โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เรื่องสั้น

ทะลุมิติมาเป็นภรรยาที่กำลังจะถูกหย่า

นิยาย Dek-D

อัพเดต 04 ก.พ. 2567 เวลา 17.58 น. • เผยแพร่ 04 ก.พ. 2567 เวลา 17.58 น. • Chanidapot
ตื่นมาก็เห็นใบหย่าที่รอการเซ็นชื่ออยู่ในมือ ร่างเดิมฆ่าตัวตายเพียงเพราะไม่ต้องการหย่ากับสามีไม่มีสมองคนนั้น ทำไมต้องตายด้วยในเมื่ออยากหย่านักเซี่ยหลูก็จะหย่าให้ จะได้ไปเสวยสุขกับชู้รักได้สมใจ แต่เตรียมตัวรับผลของการหย่านั้นให้ดีก็แล้วกัน จะหาว่าเธอใจดำเหมือนจะสายไปแล้ว

ข้อมูลเบื้องต้น

เธอตื่นขึ้นมาพร้อมใบหย่าในมือของร่างเดิม ที่น่ามึนงงคือผู้หญิงคนนี้เลือกที่จะตายไป แทนที่จะหย่าจากสามีน่าโง่คนนั้น

ใบหย่าในมือ

เซี่ยหลูหายใจเฮือกใหญ่เข้าปอด ก่อนจะค่อยๆ ลืมตามองสิ่งรอบข้างในตอนนี้กลิ่นสิ่งแปลกปลอมที่ลอยคละคลุ้งไปทั่วห้อง เมื่อลืมตาขึ้นสังเกตดูรอบๆ ตัว ถึงได้รู้ว่า กลิ่นพวกนี้คือกลิ่นอาเจียน

ในมือของเธอมีเอกสารการหย่าที่ยังไม่ได้ลงรายชื่อของภรรยาหนึ่งฉบับ ในขณะที่เธอกำลังมึนงงอยู่ก็ได้ยินเสียงเคาะประตูจากด้านนอก

"เซี่ยหลู เปิดประตูให้ฉันหน่อย"

ในขณะที่เธอกำลังมึนงง ว่าเสียงที่กำลังเรียกเธออยู่ตอนนี้เป็นเสียงใคร ไม่นานความทรงจำทั้งหมดก็ผสานรวมเป็นเธอ เซี่ยหลูอยากจะบ้าตาย เมื่อเธอกลายเป็นตัวประกอบของหนังย้อนยุคเรื่องหนึ่งเท่านั้น หลังจากที่สามีขอให้หย่าได้ไม่นาน เธอก็เสียชีวิตไปอย่างเงียบๆ เป็นการตัดบทที่ยอดเยี่ยมของนักเขียน

ผู้หญิงที่เคาะประตูอยู่ด้านนอก ไม่ใช่ใครอื่นนอกจากสหายที่สนิทเพียงคนเดียวของร่างเดิม ชื่อว่าเสี่ยวผิงอัน

"ได้ยินแล้ว กำลังจะไปเปิดประตู"

เพราะที่นี่เป็นบ้านใหญ่ที่อยู่รวมกันเป็นครอบครัวใหญ่ ถ้าปล่อยให้เสี่ยวผิงอันเคาะประตูนานนัก เธอกลัวว่าการส่งเสียงดังของสหาย จะไปเป็นการรบกวนคนอื่นๆ ในบ้าน

เพราะว่าเสี่ยวผิงอันเป็นญาติกับสามีของร่างเดิม เธอถึงสามารถเข้าออกบ้านหลังนี้ได้ตามที่ต้องการ มันน่าเสียดายที่อีกไม่นาน เธอคงต้องเซ็นใบหย่านี้ไปแล้ว

อย่าลืมนะ ว่าโชคชะตาของตัวประกอบที่ออกมาแค่ไม่กี่ฉาก ถูกกำหนดให้หย่าจากสามี ที่จะเป็นพ่อของแม่นางเอกในอนาคต มันไม่ใช่เรื่องที่เข้าใจยากเท่าไหร่นัก แม้ว่าที่นี่จะอยู่อย่างสุขสบายแต่ทำยังไงได้ นี่มันไม่ใช่ที่ของเธอ แต่ให้ยอมหย่าและออกไปง่ายๆ มันจะไปสนุกอะไร

