โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทั่วไป

กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า แถลงสรุปผลการเข้าบังคับใช้กฎหมายจับกุม และวิสามัญคนร้ายในพื้นที่ บ้านชะเมาสามต้น และบ้านบือแนบาแด อ.สายบุรี จ.ปัตตานี

สวพ.FM91

อัพเดต 12 ก.ค. 2564 เวลา 09.18 น. • เผยแพร่ 12 ก.ค. 2564 เวลา 09.18 น.

จากกรณีเหตุการณ์เจ้าหน้าที่สนธิกำลัง 3 ฝ่าย เข้าพิสูจน์ทราบและบังคับใช้กฎหมายกับกลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรงที่เข้ามาหลบซ่อนในพื้นที่ บ้านชะเมาสามต้น ตำบลเตราะบอน และ บ้านบือแนบาแด ตำบลกะดุนง อำเภอสายบุรี จังหวัดปัตตานี และได้เกิดการยิงต่อสู้กับเจ้าหน้าที่ เมื่อวันที่ 5 - 11 กรกฎาคม 2564 ยืดเยื้อ กว่า 6 วัน เจ้าหน้าที่จำเป็นต้องวิสามัญผู้ก่อเหตุรุนแรงจำนวน 2 ราย ปิดปฏิบัติการในวันที่ 7 แม้จะใช้ความพยายามเจรจาเป็นสำคัญ นำผู้นำศาสนา ผู้นำท้องที่ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน เข้าเกลี้ยกล่อม หวังให้ออกมามอบตัว โดยดำเนินการตามขั้นตอนจากเบาไปหาหนัก เพื่อไม่ให้เกิดความสูญเสีย
 
