โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ท่อง “พระนครคีรี” วิมานบนเขา ถิ่นเก่ากษัตริย์ เศวตฉัตรมิ่งขวัญเมือง

ศิลปวัฒนธรรม

อัพเดต 25 ก.พ. 2568 เวลา 04.10 น. • เผยแพร่ 25 ก.พ. 2568 เวลา 00.47 น.
พระที่นั่งเวชยันต์วิเชียรปราสาทและหอชัชวาลเวียงชัย (กระโจมแก้ว หรือหอส่องกล้อง) ที่พระนครคีรี จังหวัดเพชรบุรี (ภาพจากหนังสือประชุมภาพประวัติศาสตร์แผ่นดินพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว จัดพิมพ์โดย กรมศิลปากร 2548)

ท่อง พระนครคีรี วิมานบนเขา ถิ่นเก่ากษัตริย์ เศวตฉัตรมิ่งขวัญเมือง

จากเนื้อความท่อนหนึ่งของเพลงสาวเพชรบุรี ว่า “มองยอดเขาวัง ยอดเขาสูงคอตั้ง จนเสียดฟ้า…” (เพลงสาวเพชรบุรี-พุ่มพวง ดวงจันทร์) ได้กล่าวถึงสถานที่สำคัญแห่งหนึ่งของเมืองเพชรบุรี บ่งบอกว่า พระนครคีรี หรือที่นิยมเรียกกันติดปากว่า เขาวัง นั้นเป็นสถานที่สำคัญ

สำหรับคนเมืองเพชรแล้วเสมือนเป็นมิ่งขวัญเมือง ก็เนื่องด้วยเป็นสถานที่ซึ่งพระเจ้าแผ่นดินทรงสร้างไว้และได้เคยเสด็จแปรพระราชฐานมาประทับ ไม่ว่าพระมหากษัตริย์จะเสด็จไปแห่งหนตำบลใดถือเป็นความปิติยินดีของราษฎรในถิ่นนั้นๆ พระนครคีรีจึงเป็นความภาคภูมิใจของชาวเพชรบุรี

“พระนครคีรี” หรือ “เขาวัง” นี้ ตั้งอยู่ที่ ตำบลคลองกระแชง อำเภอเมืองเพชรบุรี จังหวัดเพชรบุรี ตั้งอยู่บนยอดเขาที่มีชื่อว่า “เขาสมณะ” ประกอบด้วยยอดเขาใหญ่ 3 ยอด ไหล่เขาด้านตะวันออกมีวัดเก่าแก่อยู่วัดหนึ่ง คือ วัดสมณ พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เคยเสด็จจาริกมาประทับอยู่ที่วัดนี้เมื่อครั้งถือครองเพศบรรพชิต (ขณะนั้นยังไม่เสด็จขึ้นเสวยราชสมบัติ)

เมื่อทรงเสด็จเถลิงถวัลยราชสมบัติแล้ว พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว โปรดเกล้าฯ ให้สร้างพระราชวังพระนครคีรีขึ้นในปีพุทธศักราช 2402 ทรงพระราชทานนามใหม่แก่เขาลูกนี้เป็น “เขามหาสวรรค์” โดยมีพระราชโองการโปรดเกล้าฯให้เจ้าพระยาศรีสุริยวงศ์ (ช่วง บุนนาค) เป็นแม่กองก่อสร้าง พระเพชรพิไสยศรีสวัสดิ์ (ท้วม บุนนาค) ปลัดเมืองเพชรบุรี เป็นนายงานก่อสร้าง พระเพชรพิไสยศรีสวัสดิ์ผู้นี้เคยได้ร่วมเดินทางไปกับคณะทูตในการเจริญสัมพันธไมตรีกับอังกฤษเมื่อ พ.ศ. 2400

เขามหาสวรรค์ ปัจจุบันเรียก “เขามไหศวรรย์” สิ่งก่อสร้างบนยอดเขาทั้ง 3 รวมเรียกว่า “พระนครคีรี” สิ่งก่อสร้างสำคัญของพระนครคีรี ดังนี้