"ฉันรู้แล้ว เรื่องที่พี่ลั่วเหยียนจะหย่ากับเธอ แล้วนี่เธอจะยินยอมหย่าง่ายๆ จริงๆ หรือเซี่ยหลู"

เธอยืนพิจารณาสหายคนนี้ชั่วครู่ เพื่อที่จะรื้อความทรงจำที่ว่า สหายคนนี้เป็นญาติกับสามีของเธอ จะสามารถไว้ใจและเล่าความคิดของเธอออกไปได้ทุกอย่างหรือไม่

"ไม่หรอก ถ้าเขาอยากจะหย่าก็ให้ฟ้องหย่ามา"

เสี่ยวผิงอันไม่เคยรู้มาก่อน ว่าสหายที่อ่อนแอของเธอ จะกลายเป็นคนที่แข็งแกร่งขนาดนี้ ตลอดเวลาที่ผ่านมาเซี่ยหลู ยินยอมให้คนเป็นสามีเอาเปรียบอยู่เสมอ และที่เข่าต้องการให้เธอหย่าก็เพราะว่าผู้หญิงคนนั้นกำลังท้องอยู่

เด็กในท้องนั่น น่าจะเป็นแม่นางเอกในเรื่อง แต่เธอไม่ต้องการขัดขวางชะตาดอกท้อของคู่รักหรอกนะ แค่จะทวงคืนอะไรบางอย่างที่เธอควรจะได้มันบ้างก็เท่านั้นเอง

"แต่เธอไม่รู้กฎหมายนะ เซี่ยหลู"

สหายสนิทเอ่ยเตือนด้วยความหวังดี อีกใจหนึ่งสามีของเซี่ยหลู ก็เป็นญาติกับเธอ ถ้าเขาฟ้องร้องขึ้นมาจริงๆ มีความเป็นไปได้สูงที่จะแพ้คดี มีใครในสังคมที่ไม่รู้บ้าง ว่าตอนนี้ญาติของเธอกำลังคบอยู่กับผู้หญิงคนหนึ่งที่มีหน้าตาทางสังคม

"เธอรู้ได้ยังไงว่าฉันไม่รู้กฎหมาย"

น้ำเสียงที่ถามกลับมาอย่างนิ่งสงบ มันทำให้เสี่ยวผิงอันรับรู้ได้ว่า การหย่าของเพื่อนกับญาติของเธอ มันคงไม่จบลงง่ายๆ อย่างที่เข้าใจในตอนแรก

กลิ่นเหม็นที่ลอยมาจากด้านใน มันทำให้เสี่ยวผิงอันอดทนยืนสนทนากับ เซี่ยหลูนานกว่านี้ไม่ไหว แม้ไม่อยากให้สหายกับญาติมีเรื่องราวใหญ่โตจนต้องขึ้นศาล แต่ตอนนี้เหมือนว่าเธอพูดอะไรออกไป ยิ่งจะไม่เข้าหูสหายเอาได้ง่ายๆ นัก

"เอาเป็นว่า วันนี้ฉันกลับบ้านก่อนดีกว่า เอาไว้พรุ่งนี้ฉันจะแวะมาหาเธอใหม่อีกครั้ง"

เซี่ยหลูปิดประตูห้องนอน ที่ก่อนหน้านี้เธอนอนกับสามีอย่าลั่วเหยียน แต่ช่วงหลังที่เขาไปติดพันผู้หญิงคนนั้น ร่างเดิมทนระทมต่อความขื่นขมมาตลอด อาจเป็นเพราะทางครอบครัวของเธอคงไม่เห็นด้วยแน่ ถ้าเธอจะหย่าจากเขา

