โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที

ส่องกลยุทธ์หาเสียงผ่านโซเชียลมีเดียและ TikTok ของพรรคก้าวไกล เจาะกลุ่มคนรุ่นใหม่ในการเลือกตั้ง 66

BT Beartai

อัพเดต 16 พ.ค. 2566 เวลา 13.02 น. • เผยแพร่ 16 พ.ค. 2566 เวลา 04.32 น.
ส่องกลยุทธ์หาเสียงผ่านโซเชียลมีเดียและ TikTok ของพรรคก้าวไกล เจาะกลุ่มคนรุ่นใหม่ในการเลือกตั้ง 66

คลิปความยาว 1 นาทีเศษที่ ทิม – พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกลและแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี กล่าวขอบคุณชาวติ๊กต็อกเกอร์ใน TikTok ก่อนวันเลือกตั้ง มีผู้ชมถึง 10 ล้านคน คลิปนี้อยู่ในบัญชีอย่างเป็นทางการของพรรคก้าวไกล mfp.official ที่มีผู้ติดตาม 2.8 ล้านบน TikTok และมีคลิปที่มียอดวิวทะลุหลักล้านอีกมากมายนับไม่ถ้วน นั่นน่าจะเป็นกลยุทธ์หนึ่งที่ทำให้พรรค ‘ก้าวไกล’ ก้าวมาไกลได้ขนาดนี้ ขนาดคุณทิมยังให้สัมภาษณ์ว่าได้จำนวนที่นั่งเกินกว่าที่คาดหมายเสียอีก

@mfp.official

ขอบคุณทุกคนจากใจครับ🍊🧡 #พรรคก้าวไกล #ก้าวไกล #กาก้าวไกลประเทศไทยไม่เหมือนเดิม คำตอบสุดท้ายก้าวไกลทั้งแผ่นดิน #เลือกตั้ง66 #พิธา #พิธาลิ้มเจริญรัตน์

♬ Calming and healing Lofi Hiphop(899982) – Oren

โซเชียลมีเดียมีบทบาทสูงมากในการเลือกตั้งครั้งนี้ หรือผม (ในฐานะคนอายุ 45 ปี) น่าจะพูดได้ว่าโซเชียลมีเดียมีบทบาทมากที่สุดของการเลือกตั้งในประวัติศาสตร์การเมืองไทย
แต่นี่ไม่ใช่เรื่องน่าตกใจอะไรสำหรับพรรคการเมืองที่อ่านเกมนี้ออกอย่างพรรคก้าวไกล หากดูจากข้อมูลของผู้มีสิทธิเลือกตั้งในวันที่ 14 พฤษภาคม 2566 ที่มีจำนวน 52.24 ล้านคน แต่หากแบ่งออกเป็นช่วงวัย 5 เจนเนอเรชัน จะออกมาดังนี้

  • กลุ่มเจน Z (เกิดระหว่างพ.ศ. 2547-2548 หรือมีอายุ 18-19 ปี) มีจำนวน 1.09 ล้านคน
  • กลุ่มเจน Y (เกิดระหว่างพ.ศ. 2527-2546 หรือมีอายุ 20-39 ปี) มีจำนวน 17.98 ล้านคน
  • กลุ่มเจน X (เกิดระหว่างพ.ศ. 2506-2526 หรือมีอายุ 40-60 ปี) มีจำนวน 20.88 ล้านคน
  • กลุ่มเจน Baby Boomer (เกิดระหว่างพ.ศ. 2491-2505 มีอายุ 61-75 ปี) มีจำนวน 9.32 ล้านคน
  • กลุ่มเจนก่อน Baby Boomer (เกิดก่อนพ.ศ. 2491 มีอายุมากกว่า 75 ปี) มีจำนวน 2.95 ล้านคน

หากมองจากจำนวนผู้มีสิทธิเลือกตั้งเจน Z และ Y รวมกันก็มีประมาณ 19 ล้านคนแล้ว ซึ่งกลุ่มนี้ถือว่าเป็นกลุ่มคนรุ่นใหม่อย่างชัดเจน หรือหากจะนับแค่กลุ่ม New Voter หรือกลุ่มที่มีสิทธิเลือกตั้งครั้งแรก อายุ 18-22 ปี มีประมาณ 4 ล้านคน หรือคิดเป็น 7.67% ของจำนวนผู้มีสิทธิเลือกตั้ง หากบวกกับตัวแปรสำคัญก็คือกลุ่มเจน X ที่มีฐานเสียงมากที่สุดคือ 20 ล้านคน และถือว่าเป็นกลุ่มกลางเก่า-กลางใหม่ที่เดาใจยากที่สุด บ้างก็กล้าเปิดรับแนวคิดแบบใหม่ บ้างก็ยังมีความอนุรักษ์นิยม

กระนั้นก็ตามสองกลุ่มคนรุ่นใหม่อย่างเจน Z และเจน Y ถือเป็นกลุ่มที่ใช้โซเชียลมีเดียมากที่สุด ตามมาด้วยกลุ่มเจน X ที่เป็นวัยกลางคน หากแคมเปญหาเสียงมุ่งเน้นไปบนออนไลน์และกระจายอยู่ในแพลตฟอร์มที่ตรงกลุ่ม ก็น่าจะได้ฐานเสียงเกินครึ่งของผู้มีสิทธิเลือกตั้งแล้ว