พระธาตุจอมเพชร พระเจดีย์ที่ทรงโปรดให้สร้างขึ้นใหม่ทับพระเจดีย์องค์เดิมที่มีอยู่แล้ว ซึ่งอยู่ในสภาพชำรุด (บริเวณนี้เคยเป็นที่ตั้งของวัดอินทคีรีซึ่งเป็นวัดร้าง) และได้นำพระบรมสารีริกธาตุมาบรรจุไว้

วัดพระแก้ว ภายในวัดพระแก้วนี้ประกอบด้วย พระอุโบสถ หอระฆัง พระพุทธเสลเจดีย์ ศาลาและพระปรางค์แดง

พระอุโบสถ สร้างเป็นขนาดเล็กย่อส่วนทำด้วยหินอ่อน หน้าบันปูนปั้นเป็นตราพระมหาพิชัยมงกุฏ ตราประจำรัชกาลพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ถือเป็นงานปูนปั้นชิ้นหนึ่งที่มีชื่อเสียงของจังหวัดเพชรบุรี ภายในประดิษฐานพระแก้วผลึก (เมื่อพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวสวรรคต ทางการได้นำไปยังกรุงเทพมหานคร แล้วนำพระพุทธรูปหินอ่อนมาประดิษฐานแทน)

พระสุทธเสลเจดีย์ อยู่ด้านหลังพระอุโบสถ เป็นเจดีย์ทรงกลมทำจากหินอ่อนสีเทาอมเขียว โดยสลักหินอ่อนประกอบเป็นองค์เจดีย์เสร็จสรรพที่เกาะสีชัง แล้วถอดเป็นชิ้นขนขึ้นเรือมายังเพชรบุรี นำมาประกอบใหม่ที่วัดพระแก้วแห่งนี้

พระที่นั่งเพชรภูมิไพโรจน์ เป็นพระที่นั่งที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในพระราชวังพระนครคีรี ก่อฤกษ์เมื่อวันขึ้น 3 ค่ำเดือน 8 ปีพุทธศักราช 2402 ภายในพระที่นั่งประกอบด้วย ห้องบรรทม ห้องเสวย ห้องโถงออกขุนนาง ห้องแต่งพระองค์ ห้องสรงและห้องลงพระบังคน(ห้องสุขา) สมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวพระที่นั่งนี้ใช้เป็นท้องพระโรงออกขุนนาง ภายหลังในสมัยของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวได้มีการดัดแปลงเป็นที่ประทับของพระราชอาคันตุกะต่างเมือง

พระที่นั่งปราโมทย์มไหสวรรย์ มีสองชั้น ทรงคล้ายเก๋งจีน ชั้นบนมีห้องโถงและห้องบรรทม 2 ห้อง ชั้นล่างเป็นห้องโถง 2 ห้อง

พระที่นั่งเวชยันต์วิเชียรปราสาท เป็นปราสาททรงจตุรมุข มียอดปรางค์ 5 ยอด โดยยอดปรางค์ใหญ่อยู่ตรงกลาง สูง 14 เมตร และยอดปรางค์เล็กอยู่ที่มุขทั้ง 4 บนฐานสูงซ้อนกัน 3 ชั้น แต่ละชั้นมีระเบียงกรงลูกแก้ว ที่ชั้นบนสุดฐานเดียวกับตัวปราสาทเป็นโดมโปร่งตกแต่งด้วยลายปูนปั้น ภายในองค์ปราสาทประดิษฐานพระบรมรูปหล่อสำริดพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว(พระบรมรูปองค์นี้โปรดให้สร้างขึ้นเพื่อจะนำไปถวายพระเจ้านโปเลียนที่ 3 แห่งฝรั่งเศส แต่พระองค์เสด็จสวรรคตเสียก่อน ที่จะนำไปถวาย)

พระที่นั่งราชธรรมสภา มีชั้นเดียวทรงคล้ายเก๋งจีน ตกแต่งด้วยเสาปลอมติดผนัง เป็นศิลปโรมันแบบไอโอนิค (เป็นลักษณะหนึ่งใน 3 แบบของสถาปัตยกรรมเสาคลาสสิค) พระที่นั่งองค์นี้ใช้เป็นที่ประชุมสาธยายธรรม ซึ่งพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงสนพระราชหฤทัยในการปฏิบัติธรรมอยู่แล้วตั้งแต่เมื่อครั้งถือเพศบรรพชิต ภายในมีโต๊ะบูชาพระพุทธอยู่ด้วย