เมื่อไปสองกระจก ถึงได้รู้ว่าใบหน้าของร่างเดิม แม้จะดูหม่นหมองไปบ้าง แต่ความสวยและเครื่องหน้าที่สมบูรณ์แบบนั้น มันทำให้เธอแทบหยุดหายใจ ขนาดสวยขนาดนี้ สามียังไปคิดมีเล็กมีน้อย ถ้าเป็นเธอในอดีตล่ะ ทั้งรูปร่างบึกบึน ไม่เห็นน่าทะนุถนอมแบบนี้เลย

นี่ขนาดร่างนี้ผ่านการมีลูกมาแล้ว วันนี้ลูกสาวของเธอคงไปโรงเรียน โชคดีที่มีพี่เลี้ยงดูแลตลอด ร่างเดิมจึงไม่ต้องเหนื่อยมากกับการเลี้ยงดูลูกเพียงลำพัง

นี่ขนาดถึงขั้นมีลูกกันแล้ว ผู้ชายคนนั้นยังคงคิดไม่ได้เกี่ยวกับเรื่องนี้ นักเขียนบทก็กระไร ทั้งที่ความรักของพ่อแม่นางเอก มาด้วยความที่ไม่ถูกต้องแบบนั้น ยังกล้าที่จะร่างเส้นเรื่องที่เพ้อเจ้อแบบนั้นขึ้นมา

ไม่รู้สิ เรื่องการหย่าเธอไม่ได้เดือดร้อนสักนิด ตอนนี้ไปอาบน้ำแต่งตัวให้สวยๆ ชื่นชมความงามของร่างใหม่น่าจะดีกว่า เสื้อผ้าของเซี่ยหลูคนเดิมมีมากมายเต็มตู้ คิดว่าถ้าเอาไปขายน่าจะทำเงินได้มากมายนัก อีกอย่างถ้าเธอถูกเฉดหัวออกไปจากที่นี่ คงไม่สามารถขนมันไปได้ทั้งหมด

ครอบครัวของสามี ที่เหมือนดีกับเธอ แต่รู้เห็นเรื่องราวเกี่ยวกับลูกชายทั้งหมดนั่นอีก นี่มันเป็นครอบครัวที่มีแต่คนต่อหน้าอย่างหลับหลังอย่างทั้งนั้น

ในเนื้อเรื่องหลังจากที่เซี่ยหลูตายไป แม่ของแม่นางเอกก็ย้ายมาอยู่ที่นี่ ลูกสาวของเธอกลายเป็นเด็กขี้อิจฉา และกลายเป็นนางร้ายในที่สุด ไม่ได้ยังไงเธอก็ไม่ยอมให้ลูกเธอเธออยู่ที่นี่กับคนไม่ดีพวกนี้ ในเรื่องนางร้ายมีจุดจบที่ไม่ดีสักเท่าไหร่นัก

แม่สามีมองลูกสะใภ้ที่แต่งตัวสวยผิดปกติ หลังจากที่ลูกชายของเธอบอกว่าต้องการหย่าจากผู้หญิงคนนี้ ทุกคนก็รู้สึกยินดี เพราะผู้หญิงที่เข้ามาใหม่มีหน้ามีตาในสังคม เธอเป็นถึงดาราดังเชียวนะ ทำไมมันจะไม่ใช่เรื่องที่ดีกันล่ะ

"เธอกำลังจะไปไหน เซี่ยหลู"

"ฉันไม่จำเป็นต้องบอกใครนี่คะ อีกหน่อยฉันก็ต้องย้ายออกไปจากที่นี่อยู่แล้ว ฉันไม่เหมาะสมที่จะอยู่ในวงจรอัปมงคล ไม่สิต้องเรียกว่าวงจรคนไม่จริงใจน่าจะสุภาพที่สุด"

คำพูดของลูกสะใภ้ที่เกรงกลัวต่อแม่สามีมาเสมอวันนี้เปลี่ยนแปลงไป นอกจากไม่มีความนับถือกันแล้ว ตอนนี้มันกำลังฉีกหน้าคนเป็นแม่สามีต่อหน้าเด็กรับใช้ในบ้าน

"อย่าคิดทำร้ายร่างกายฉันนะคะ ถ้าไม่อยากให้ฉันยื่นฟ้องศาลที่เดียวหลายคน ฉันไม่อยากเหนื่อยมากนัก"

