โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

CRG เดินหน้าเพิ่มพอร์ต ชี้เทรนด์ “กินเป็นกลุ่ม” กระแสแรง

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 30 ส.ค. 2566 เวลา 09.40 น. • เผยแพร่ 30 ส.ค. 2566 เวลา 09.40 น.

สไตล์การเลือกอาหาร-เครื่องดื่มเป็นอีกหนึ่งความเปลี่ยนแปลงของผู้บริโภคที่เกิดขึ้นหลังผ่านการระบาดของโรคโควิด-19 ซึ่งผู้ประกอบการร้านอาหารต้องรับมือ ซึ่ง ซีอาร์จี หรือ เซ็นทรัล เรสตอรองส์ กรุ๊ป หนึ่งในผู้ประกอบการรายใหญ่ของวงการร้านอาหาร ด้วยการบริหารเชนร้านอาหารถึง 20 แบรนด์ รวมกันกว่า 1.6 พันสาขา อาทิ เคเอฟซี, มิสเตอร์โดนัท, อานตี้แอนส์, โอโตยะ, สลัดแฟคทอรี, อาริกาโตะ, ชินคันเซนซูชิ ฯลฯ เป็นอีกรายที่เดินหน้าเต็มตัวทั้งการขยายสาขาใหม่ รีโนเวตสาขาเดิม รวมถึงเพิ่มประสบการณ์ในการทานอาหาร ให้ตอบโจทย์ผู้บริโภคเพื่อสร้างการเติบโตในช่วงปลายปี 2566 นี้

“ประชาชาติธุรกิจ” ได้พูดคุยกับ “ณัฐ วงศ์พานิช” กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท เซ็นทรัล เรสตอรองส์ กรุ๊ป จำกัด (CRG) ถึงแนวโน้มของตลาดร้านอาหารในช่วงไตรมาส 3 และ 4 รวมถึงแนวทางธุรกิจของบรรดาร้านอาหารในเครือซีอาร์จีช่วงครึ่งหลังของปีนี้ ไม่ว่าจะเป็นการดึงแบรนด์เกาหลีมาเสริมทัพ และกลยุทธ์ดึงดูดลูกค้าด้วย love at first sight

กระแสทานเป็นกลุ่มมาแรง

“ณัฐ วงศ์พานิช” ฉายภาพว่า ตลาดร้านอาหารในช่วงไตรมาส 3 และ 4 ของปี 2566 นี้มีแนวโน้มที่ดี หลังการระบาดของโรคโควิด-19 คลี่คลาย และการกลับมาของนักท่องเที่ยว ช่วยให้ความเชื่อมั่นของผู้บริโภคสูงขึ้น กล้าจับจ่ายมากขึ้น เช่นเดียวกับการกลับมาทานอาหารในร้าน สะท้อนจากยอดต่อใบเสร็จของร้านในเครือที่ต่างสูงขึ้น และจำนวนลูกค้าที่ยังคึกคักต่อเนื่องในช่วง 7 เดือนแรกของปี 2566 นี้

เช่นเดียวกับจำนวนผู้เล่นและแบรนด์ที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วไม่ว่าจะเป็นผู้เล่นหน้าใหม่ ผู้เล่นในวงการอื่น รวมไปถึงหน้าเก่าในวงการร้านอาหารที่ส่งแบรนด์ใหม่เข้ามาเพิ่ม เพื่อชิงโอกาสในจังหวะที่ตลาดฟื้นตัว ทำให้เชื่อว่าสิ้นปีตลาดร้านอาหารจะสามารถเติบโตได้ 3-5% จาก 3.9 แสนล้านบาท เป็นประมาณ 4.1-4.3 แสนล้านบาท