หอชัชวาลเวียงชัย หรือที่เรียกกันว่า “กระโจมแก้ว” เป็นหอสำหรับใช้ส่องกล้องดูดาว มีลักษณะเป็นทรงกลมคล้ายกระโจมภายในมีบันไดเวียน หลังคาเป็นทรงโดมมุงด้วยกระจกโค้ง ภายในมีโคมไฟ กลางคืนเวลาจุดแสงจะส่องไปไกลถึงชายทะล แต่ก่อนคนเรือหาปลาได้อาศัยแสงไฟนี้เป็นประภาคารนำทางเอาเรือเข้าอ่าวบ้านแหลม ชั้นบนสามารถมองเห็นวิวทิวทัศน์ของเมืองเพชรบุรีได้โดยรอบตลอดจนชายทะเล ที่หน้าหอชัชวาลเวียงชัยมีธงมหาราช เสาธงสูง 20 เมตร เมื่อพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวเสด็จประทับที่พระนครคีรีจึงจะชักธงนี้ขึ้น

หอพิมานเพชรมเหศวร เป็นหอเล็กๆ 3 หอ หอกลางมีขนาดใหญ่กว่าหอข้าง ภายในประดิษฐานพระพุทธรูป ในส่วนของหอข้างนั้น ข้างหนึ่งเป็นศาลเทพารักษ์หรือศาลพระภูมิ ข้างหนึ่งเป็นที่ประโคมสังคีต มีเสาไม้เป็นสะดึงสำหรับแขวนฆ้องชัยหน้าหอทั้ง 2 ภายในหอกลางใหญ่ได้ก่อผนังไว้เป็นห้องบรรทมของพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ซึ่งจะทรงประทับที่ห้องบรรทมนี้ในวันที่ถือศีลอุโบสถ จากห้องบรรทมนี้มองออกไปจะเห็นทิวทัศน์ที่สงบคือพระธาตุจอมเพชรและวัดพระแก้ว ในวันขึ้น 15 ค่ำจะเห็นพระจันทร์เต็มดวงได้ถนัดตา

หอพิมานเพชรมเหศวรนี้เคยเป็นที่ประกอบพระราชพิธีโสกันต์ของสมเด็จเจ้าฟ้ากรมพระยาภานุพันธุ์วงศ์วรเดช เมื่อครั้งยังเป็นสมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้าภาณุรังษีสว่างวงศ์ พระองค์ทรงเป็นพระอนุชาในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว

นอกจากนี้ยังมีสิ่งก่อสร้างอื่นๆ อีกเพื่อประโยชน์ใช้สอยในด้านที่แยกย่อยออกไป

พระราชวังพระนครคีรีนี้เป็นที่เชิดหน้าชูตามาตั้งแต่ครั้งอดตี ในปีพุทธศักราช 2404 ได้รองรับราชทูตจากรัสเซีย นำโดยคอลออยเลนเบิร์ตซึ่งเข้ามาเจริญสัมพันธไมตรี พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวโปรดเกล้าฯ ให้กรมหลวงวงศาธิราชสนิท จัดเรือให้คณะทูต ทรงมีพระราชหัตถเลขาถึงสมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอพระองค์เจ้าคัคณางยุคลซึ่งประทับอยู่ที่พระนครคีรีขณะนั้นเพื่อให้เตรียมจัดรถไว้ให้คณะทูตจากรัสเซีย

ต่อมาในสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ปีพุทธศักราช 2453 ดุ๊กโยฮัน อัลเบรกต์ผู้สำเร็จราชการจากเยอรมณีพร้อมด้วยพระชายาได้เสร็จประพาสเมืองเพชรบุรี รัชกาลที่ 5 ทรงโปรดฯ ให้พระเจ้าน้องยาเธอ กรมหลวงดำรงราชานุภาพ (พระอิสริยยศในตอนนั้น) คอยรับเสด็จที่พระนครคีรี ได้มีการจุดดอกไม้เพลิงถวายแก่ท่านดุ๊กด้วย