มีแต่คนที่มองไล่หลังเซี่ยหลูด้วยความมึนงง ผู้หญิงคนนั้นแม้ว่าฐานะทางบ้านไม่ได้เลวร้าย แต่เรื่องกฎหมายแล้วผู้หญิงคนนั้นไม่ได้มีความรู้เรื่องนี้มาก่อน

ที่เธอออกไปครั้งนี้ เพราะว่าจะเอาของมีค่าที่สามีเคยให้มาตอนที่ยังรักร่างเดิมไปขาย หลังจากที่ขายแล้วเธอจะเอาเงินไปฝาก และเอาเงินบางส่วนซื้อธนาบัติเอาไว้ อีกไม่นานเธอจะมาขายมันในช่วงที่ราคามันพุ่งขึ้นสูง

ในตอนนั้นเงินของเธอที่มีจะงอกเงยมากขึ้น นั่นอาจเป็นข้อได้เปรียบเดียวของเธอ คือเรื่องการรู้ว่าต่อไปจะเกิดเหตุการณ์สำคัญอะไรขึ้น

เมื่อขายของมีค่าพวกเครื่องประดับออกไป ไม่เว้นแต่แหวนแต่งงานที่อยู่บนนิ้วของเธอ เธอขายมันทิ้งออกไปได้อย่างไม่รู้สึกเสียดายสักนิดเดียว

เธอไม่ใช่ร่างเดิมนะ ทั้งที่ชีวิตมีทางออกอีกมาก แต่เลือกที่จะตายเพียงเพราะผู้ชายคนเดียวเพื่อหนีปัญหา แค่ผู้ชายที่ไม่มีสมองเพียงคนเดียวจะใส่ใจอะไรนักหนา ทรัพย์สมบัติที่สามารถกอบโกยมาได้นี่สิ มันคือสิ่งที่น่าสนใจ

เมื่อจัดการเกี่ยวกับเงินเสร็จแล้ว ต่อไปคงต้องหาแหล่งรับซื้อชุดมือสองราคาสูง เพราะเสื้อผ้าของร่างเดิมมีแต่ของดีๆ ทั้งนั้น ถึงออกไป ก็อย่าหวังว่าจะมีใครจะได้แตะต้องที่เคยเป็นของเธอมาก่อนเลย

ในที่สุดก็เจอแหล่งรับซื้อเสื้อผ้ามือสองราคาสูง เซี่ยหลูกลับบ้านไปอีกรอบ เธอสั่งให้เด็กรับใช้เอาเสื้อผ้าทั้งหมดขนไปใส่ในรถ ไม่ว่าจะพี่สามี พี่สะใภ้ หรือพ่อแม่สามี ได้แต่นั่งมองตาปริบๆ พวกเขาจะสามารถพูดอะไรได้ เมื่อก่อนหน้านี้เซี่ยหลูพูดดักเอาไว้อย่างเจ็บแสบ

รอแค่วันที่ใบหย่าเสร็จสมบูรณ์เท่านั้น ขายเสื้อผ้าได้เป็นเงินถึงสามพันหยวน คงเป็นเพราะเป็นเสื้อผ้าจากห้องเสื้อผ้าหรู และเสื้อผ้าบางตัวคงสภาพดี แม้ว่ามันไม่ได้มากเท่าไหร่ แต่ก็ดีกว่าทิ้งให้ผู้หญิงคนนั้นเอาไปใช้

และคิดว่าอาชีพที่เธอจะยึดต่อไปนี้ก็น่าจะเกี่ยวกับการทำงานด้านเสื้อผ้า อย่างที่เธอถนัดทำมันในโลกก่อน เธอมีห้องเสื้อเป็นของตัวเอง และแบบเสื้อผ้ากลายเป็นไวรัลฮิตในโลกออนไลน์

ตอนนี้แค่หาวิธีกอบโกยมาจากคนพวกนั้นให้ได้มากที่สุด เท่าที่จะทำได้ การฟ้องหย่ามันจะเป็นทางเดียวที่จะทำให้เธอได้รับทรัพย์สินไปเริ่มต้นใหม่ได้รวดเร็วที่สุด อีกอย่างเรื่องลูก ยังไงแล้วเธอต้องทำให้สิทธิ์การดูแลลูกเป็นของเธอให้ได้