โดยเมื่อช่วงเช้าวันนี้ (12 กรกฎาคม 2564 ) พันเอก เกียรติศักดิ์ ณีวงษ์ โฆษกกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า ได้แถลงสรุปผลการบังคับใช้กฎหมายกับกลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรง ว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเป็นการขยายผลจากแหล่งข่าวหน่วยเฉพาะกิจปัตตานี สืบทราบว่ามีกลุ่มคนร้ายเข้ามาหลบซ่อนตัวในพื้นที่จึงได้จัดกำลังเจ้าหน้าที่สนธิกำลัง 3 ฝ่าย เข้าพิสูจน์ทราบและบังคับใช้กฎหมาย ในพื้นที่ป่าละเมาะ บ้านชะเมาสามต้น ตำบลเตราะบรอน อำเภอสายบุรี จังหวัดปัตตานี โดยกลุ่มคนร้าย เมื่อตรวจพบว่าเจ้าหน้าที่ได้ปิดล้อมเข้ามา จึงได้เปิดฉากใช้อาวุธปืนยิงใส่ เพื่อเปิดทางหลบหนี โดยกลุ่มคนร้ายได้หลบหนีเป็น 2 ชุด ชุดแรกเข้าไปหลบซ่อนอยู่ใน โรงเรียนเอกชนสอนศาสนามะอูฮัดซูบูลูซซาลาม บ้านชะเมาสามต้น หมู่ที่ 5 ตำบลเตราะบอน อำเภอสายบุรี จังหวัดปัตตานี ส่วนอีกชุดหลบหนีเข้าไปในป่า ซึ่งเจ้าหน้าที่สามารถตรวจยึดที่พักของกลุ่มคนร้ายได้ ซึ่งมีการกางเต็นท์ 2 จุด มีอุปกรณ์สนาม อาหารแห้ง รองเท้าแตะ และยังพบซองกระสุนปืนอาวุธสงคราม รวมทั้งยังพบรอยเลือดหยดเป็นทาง คาดว่าคนร้ายน่าจะได้รับบาดเจ็บขณะยิงต่อสู้เพื่อเปิดทางและหลบหนีเข้าไปซ่อนตัว ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้เชิญผู้นำท้องที่ ผู้นำท้องถิ่น ผู้นำศาสนาพื้นที่ รวมทั้งญาติของผู้ก่อเหตุรุนแรง เกลี่ยกล่อม ให้ยอมเข้ามอบตัว และให้มีการปฏิบัติอย่างรัดกุม แต่กลุ่มคนร้ายยังคงหลบซ่อนภายในโรงเรียนเอกชนสอนศาสนามะอูฮัดซูบูลูซซาลาม และได้ขว้างระเบิดใส่เจ้าหน้าที่ ส่งผลให้เจ้าหน้าที่ได้รับบาดเจ็บ จำนวน 3 นาย ประกอบด้วย
1. ส.ต.อ.ธงชัย  ศรีสวัสดิ์ ผบ.หมู่ สังกัด กก.3 บก.สอ.บช.ตชด. โดนสะเก็ตระเบิดขาด้านซ้าย,บริเวณหลังมือขวา,ซ้ายโครงด้านขวา และท้ายทอย 
2. อส.ทพ.วิโรจน์  ภัยชำนาญ รอง ผบ.ชป. สังกัด ร้อย.ทพ.4309 โดนแรงอัดจากระเบิด อาการเบื้องต้นแน่นหน้าอกและมีอาการหูอื้อข้างขวา
3. ส.ต.ท.ธีรณัฐ  นิตยวิมล สืบ จว.ฯ มีแผลถลอกเหนือคิ้ว 2 ซม. บาดเจ็บที่ขาข้างขวาข้อเท้ากระแทกพื้นบวมปวดไม่ผิดรูป อาการรู้สึกตัวดีไม่มีแผลเปิด
ภายหลังเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ได้เข้าพิสูจน์ทราบ พบผู้ก่อเหตุรุนแรงเสียชีวิต จำนวน 2 ราย หนึ่งในนั้น คือ นายคูไมดี  รีจิ อายุ 33 ปี ข้างศพพบ อาวุธปืน AK-47 จำนวน 1 กระบอก มีภูมิลำเนาอยู่ที่ หมู่ที่ 2 ตำบลละหาร อำเภอสายบุรี จังหวัดปัตตานี พฤติกรรม เป็นผู้ก่อเหตุรุนแรงระดับปฏิบัติการ มีหมายจับ ป.วิอาญา จำนวน 2 หมาย ที่สำคัญคือคดีปล้นร้านทองสุธาดา ในพื้นที่อำเภอนาทวี จังหวัดสงขลา เมื่อวันที่ 24 สิงหาคม 2562 และ นายอัมรี  มะมิง อายุ 26 ปี  อยู่บ้านเลขที่ 114/1 บ้านบาโงกือยิ ม.6 ต.ตะบิ้ง อ.สายบุรี จ.ปัตตานี บริเวณข้างศพมีอาวุธปืนพกสั้น 1 กระบอก , อาวุธปืนยาว AK47 จำนวน 1 กระบอก และลูกระเบิดขว้าง 1 ลูก มีหมายจับ 1438/62 ในข้อหาเป็นสมาชิกของคณะบุคคล ซึ่งปกปิดวิธีดำเนินการและมีความมุ่งหมายเพื่อการอันมิชอบด้วยกฎหมาย ผู้นั้นกระทำผิดฐานเป็นอั้งยี่, เป็นสมาชิกของคณะบุคคลที่มีการกระทำอันเป็นก่อการร้าย จากคดีลอบวางระเบิดหลายจุดในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล เมื่อวันที่ 2 ส.ค. 62 เป็นเหตุการณ์จุดแรกที่บ้านชะเมาสามต้น ตำบลเตราะบอน อำเภอสายบุรี จังหวัดปัตตานี 