พรรคก้าวไกลถือเป็นพรรคการเมืองที่เกิดขึ้นได้ไม่นาน (สมาชิกส่วนใหญ่ย้ายมาจากพรรคอนาคตใหม่ที่ถูกยุบไป) หรือพูดง่าย ๆ คือเกิดมาในยุคโซเชียลมีเดียและเติบโตไปพร้อมกับการสร้างพลังทางสังคมของคนเจน Z และเจน Y ฐานเสียงสำคัญอยู่กลุ่มคนรุ่นใหม่อย่างเห็นได้ชัด กลยุทธ์ของพรรคก้าวไกลจึงให้ความสำคัญกับแพลตฟอร์มออนไลน์ค่อนข้างสูง หากใครสังเกตจะเห็นว่าป้ายหาเสียงของพรรคก้าวไกลบนท้องถนนน้อยกว่าพรรคอื่นๆ อย่างเห็นได้ชัด
ทีมพีอาร์หรือผู้ดูแลแพลตฟอร์มต่างๆ ของพรรคก้าวไกลมีบทบาทมากในการสร้างคะแนนเสียง อย่างหนึ่งที่เห็นได้ชัดคือ “ก้าวไกลมีบัญชีอย่างเป็นทางการครบทุกแพลตฟอร์ม” ทั้งเว็บไซต์ เฟซบุ๊ก อินสตาแกรม ทวิตเตอร์ ยูทูบ และที่สำคัญคือติ๊กต็อก บัญชีติ๊กตอกของก้าวไกลมีจำนวนผู้ติดตามมากถึง 2.8 ล้าน หากเทียบกับพรรคอื่นๆ ที่มีหลักหมื่นหรือหลักแสนและลงคลิปไม่บ่อยเท่าพรรคก้าวไกล
พรรคก้าวไกลรู้ว่ากลุ่มคนรุ่นใหม่ ซึ่งเป็นฐานเสียงขนาดใหญ่รวมตัวอยู่ในติ๊กต็อก พวกเขาตัดคลิปวิดีโอสั้น ๆ สรุปใจความสำคัญในการหาเสียง ดีเบต สร้างแคมเปญ แม้กระทั่ง “ไลฟ์การปราศรัยในติ๊กต็อก” ขณะที่ใช้แพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียอื่น ๆ ให้เหมาะกับแต่ละช่วงวัย อย่างเฟซบุ๊กก็เน้นการให้ข่าวสารข้อมูล ลงภาพ ไลฟ์วิดีโอ ตัดคลิปสั้นจากการออกรายการต่าง ๆ ส่วนยูทูบก็ใช้ลงคลิปยาวและไลฟ์ (ที่น่าชื่นชมคือมีการใช้ภาษามือให้กับคนหูหนวกด้วย)
จากข้อมูลของไทยพีบีเอสที่รวบรวมพรรคการเมืองที่ “ยิงแอด” ในการหาเสียงบนเฟซบุ๊กมากที่สุด ผลปรากฏว่าพรรคก้าวไกลไม่ได้ใช้งบเลยสักบาทเดียวพรรคก้าวไกลยังใช้วิธีหาเสียงและเจาะกลุ่มคนรุ่นใหม่ด้วยกลุ่มหัวคะแนนธรรมชาติ ที่ตัดคลิปสั้นหรือทำแคมเปญต่าง ๆ ในโซเชียลมีเดียขึ้นมาเองด้วยใจ รวมไปถึงการใช้สีส้มเป็น CI (Corporate Identity) หรืออัตลักษณ์ขององค์กรจนกลายเป็นเครื่องหมายสำคัญของพรรค หากเทียบกับพรรคอื่นที่สีค่อนข้างซ้ำกัน
นอกจากนี้สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ยังเผยว่าการเลือกตั้งปีนี้ยังมีผู้ไปใช้สิทธิทั้งสิ้น 39.29 ล้านคน คิดเป็น 75.22% ของจำนวนผู้มีสิทธิเลือกตั้ง ถือว่าสูงสุดเป็นประวัติการณ์ ส่วนแรกน่าจะมาจากกลุ่มคนรุ่นใหม่ซึ่งเป็นกลุ่มค่อนข้างใหญ่ อีกส่วนหนึ่งด้วยพลังของโซเชียลมีเดียที่สามารถส่งข้อมูลข่าวสารต่าง ๆ ไปยังพี่น้องที่อยู่ห่างไกลตัวเมืองหรือในถิ่นทุรกันดารได้ สามารถดูไลฟ์ปราศรัยหรือดีเบตได้โดยไม่จำเป็นต้องเดินทางเข้ามาในเมือง

การใช้โซเชียลมีเดียในการหาเสียงเลือกตั้งไม่ใช่เรื่องใหม่ โดยเฉพาะในสหรัฐอเมริกา ที่ย้อนไปในปี 2016 ดอนัล ทรัมป์ โหมกระหน่ำใช้โซเชียลมีเดีย โดยเฉพาะทวิตเตอร์ ในการหาเสียงจนชนะการเลือกตั้งได้เป็นประธานาธิบดีมาแล้ว
อ้างอิง:
ไทยพีบีเอส
ไทยพีบีเอส

พิสูจน์อักษร : สุชยา เกษจำรัส

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...