การจ้างนักสืบเอกชนตามเก็บข้อมูลการฝากครรภ์ การออกงาน หรือให้แน่นหนาที่สุด ภาพที่ถึงพริกถึงขิงได้ยิ่งดี ด้วยเงินที่เขาโอนให้ภรรยาทุกเดือน เชื่อมั่นว่ามากพอสำหรับการจ้างนักสืบและทนายฝีมือดีๆ สักคน

วันนี้เธอเลือกที่จะไปรับลูกสาวเอง และต้องเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นระหว่างเธอกับพ่อของลูกให้ตรงตามความเป็นจริง เธอไม่ต้องการให้ลูกรับรู้เรื่องนี้จากคนอื่น ทางที่ดีการรับรู้จากปากคนเป็นแม่มันดีที่สุด

ลั่วชิงชิงอายุแปดขวบในตอนนี้ เธอเป็นเด็กที่สดใสตามอายุ ไม่น่าเชื่อเลยหลังจากที่พ่อของเธอพาภรรยาใหม่เข้ามา ชีวิตความสดใสของเด็กคนหนึ่งเปลี่ยนแปลงไปตลอดกาล

"วันนี้แม่มารับฉันเองหรือคะ"

"ใช่ แม่มีเรื่องที่จะต้องบอกกับลูก เราไปหาอาหารอร่อยๆ กินกันดีกว่า"

"ดีค่ะ ฉันก็หิวแล้วค่ะแม่"

เด็กน้อยอดประหลาดใจไม่ได้ ก่อนหน้านี้แม่ไม่ได้สดใสและน่ามองขนาดนี้ วันนี้นอกจากจะมารับเธอเองแล้ว แม่ยังพาเธอมากินอาหารนอกบ้านอีก แต่การที่แม่เป็นแบบนี้มันก็ดีแล้ว แม่ไม่ควรอ่อนแอให้คนพวกนั้นรังแก

เมื่อถึงร้านอาหารเซี่ยหลูเลือกโต๊ะเพื่อจะนั่ง เมื่อนั่งก็เลือกสั่งอาหาร และหันไปถามลูกว่าต้องการอะไรเพิ่มหรือเปล่า

"ลูกอยากกินอะไรเพิ่มหรือเปล่า เอาข้าวผัดไข่ของโปรดลูกไหม"

"ไม่น่าเชื่อนะคะว่าแม่จะจำได้ด้วย"

คำพูดคำจาของลูกสาววัยแปดขวบดูเกินกว่าวันจนเซี่ยหลู ยังอดรู้สึกตกใจไม่ได้ เพราะพื้นฐานนางร้ายเป็นแบบนี้สินะ ถึงทำให้ในเนื้อเรื่องการแก้แค้นถึงเป็นไปด้วยความดุเดือด

