โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

เศรษฐกิจสหรัฐแข็งแกร่ง หนุนดอลลาร์แข็งค่า บาทอ่อนสุดรอบ 10 เดือน

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 04 ต.ค. 2566 เวลา 08.30 น. • เผยแพร่ 03 ต.ค. 2566 เวลา 11.38 น.

เศรษฐกิจสหรัฐที่แข็งแกร่ง หนุนดอลลาร์แข็งค่าอย่างต่อเนื่อง คาดเฟดขึ้นดอกเบี้ยอีก 1 ครั้งในปีนี้เพื่อสกัดเงินเฟ้อ ขณะที่เงินบาทอ่อนค่าแตะระดับ 37.00 ดอลลาร์สหรัฐ อ่อนค่าสุดในรอบ 10 เดือน

วันที่ 3 ตุลาคม 2566 ฝ่ายค้าเงินตราต่างประเทศ ธนาคารกรุงเทพ รายงานสภาวะเคลื่อนไหวตลาดปริวรรตเงินตราประจำวันอังคารที่ 3 ตุลาคม 2566 ว่า ค่าเงินบาทเปิดตลาดเช้าวันนี้ (3/10) ที่ระดับ 37.11/12 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ อ่อนค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันจันทร์ (2/10) ที่ระดับ 36.92/93 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ

ค่าเงินบาทอ่อนค่าแตะระดับ 37.00 ดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งเป็นระดับอ่อนค่าที่สุดในรอบ 10 เดือน และเป็นการอ่อนค่าร้อยละ 6.75 จากต้นปี โดยการอ่อนค่านี้สอดคล้องกับสกุลเงินในภูมิภาค ซึ่งสาเหตุหลักมาจากการแข็งค่าของค่าเงินดอลลาร์สหรัฐ ที่แข็งค่าแตะระดับ 107 ซึ่งสูงที่สุดนับตั้งแต่พฤศจิกายน 2565 โดยมีปัจจัยหนุนคือเฟดจะมีการขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีก 1 ครั้งในปีนี้ และจะคงอัตราดอกเบี้ยให้อยู่ในระดับสูงเป็นระยะเวลานานกว่าที่คาดไว้

ทั้งนี้คืนที่ผ่านมาทางด้านลอเรตตา เมสเตอร์ ประธานเฟดสาขาคดีฟแลนด์ ได้กล่าวในลักษณะเดียวกันกับคณะกรรมการท่านอื่น ๆ ว่า เฟดยังคงจำเป็นที่จะต้องขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีก 1 ครั้งในปีนี้ เนื่องจากเงินเฟ้อของสหรัฐอยู่ในระดับที่สูงมากเกินไป และคาดว่าเงินเฟ้อยังคงมีความเสี่ยงที่จะสูงขึ้นอีกในอนาคต ประกอบกับตลาดแรงงานและเศรษฐกิจสหรัฐฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่งมากกว่าที่คาดไว้

ทางด้านกิจกรรมทางเศรษฐกิจ เอสแอนด์พี โกลบอล ได้มีการเปิดเผยว่า ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการผลิตขั้นสุดท้ายของสหรัฐปรับตัวขึ้นสู่ระดับ 49.8 ในเดือนกันยายน จากระดับ 47.9 ในเดือนสิงหาคม ซึ่งเป็นการหดตัวติดต่อกันเป็นเดือนที่ 10 เนื่องจากการชะลอตัวของยอดสั่งซื้อใหม่

ด้านสถาบันจัดการด้านอุปทานของสหรัฐ (ISM) ได้มีการเปิดเผยว่าดัชนีภาคการผลิตของสหรัฐปรับตัวขึ้นสู่ระดับ 49.0 ในเดือนกันยายน จากระดับ 47.6 ในเดือนสิงหาคม ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2565

ทางด้านอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลของสหรัฐ ปรับตัวสูงขึ้น ภายหลังจากนักลงทุนคลายความกังวลเกี่ยวกับ Government shutdown เนื่องจากสภาคองเกรสสามารถบรรลุข้อตกลงในการผ่านร่างงบประมาณชั่วคราวได้ โดยขยายเวลาไปได้อีก 45 วัน ทำให้เกิดการเทขายพันธบัตรรัฐบาลในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย

ทั้งนี้ตลาดยังคงจับตารอดูตัวเลขจ้างงานนอกภาคเกษตรเดือนกันยายน ที่จะประกาศในวันศุกร์ (6/10) ซึ่งคาดการณ์ว่าจะอยู่ที่ 169,000 ตำแหน่ง ลดลงจากเดือนสิงหาคมที่อยู่ที่ 187,000 ตำแหน่ง

สำหรับปัจจัยภายในประเทศ ค่าเงินบาทยังคงมีแรงกดดันจากราคาทองคำที่ปรับตัวลดลงต่ำสุดในรอบ 7 เดือน และราคาน้ำมันที่ปรับตัวแตะระดับสูงในรอบปี ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อบัญชีเดินสะพัดของไทย ด้านนายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและ รมว.คลังได้ประเมินว่าช่วงเดือนกุมภาพันธ์ 2567 จะเริ่มมีการใช้ดิจิทัลวอเลต โดยคณะกรรมการจะมีการนัดประชุมครั้งแรกภายในสัปดาห์นี้ ทั้งนี้ระหว่างวันค่าเงินบาทเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 36.99-37.15 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดที่ระดับ 37.01/03 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ

สำหรับความเคลื่อนไหวของค่าเงินยูโร เปิดตลาดเช้าวันนี้ (3/10) ที่ระดับ 1.0471/72 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร อ่อนค่าเล็กน้อยจากระดับปิดตลาดเมื่อวันจันทร์ (2/10) ที่ระดับ 1.0539/40 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร โดยเป็นผลมาจากการแข็งค่าของดอลลาร์สหรัฐ อีกทั้งตลาดยังคงได้รับผลกระทบจากการเปิดเผยผลสำรวจกิจกรรมทางเศรษฐกิจยูโรโซนของเอสแอนด์พี โกลบอล

โดยดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการผลิตของยูโรโซนลดลงสู่ระดับ 43.4 ในเดือนกันยายน จากระดับ 43.5 ในเดือนสิงหาคม ทั้งนี้ระหว่างวันค่าเงินยูโรเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 1.0460-1.0493 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร และปิดตลาดที่ระดับ 1.0484/85 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร

สำหรับการเคลื่อนไหวของค่าเงินเยนเปิดตลาดเช้าวันนี้ (3/10) ที่ระดับ 149.86/87 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ อ่อนค่าต่อเนื่องจากระดับปิดตลาดเมื่อวันจันทร์ (2/10) ที่ระดับ 149.74/75 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ ตามการแข็งค่าของดอลลาร์สหรัฐ โดยทั้งนี้เยนอ่อนค่าเป็นอย่างมาก ทำให้นักลงทุนจับตามองว่าทางญี่ปุ่นอาจมีการเข้าแทรกแซงค่าเงินหากแตะระดับ 150 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ

ทางด้านอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลญี่ปุ่นอายุ 10 ปี เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องจากแรงเทขายพันธบัตร หลังจากที่นักลงทุนคาดการณ์ว่าทาง BOJ จะยุติการดำเนินนโยบายผ่อนคลายการเงินแบบพิเศษเร็วกว่ากำหนด ทั้งนี้ทางการ BOJ จะเข้าซื้อพันธบัตรรัฐบาลอายุตั้งแต่ 5 ปี ไปถึง 10 ปี ในวันพุธที่ 10 ตุลาคม ในระหว่างวันค่าเงินเยนเคลื่้อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 149.74-149.93 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดที่ระดับ 149.86/87 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ

ส่วนข้อมูลเศรษฐกิจที่สำคัญในสัปดาห์นี้ ได้แก่ ตัวเลขการเปิดรับสมัครงานและอัตราการหมุนเวียนของแรงงาน (JOLTS) เดือนสิงหาคม (3/10), ตัวเลขจ้างงานภาคเอกชนเดือนกันยายน จาก ADP (4/10), ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคบริการขั้นสุดท้ายเดือนกันยายนจากเอสแอนด์พี โกลบอล (4/10), ยอดนำเข้า ยอดส่งออก และดุลการค้าเดือนสิงหาคม (5/10) และตัวเลขจ้างงานนอกภาคเกษตรเดือนกันยายน (6/10)

สำหรับอัตราป้องกันความเสี่ยง (swap point) ภาคเช้า 1 เดือนในประเทศอยู่ที่ -10.0/-9.75 สตางค์/ดอลลาร์สหรัฐ และอัตราป้องกันความเสี่ยงภาคเช้า 1 เดือนต่างประเทศอยู่ที่ -7.0/-5.75 สตางค์/ดอลลาร์สหรัฐ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...