โดยสิ่งที่โดดเด่นและเป็นเทรนด์มาแรงของวงการร้านอาหารในขณะนี้จะเป็นความนิยมอาหารแนวที่ทานด้วยกันเป็นกลุ่มเป็นวงกับเพื่อนหรือครอบครัว เช่น ชาบู สุกี้ ปิ้งย่าง บุฟเฟต์ต่าง ๆ ฯลฯ เช่นเดียวกับความต้องการได้รับประสบการณ์ทานอาหารที่แปลกใหม่และแตกต่าง ไม่ว่าจะเป็นตัวเมนู วัตถุดิบ และการบริการ

ทั้งนี้เชื่อว่าเป็นเพราะปัจจุบันผู้บริโภคมีความรู้และพร้อมลงทุนมากขึ้นกับอาหารที่มีคุณภาพและประสบการณ์ที่ดี-แปลกใหม่ในการทาน ขณะเดียวกันยังมีสาเหตุมาจากการที่ผู้ประกอบการต่างพยายามเพิ่มความคุ้มค่าและสร้างความแตกต่างให้กับแบรนด์ของตน หวังดึงดูดลูกค้าโดยเฉพาะคนรุ่นใหม่ที่มีพฤติกรรมเปลี่ยนร้านบ่อย เพื่อรับมือการแข่งขันที่กำลังสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว

สะท้อนจากความเคลื่อนไหวของหลายแบรนด์ที่เพิ่มเมนู-แพ็กเกจราคาระดับพรีเมี่ยมเข้ามา อย่างเนื้อวัวระดับ A4 และ A5 หรือเมนูที่มีกิมมิกต่าง ๆ รวมถึงการจองคิวทานอาหารในร้านบุฟเฟต์ระดับพรีเมี่ยมที่เต็มอย่างรวดเร็วแม้จะราคาสูงระดับหลายพันบาทก็ตาม เช่นเดียวกับการแตกแบรนด์ย่อยจากอาหารจานเดียวอย่างซูชิ ไปเป็นปิ้งย่าง ชาบู ฯลฯ

“ตอนนี้ราคาไม่ใช่ปัจจัยหลักในการตัดสินใจเลือกร้านอาหารแล้ว แต่เป็นความคุ้มค่าของเงินที่จ่ายกับประสบการณ์ที่แปลกใหม่และคุณภาพอาหาร เช่น การเสิร์ฟซุปแทนที่จะมาเป็นชามหรือถ้วยแบบเดิม ๆ ก็ใส่กาและมาเทให้ลูกค้าที่โต๊ะ หรือแม้แต่การใส่อาหารมาในสายพาน แบบร้านสุกี้หรือหมาล่า ก็นับเป็นประสบการณ์ที่ผู้บริโภคให้ความสนใจ โดยสามารถพบเห็นได้ในกลุ่มผู้บริโภคตั้งแต่ระดับ C+ ขึ้นมา”

ดึงแบรนด์เกาหลีเสริมทัพ

ขณะเดียวกันผู้บริหารใหญ่ของซีอาร์จีเปิดเผยถึงทิศทางของเครือในช่วงไตรมาส 3-4 ว่า จะโฟกัสทั้งการขยายพอร์ตโฟลิโอและสาขาด้วยงบประมาณ 600-700 ล้านบาท รวมกับการทำตลาดแบบ love at first sight เพื่อรับมือการแข่งขัน โดยจะเน้นเพิ่มแบรนด์ที่เหมาะกับการทานเป็นกลุ่มเข้ามาเสริมทัพเพื่อตอบรับกระแสนิยมของผู้บริโภค โดยช่วงปลายไตรมาส 3 หรือต้นไตรมาส 4 เตรียมเปิดตัวแบรนด์ร้านอาหารสไตล์เกาหลี ซึ่งจะเป็นแบรนด์ที่ 21 ของเครือ

พร้อมกับเดินหน้าขยายสาขาของแบรนด์เดิมในพอร์ต นำโดยส้มตํานัวที่จะเร่งสปีดขยายสาขา และอานตี้แอนส์ ซึ่งจะอาศัยเมนูแนวสุขภาพเน้นรุกปักธงในทำเลโรงพยาบาล หลังช่วงที่ผ่านมาได้รับผลตอบรับดีมาก ควบคู่แบรนด์อื่นที่ขยายต่อเนื่องอยู่แล้วทั้งเคเอฟซี, โอโตยะ, เปปเปอร์ลันช์ฯลฯ โดยเน้นทำเลศักยภาพสูงอย่างช็อปปิ้งมอลล์และคอมมิวนิตี้มอลล์