พบกับสามีร่างเดิมและชู้รัก

"ทำไมแม่จะจำไม่ได้กันล่ะ แม่คลอดลูกออกมาเองนะ"
เซี่ยหลูสามารถสนทนาออกมาได้อย่างเป็นธรรมชาติ อีกอย่างถึงเด็กตรงหน้าจะรู้ความมากแค่ไหน แต่ในจิตใจแล้วเธอก็เป็นแค่เด็กคนหนึ่งที่ต้องการความรักความเอาใจใส่จากแม่
"ก็ฉันไม่รู้นี่คะว่าแม่จะจำได้"
"แม่ว่าลูกควรแทนตัวเองว่าหนูจะน่ารักกว่ามาก"
"ค่ะ"
ความสัมพันธ์ระหว่างแม่ลูกคู่นี้เหมือนว่าจะมีบางอย่างที่แปลกไป เด็กตัวแค่นี้น่าจะติดแม่มาก หรือว่าร่างเดิมไม่ค่อยได้ใช้เวลากับลูกเท่าไหร่นักคงเอาแต่คิดมากเรื่องสามีมีผู้หญิงอื่นอยู่สินะ เห็นว่าแค่มีเงินจะเลี้ยงลูกทิ้งๆ ขว้างๆ ยังไงก็ได้สินะ
"ที่จริงแม่มีเรื่องที่จะบอกลูก แม่คิดว่าแม่ต้องบอกลูกไปตามความจริง"
ไม่นานอาหารที่สั่งไปก่อนหน้านี้ก็ถูกนำมาจัดเสิร์ฟ มีทั้งข้าวผัดและซุปกระดูกซี่โครงของโปรดลั่วชิงชิงทั้งหมด ทั้งที่ปกติแล้วร่างเดิมมักชอบอาหารรสจัด แต่วันนี้เซี่ยหลูกลับกินอาหารรสไม่จัดเหมือนลูกสาว
"แม่มีอะไรจะบอกหนูหรือคะ แม่บอกมาได้เลยนะคะ"
ลั่วชิงชิงแทนตัวเองเหมือนที่แม่ต้องการ ซึ่งมันทำให้ตัวลั่วชิงชิงรับรู้ว่า การพูดแทนตัวเองแบบน มันน่ารักกว่าก่อนหน้านี้เป็นไหนๆ ไม่เห็นมีใครบอกเธอมาก่อนในเรื่องนี้
"แม่กำลังจะหย่าจากพ่อของลูก ลูกอยากไปกับแม่หรือเปล่า"
ลั่วชิงชิงแอบรู้เรื่องนี้มาบ้างแล้วแต่ไม่คิดว่าวันนี้จะเป็นแม่ของเธอที่เป็นคนพูดเรื่องนี้มาเอง ก่อนที่จะเอ่ยตอบคำถามของแม่ออกไป สายตาของเด็กวัยแปดขวบหันไปเห็นผู้ชายคนหนึ่งที่คุ้นตา
และใช่เป็นพ่อกับผู้หญิงสวยๆ คนหนึ่ง แต่ในสายตาของเธอแล้วไม่ว่าผู้หญิงคนนั้นจะสวยยังไง แม่ของเธอก็สวยมากกว่า
ผู้หญิงคนนั้นน่าจะเป็นเหตุผลหลักที่ทำให้แม่กับพ่อต้องหย่ากัน เธอแอบได้ยินย่ากับพวกอาที่บ้านพูดกันว่าผู้หญิงคนนั้นกำลังท้องด้วย มันจะเป็นอะไรหรือเปล่าถ้าเธอบอกว่าเธอไม่ชอบหน้าผู้หญิงคนนั้น
"หนูจะไปกับแม่ค่ะ ที่บ้านพ่อมีแต่คนใจร้ายหนูไม่อยากอยู่ที่นั่นพาหนูไปด้วยเถอะนะคะ"
แม้ว่าปากจะพูดกับแม่ แต่สายตากลับจ้องมองพ่อไม่ห่างการที่ลั่วชิงชิงทำแบบนั้น มันอดที่จะทำให้คนเป็นแม่สงสัยในพฤติกรรมของลูกไม่ได้ เมื่อหันกลับไปมองถึงเห็นว่าเป็นผู้ชายคนนั้นกับชู้สาว
"อย่าไปสนใจพวกเขาเลย กินข้าวกันต่อดีกว่า"
"แม่ไม่เสียใจหรือคะ คนพวกนั้นกำลังหักหลังพวกเราอยู่นะ"
เซี่ยหลูส่ายหน้า ทั้งยังส่งรอยยิ้มให้ลูกสาว
