่าวว่า ภูเก็ตเฝ้าระวังไม่ให้เกิดการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 มีการประชุมคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดภูเก็ต ได้มีคำสั่ง ห้ามแรงงานต่างด้าวที่เข้ามาใหม่ที่เข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย และขอให้งดเว้นการจัดงานรื่นเริงที่ไม่สามารถควบคุมจำนวนคนได้

ในส่วนของตลาดสด ตลาดเปิดท้าย ถนนคนเดิน จัดให้มึจุดคัดกรองอุณหภูมิร่างกาย กำหนดทางเข้าออก เว้นระยะห่างระหว่างผู้ค้ากับผู้ซื้อ1-2เมตร ให้สวมหน้ากากอนามัยหรือหน้ากากผ้าตลอดเวลา จัดให้มีจุดติดตั้งเจลล้างมือแอลกอฮอล์ ให้ทำความสะอาดตลาดแผงชำแหละทุกวัน กวาดล้างท่อระบายน้ำ ทำความสะอาดตามหลักสุขาภิบาล ทำความสะอาดห้องน้ำห้องส้วม ใหัปฏิบัติตามคำแนะนำของกรมอนามัย ขอให้ปฏิบัติตามมาตรการที่กระทรวงสาธารณสุขกำหนด

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...