“ช็อปปิ้งมอลล์ยังคงเป็นทำเลศักยภาพสูง เพราะแม้จะได้สัมผัสความสะดวกจากการสั่งออนไลน์ แต่สุดท้ายผู้บริโภคชาวไทยก็ยังนิยมความเป็นวันสต๊อปช็อปปิ้งของช็อปปิ้งมอลล์ที่มีทุกอย่างตั้งแต่อาหาร บริการ ความบันเทิง และที่สำคัญคือ ติดแอร์”

สร้าง Love at First Sight

นอกจากการเพิ่มแบรนด์และสาขาแล้ว คีย์แมนซีอาร์จียังย้ำด้วยว่า ในยุคการแข่งขันสูงนี้ร้านอาหารจะประสบความสำเร็จได้ก็ต้องสร้าง love at first sight หรือความประทับใจแรกที่ผู้บริโภคเห็นแล้วจะเดินเข้าร้านทันทีให้ได้ โดยพัฒนาโปรโมชั่นและเมนูให้หลากหลายสามารถตอบโจทย์ผู้บริโภคได้ทุกสไตล์ รองรับการทานอาหารกับกลุ่มเพื่อนหรือครอบครัว

พร้อมกับรีโนเวตสาขาเดิมให้ทันสมัย สดใสยิ่งขึ้น รวมถึงปรับขนาดร้านให้สัมพันธ์กับผู้บริโภคในพื้นที่ เช่น ลดไซซ์ในย่านที่มีการสั่งดีลิเวอรี่สูง และขยายไซซ์ในพื้นที่ที่การนั่งทานในร้านสูง เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพต่อค่าใช้จ่ายของแต่ละสาขาให้ดีขึ้น รวมถึงลอนช์แคมเปญและเมนูใหม่ต่อเนื่องแบบรายเดือนและรายไตรมาส โดยใช้จุดแข็งด้านจำนวนแบรนด์ในพอร์ตจัดครอสโปรโมชั่นระหว่างแบรนด์ รวมถึงจับมือพันธมิตร เช่น เซ็นทรัลเดอะวัน จัดแคมเปญส่งเสริมการขายร่วมกัน

“ร้านอาหารแตกต่างจากค้าปลีกอื่น ตรงการที่จะดึงลูกค้ามาทานเป็นกลุ่มพร้อมเพื่อนฝูงได้นั้นต้องมีเมนู-โปรโมชั่นที่หลากหลายครอบคลุม เพราะแต่ละคนมีความชอบไม่เหมือนกัน และหากพาไปทานร้านนึงจนอิ่มแล้วก็จบ ไม่มีการไปทานร้านอื่นต่อแล้ว ต่างจากร้านเสื้อผ้าหรืออื่น ๆ ที่ทยอยไปซื้อที่ละร้านได้”

นอกจากนี้ยังเพิ่มประสบการณ์ในการใช้บริการด้วยการนำหุ่นยนต์เข้ามาใช้งาน และเพิ่มตัวเลือกการชำระเงินด้วยคิวอาร์โค้ด เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับผู้บริโภคและช่วยดึงดูดความสนใจให้กับร้านสาขา

เชื่อว่าการเพิ่มแบรนด์ใหม่ การขยายสาขา รวมถึงการลอนช์แคมเปญและเมนูใหม่ ๆ จะผลักดันให้สิ้นปี 2566 นี้ บริษัทมีรายได้ถึง 1.5 หมื่นล้านบาท ตามที่ตั้งเป้าไว้แน่นอน

ทั้งนี้รายผลประกอบการงวด 6 เดือนแรกของปี 2566 บริษัทมีรายได้ 6.25 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 13% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้าแล้ว

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...