โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

โรคใบหน้าเบี้ยวครึ่งซีก Bell"s Palsy กันไว้ดีกว่าแก้

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 11 ก.พ. 2563 เวลา 13.22 น. • เผยแพร่ 11 ก.พ. 2563 เวลา 13.22 น.

คอลัมน์ สุขภาพดีกับรามาฯ โดย อ.นพ.พิเชฐ เติมสารทรัพย์

โรคใบหน้าเบี้ยวครึ่งซีก เป็นโรคที่ได้ยินชื่อบ่อย ถ้าฟังแค่ชื่ออาจไม่รู้ว่ามันเป็นปัญหาสุขภาพระดับไหน เกี่ยวข้องกับอะไรบ้าง ดังนั้น หมออยากให้ข้อมูลเพื่อให้ผู้อ่านได้มีความรู้เกี่ยวกับโรคนี้มากขึ้น

โรคใบหน้าเบี้ยวครึ่งซีก Bell”s Palsy เกิดจากอะไร และเป็นมาอย่างไร?

โรคใบหน้าเบี้ยวครึ่งซีกแบบ Bell หรือภาษาอังกฤษเรียกว่า Bell”s Palsy เป็นโรคที่มีการอักเสบของเส้นประสาทสมองคู่ที่ 7 โดยภาวะปกติเส้นประสาทสมองคู่ที่ 7 จะมาเลี้ยงกล้ามเนื้อของใบหน้าทั้งด้านบนและด้านล่าง เพราะฉะนั้น เมื่อมีความผิดปกติของเส้นประสาทสมองเส้นนี้จะทำให้กล้ามเนื้อใบหน้าอ่อนแรงไป อย่างเช่นกรณีของคุณโอ อนุชิต หลับตาไม่สนิทข้างหนึ่ง ยักคิ้วไม่ได้ มุมปากตก เวลาดื่มน้ำแล้วน้ำไหลออกจากมุมปากด้านหนึ่ง เส้นประสาทเส้นนี้เกี่ยวข้องกับการรับรสด้วย เพราะฉะนั้น คนไข้อาจจะมีการสูญเสีย

การรับรสของลิ้นด้านเดียวกับของใบหน้าที่อ่อนแรงไป นอกจากนั้น คนไข้อาจจะได้ยินเสียงดังกว่าปกติจากหูข้างนั้น เนื่องจากเส้นประสาทสมองคู่ที่ 7 ไปเลี้ยงกล้ามเนื้อที่ช่วยลดความดังของเสียงที่จะเข้ามาในหูข้างนั้นด้วย

ความผิดปกติของเส้นประสาทสมองคู่ที่ 7 เกิดได้จากหลายสาเหตุ ไม่ทราบสาเหตุที่ชัดเจน บางทีอาจจะเป็นจากอุบัติเหตุ หรือจากเนื้องอก หรือจากสาเหตุอื่น ๆ สิ่งที่เรารู้แน่ก็คือ มีการอักเสบของตัวเส้นประสาทสมองคู่ที่ 7 และมีการบวมของเส้นประสาท สมมุติฐานที่น่าเชื่อถือมากที่สุดในปัจจุบัน คือ คิดว่าเกิดจากการติดเชื้อไวรัส จากการศึกษาก็มีไวรัสหลายตัว เช่น ไวรัสตัวเดียวกับที่ทำให้เกิดโรคเริม ไวรัสตัวเดียวกับที่ทำให้เกิดโรคอีสุกอีใส แล้วก็มีไวรัสตัวอื่น ๆ อีก

*เจอกันบ่อย ๆ ไหมไวรัสพวกนี้ แล้วปัจจัยอะไรที่ทำให้กลายเป็นโรค ? *

ในกรณีที่เป็นการติดเชื้อไวรัส ยังไม่มีข้อมูลที่ชัดเจนว่าใน 100 คนมีการติดเชื้อไวรัสสรุปทั้งหมดกี่คน

ถ้าเราคิดว่าเกิดจากเชื้อไวรัส ยกตัวอย่างเช่น ไวรัสตัวเดียวกับที่ทำให้เกิดโรคอีสุกอีใส ตัวนี้หลังจากการติดเชื้อครั้งแรกมันก็จะเข้าไปซ่อนที่ปมประสาท ซึ่งเส้นประสาทสมองคู่ที่ 7 ก็มีปมประสาทให้ไวรัสเข้าไปซ่อนอยู่ด้วยเหมือนกัน แล้ว วันดีคืนร้ายถ้าร่างกายเราอ่อนแอ ภูมิต้านทานลดลง ไวรัสมันก็ออกมาแผลงฤทธิ์ได้