ทั้งนี้ ห่างจากจุดแรกประมาณ 20 กิโลเมตร เจ้าหน้าที่ได้เข้าบังคับใช้กฎหมาย ในพื้นที่บ้านบือแนบาแด ตำบลกะดุนง อำเภอสายบุรี จังหวัดปัตตานี  โดยเข้าปิดล้อมมาตั้งแต่ เวลา 06.30 น. ของวันที่ 5 กรกฎาคม 2564 และกระชับวงล้อมเข้าไป จนตรวจพบที่พักพิงพร้อมอุปกรณ์เครื่องใช้จำนวนหนึ่ง จึงใช้ใช้สุนัขทหาร ดมกลิ่นเข้าพิสูจน์ทราบ กลุ่มคนร้ายที่หลบซ่อนภายในเห็นดังนั้นจึงได้ใช้อาวุธสงครามยิงใส่ ทำให้สุนัขทหารได้รับบาดเจ็บบริเวณใบหู เจ้าหน้าที่จึงทราบว่า มีผู้ก่อเหตุรุนแรงหลบซ่อนอยู่ในป่าสาคูประมาณ 6 – 7 คน จึงได้เชิญผู้นำท้องที่ ผู้นำท้องถิ่น ผู้นำศาสนาพื้นที่ รวมทั้งญาติของผู้ก่อเหตุรุนแรงมา เกลี้ยกล่อม เจรจาให้ยอมเข้ามอบตัว แต่ไม่เป็นผล ผู้ก่อเหตุรุนแรงกลับใช้ความรุนแรงยิงตอบโต้ใส่เจ้าหน้าที่ สถานการณ์ เมื่อสถานการณ์เริ่มคลี่คลาย เจ้าหน้าที่ได้นำเจ้าหน้าที่ได้นำอุปกรณ์ต่างๆ รวมถึงรถแบ๊กโฮเข้าเคลียร์พื้นที่ เพื่อตรวจหาร่องรอยหลักฐานและศพของคนร้าย จนกระทั่งพบคนร้ายถูกวิสามัญจำนวน  2 ราย นอนเสียชีวิต แต่ละศพห่างกันประมาณ 30 เมตร โดยศพแรกเสียชีวิตบริเวณริมคลอง คือ 
นายสูไลมาน  ดอเลาะ ผู้ก่อเหตุรุนแรง ระดับปฏิบัติการ มีหมายจับ ป.วิอาญาฯ จำนวน 3 หมาย คือ 1. หมายจับศาลจังหวัดปัตตานี ที่ จ.585/60 ลง 8 ต.ค. 60 เมื่อ 22 ก.ย. 60 เหตุ ลอบวางระเบิด จนท.ทพ. ร้อย ทพ.4412 บริเวณถนนสาย 42 บ้านเจาะกือแย ม.1 ต.ตะบิ้ง อ.สายบุรี จ.ปัตตานี 2. หมายจับศาลจังหวัดปัตตานี ที่ จ.272/63 ลง 24 มิ.ย. 63 เมื่อ 16 มิ.ย. 63 จนท.ปิดล้อมตรวจค้น พบแหล่งพักพิงกลุ่ม ผู้ก่อเหตุ บริเวณสวนยางพาราสลับสวนปาล์มน้ำมัน บ้านละอาร์ ม.6 ต.กะดุนง อ.สายบุรี 3. หมายจับศาลจังหวัดปัตตานี ที่ จ.276/63 ลง 26 มิ.ย. 63 เมื่อ 22 ต.ค. 58 คนร้ายลักรถ จยย. บริเวณ โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลปล่องหอย ม.5 ต.ปล่องหอย อ.กะพ้อ จ.ปัตตานี 
อีกราย คือ นายอัซมาน  สะมะแอ อยู่บ้านเลขที่ 52 ม.4 ต.ตะกะดุนง อ.สายบุรี จ.ปัตตานี ผู้ก่อเหตุรุนแรงระดับปฏิบัติการ โดยผ่านการชักชวนและสาบานตน (ซูมเปาะห์) และผ่านการฝึกยุทธวิธีขั้นปอเนาะ มีหมายจับ จำนวน 2 หมาย คือ หมายจับ ป.วิอาญา ที่ จ.5982560 ลง 9 ต.ค. 60 กรณี คนร้ายยิง ด.ต.พิทักษ์ฯ เสียชีวิตเมื่อ 21 ก.ค. 60, หมายจับ ป.วิอาญา ที่ จ.31272563 ลง 3 ส.ค. 63 กรณีเจ้าหน้าที่ตรวจพบแหล่งพักพิงผู้ก่อเหตุรุนแรงในพื้นที่ ม.3 ต.บือเระ อ.สายบุรี จ.ปัตตานี เมื่อ 13 มี.ค. 63 และยังมีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ลอบยิง ด.ต.พิทักษ์  รัตนหิรัญ เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.สายบุรี บริเวณถนนริมทะเลชุมชนบางตาหยาด ต.ตะลุบัน อ.สายบุรี จ.ปัตตานี เมื่อ 21 ก.ค. 60 
ตลอดระยะเวลา 7 วันที่ผ่านมา คนร้ายเสียชีวิตทั้งสิ้น 4 ราย เจ้าหน้าที่ได้รับบาดเจ็บ 3 นาย ทั้งนี้การเข้าพิสูจน์ทราบและบังคับใช้กฎหมายกับกลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรงในพื้นที่ดังกล่าว เจ้าหน้าที่ได้พยายามบังคับใช้กฎหมายตามขั้นตอนจากเบาไปหาหนักมาโดยตลอด ประกอบกับสภาพพื้นที่เกิดเหตุเป็นทุ่งนาและมีป่าสาคู ทำให้การปฏิบัติเป็นไปด้วยความยากลำบาก โดยยึดหลักตามแนวทางสันติวิธีแต่กลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรงเลือกที่จะใช้ความรุนแรงในการตอบโต้จนทำให้เกิดความสูญเสียดังกล่าว ขอให้พี่น้องประชาชนได้มีความมั่นใจในมาตรการการควบคุมพื้นที่ และบังคับใช้กฎหมายของ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า เพื่อสร้างความปลอดภัยและสันติสุขให้แก่พี่น้องประชาชนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ หากพบเห็นสิ่งปกติ บุคคลต้องสงสัยเข้ามาเคลื่อนไหวในพื้นที่ สามารถแจ้งได้ที่หมายเลขโทรศัพท์สายตรงแม่ทัพภาคที่ 4 หมายเลข 061 - 173 - 2999 หรือเบอร์สายด่วน 1341 และหน่วยเฉพาะกิจในพื้นที่ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...