เมื่อพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงสร้างพระราชวังพระนครคีรีแล้ว โปรดให้บูรณะวัดสมณด้วย ได้ทรงพระราชทานนามใหม่เป็น “วัดมหาสมณาราม” และให้เป็นพระอารามหลวงวรวิหารชั้นโท

พระนครคีรีนี้ได้รับการบูรณะถึงสองครั้งด้วยกัน ครั้งแรกในสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว พ.ศ. 2426 และครั้งที่ 2 ใน พ.ศ. 2496 โดย พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช พร้อมด้วยสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ได้เสด็จมาทรงทอดพระเนตรเห็นถึงความชำรุดทรุดโทรมของอาคารสถานต่างๆ จึงมีพระราชปรารภโปรดเกล้าฯ ให้ซ่อมแซม

กรมศิลปากรจึงได้ทำการสำรวจและประกาศขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถานแห่งชาติเมื่อวันที่ 18 ธันวาคม พ.ศ. 2496 จัดทำโครงการบูรณะเข้าแผนทำนุบำรุงส่งเสริมศิลปวัฒนธรรมในแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับที่ 5 ( พ.ศ. 2525-2529) ใน พ.ศ. 2524 ภายใต้ชื่อ“โครงการอุทยานประวัติศาสตร์พระนครคีรี” ตามวัตถุประสงค์ของโครงการได้จัดให้มีการก่อสร้าง หอสมุดแห่งชาติขึ้นด้วยโดยใช้พระตำหนักสันถาคารสถาน

เมื่อวันที่ 27 สิงหาคม พ.ศ. 2522 ได้ประกาศให้เป็นพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ

เปิดให้ประชาชนเข้าชมครั้งแรกในวันที่ 16 มกราคม พ.ศ. 2528 และเปิดอย่างเป็นทางการเมื่อปีพุทธศักราช 2532 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชเสด็จพระราชดำเนินมาทรงพิธีเปิดอุทยานประวัติศาสตร์ โดยได้ทรงเปิดพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนครคีรี พระราชทานพระบรมสารีริกธาตุบรรจุ ณ พระธาตุจอมเพชร จุดประทีปโคมไฟ ณ ชัชวาลเวียงชัย และทรงพิธีเปิดหอสมุดแห่งชาติ สาขาพระนครคีรี

ปัจจุบันอุทยานประวัติศาสตร์ พระนครคีรี ได้มีการจัดงานประจำปีขึ้นทุกปี เป็นระยะเวลา 10 วัน 10 คืน โดยงาน “พระนครคีรี-เมืองเพชร” ครั้งที่ 38 ประจำปี 2568 จะจัดขึ้นในระหว่างวันที่ 21 กุมภาพันธ์ – 2 มีนาคม 2568

อ่านเพิ่มเติม :

สำหรับผู้ชื่นชอบประวัติศาสตร์ ศิลปะ และวัฒนธรรม แง่มุมต่าง ๆ ทั้งอดีตและร่วมสมัย พลาดไม่ได้กับสิทธิพิเศษ เมื่อสมัครสมาชิกนิตยสารศิลปวัฒนธรรม 12 ฉบับ (1 ปี) ส่งความรู้ถึงบ้านแล้ววันนี้!! สมัครสมาชิกคลิกที่นี่

อ้างอิง :

กรมศิลปากร. พระนครคีรี. กรุงเทพฯ : ห้างหุ้นส่วนสามัญนิติบุคคล สหประชาพาณิชย์, 2527.

กรมศิลปากร. อุทยานประวัติศาสตร์พระนครคีรี. กรุงเทพฯ : หจก.โรงพิมพ์ชวนพิมพ์, 2537.

ผศ.ดร.พัสวีสิริ เปรมกุลนันท์. วัด-วังในพระราชประสงค์พระจอมเกล้าฯ. นนทบุรี: สำนักพิมพ์มติชน, 2560.

หมายเหตุ: ภาพจากเพจ พระนครคีรี กรมศิลปากร / Phra Nakhon Khiri, The Fine Arts Department

เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อ 13 กุมภาพันธ์ 2562 แก้ไขปรับปรุง 25 กุมภาพันธ์ 2568

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ท่อง “พระนครคีรี” วิมานบนเขา ถิ่นเก่ากษัตริย์ เศวตฉัตรมิ่งขวัญเมือง

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.silpa-mag.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...