ทั้งนี้ คนไข้ส่วนใหญ่ที่มาหาแพทย์ก็ภูมิต้านทานแข็งแรงดี ไม่ได้มีปัญหาอะไร ไม่มีติดเชื้อไวรัส เราถึงบอกยากว่าเกิดจากอะไร ปัจจุบันนี้เราก็ยังไม่ทราบสาเหตุที่สรุปได้ชัดเจน 100%

เชื้อไวรัสตัวนี้ไม่ได้แค่มีผลกระทบต่อเส้นประสาทสมองคู่ที่ 7 เท่านั้น มันสร้างปัญหาที่เส้นประสาทเส้นอื่น ๆ ได้ อาจจะเป็นที่เส้นประสาทไขสันหลังก็ได้ ถ้าเป็นแบบนั้นก็เป็นโรคอย่างที่เราเรียกว่า เป็นโรคงูสวัด คนไข้ก็จะมาด้วยตุ่มน้ำใส อาจจะมีผื่นที่ผิวหนังตามแนวของผิวหนังที่เลี้ยงโดยเส้นประสาทเส้นนั้น ๆ

มันแยกจากอัมพฤกษ์อย่างไร ?

คนไข้ส่วนใหญ่ที่มาหาหมอมีใบหน้าที่อ่อนแรงครึ่งซีกอย่างฉับพลัน คำถามแรกที่ทุกคนกลัว คือ จะเป็นอัมพฤกษ์ อัมพาตหรือเปล่า เป็นโรคหลอดเลือดสมองหรือเปล่า ก่อนอื่นต้องพูดให้ชัดเจนว่า ในโรค bell นี้ความผิดปกติมันอยู่ที่ตัวเส้นประสาทเอง ไม่ได้อยู่ในเนื้อสมอง ในขณะที่ถ้าเราพูดถึงโรคหลอดเลือดสมอง พวกนั้นจะเป็นความผิดปกติภายในเนื้อสมองเอง แล้วก็คนไข้ที่เป็นโรคหลอดเลือดสมองมักจะมีอาการอื่น ๆ ร่วมด้วย นอกจากใบหน้าอ่อนแรงแล้วอาจจะมีแขนขาอ่อนแรง มีอาการชาที่แขนขา มีอาการพูดไม่ชัด อาการอื่น ๆ ร่วมด้วย ทีนี้ถ้าคนไข้มาพบแพทย์แล้วแพทย์ตรวจร่างกายทางระบบประสาทโดยละเอียดแล้ว เราก็จะมีวิธีที่สามารถแยกได้ว่าคนไข้เป็นโรค Bell หรือว่าโรคหลอดเลือดสมอง

การไปฝังเข็มช่วยทำให้ดีขึ้นหรือไม่ ?

เคยมีคนพูดถึงว่าการฝังเข็มอาจจะช่วยได้ในคนไข้บางราย แต่ถ้าเราพิจารณาตามหลักฐานโดยรวมทางการแพทย์แล้วก็ยังไม่มีข้อสนับสนุนชัดเจนว่าจะมีประโยชน์หรือไม่มีประโยชน์กันแน่

เรื่องกายภาพบำบัด คนที่เป็นแล้วต้องทำอะไรบ้างที่จะช่วยให้มันกลับมาคืนไม่เบี้ยวเหมือนเดิม ?

ในแง่ของกายภาพบำบัดก็จะมีการออกกำลังกล้ามเนื้อที่ใบหน้า บางคนก็อาจจะใช้ไฟฟ้ากระตุ้น ใช้ความร้อน

โรคนี้เป็นกันเยอะไหม เรามีวิธีการป้องกันดูแลสุขภาพตัวเองอย่างไรบ้าง ?

โรคนี้เป็นกันเยอะ ตามข้อมูลที่เราทราบกันก็คือ ประมาณ 1 ใน 5,000 คนต่อปีส่วนการป้องกัน ถ้าเราเชื่อว่าไวรัสมันจะออกมาตอนที่ร่างกายอ่อนแอ เราก็ต้องสร้างภูมิต้านทานที่แข็งแรง

หมายเหตุ : อ.นพ.พิเชฐ เติมสารทรัพย์ สาขาวิชาประสาทวิทยา ภาควิชาอายุรศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...