"คนพวกนั้นเป็นคนที่ไม่มีความซื่อสัตย์ เพราะฉะนั้นไม่ใช่พวกเราที่จะต้องเสียใจ จำไว้นะ ชิงชิง เราต้องรักตัวเองเคารพตัวเองให้มาก มากกว่าที่จะทำอะไรร้ายแรงและย้อนกลับมาทำลายตัวเองได้ในอนาคตได้"
เซี่ยหลูมองออกไปยังอีกโต๊ะหนึ่ง ที่อยู่มุมหนึ่งของร้าน ผู้ชายคนนั้น เป็นสายสืบเอกชนที่เธอจ้างมาทั้งนั้นรับรองเลยว่า อีกไม่นานเธอมีเอกสารแน่นหนา สำหรับการฟ้องหย่าและเรียกร้องค่าเสียหายจนน่าพอใจจะไม่มีการอ่อนข้อให้ใครทั้งนั้น เพราะตอนที่เธอเสียใจไม่เคยมีใครคิดที่จะเห็นใจสักคน
"ส่วนเรื่องของพ่อกับผู้หญิงคนนั้น แม่มีวิธีจัดการลูกไม่ต้องกลัวนะแม่คนนี้จะไม่ยอมให้ใครมาทำร้ายลูกได้"
ลั่วชิงชิงรู้สึกถึงความรักและความอบอุ่นจากแม่เป็นครั้งแรกในรอบหลายปีที่ผ่านมา เหมือนกับว่าแม่เริ่มมีสติมากขึ้น ไม่รู้สิ แต่ลั่วชิงชิงชอบแม่ตอนที่เป็นแบบนี้มากกว่าแม่ที่เอาแต่หมกตัวอยู่ในห้อง
เมื่อทานอาหารเรียบร้อย เซี่ยหลูก็พาลูกออกไปจากร้าน โดยที่ไม่ให้ความสนใจสามีกับหญิงชู้ คนนั้น ปล่อยให้คนเลวๆ สองคนมีความสุขอยู่ด้วยกัน นั่นก็ดีแล้ว เพราะพวกเขาอาจมีเวลาเสวยสุขกันได้อีกไม่นานนัก หลังจากที่โดนเธอฟ้องร้องยับ
ลั่วเหยียนกับเหม่ยอิงมองตามผู้หญิงคนหนึ่งที่เดินออกไปจากร้าน เมื่อมองจนแน่ชัด ว่านั่นเป็นภรรยาที่กอดใบทะเบียนสมรสเอาไว้ในอ้อมอก เหม่ยอิงมีท่าทีไม่สบายใจเท่าไหร่นัก แม้ว่าผู้ชายจะควงเธอออกหน้าออกตา และรับผิดชอบเรื่องเด็กในท้อง แต่ผู้หญิงอีกคนกำลังกอดใบทะเบียนสมรสเชิดไปเชิดมา
"เธอตกลงหย่ากับคุณหรือยังคะ ทำไมถึงใช้ชีวิตเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น อีกหน่อยท้องของฉันจะเริ่มโตขึ้นแล้วนะคะ"
เหม่ยอิงเป็นทั้งนางแบบและดาราแถวหน้าของเมือง แน่นอนว่าชื่อเสียงของเธอเป็นสิ่งที่สำคัญมาก การที่ลั่วเหยียนสามารถหย่ากับภรรยาของเขาให้เร็วที่สุด นั่นเป็นสิ่งที่ดี
"เธอยังไม่ให้คำตอบเลยครับ แต่คุณอย่างกังวลไปเลย ถึงอย่างไรแล้วเธอก็ต้องเซ็นใบหย่าให้ผมรวดเร็วที่สุด"
ลั่วเหยียนให้คำตอบคนรักไปแบบนั้น และในใจของเขา คิดว่าวันนี้ต้องไปพูดเรื่องการหย่ากับภรรยาในทะเบียนให้เด็ดขาด ในตอนนี้ต่อให้เขาจ่ายเงินมากแค่ไหนเพื่อแลกกับใบหย่าเขาก็ยินยอม
นักสืบเอกชนทำงานอย่างยอดเยี่ยม คงเป็นเพราะลั่วเหยียนกับเหม่ยอิง เป็นคู่รักข้าวใหม่ปลามันพวกเขามักจะใกล้ชิดกันในช่วงนี้ แม้แต่การใกล้ชิดเกินความพอดีในที่สาธารณะก็มี นักสืบคิดว่าคนที่ว่าจ้างเขา ต้องพอใจกับผลงานชิ้นเอกอย่างแน่นอน
ค่ำนั้นลั่วเหยียนไปเคาะประตูของเซี่ยหลู แน่นอนว่าภาพปกติที่จะเห็นภรรยาโทรมอย่างกับผี ตอนนี้เธอกลับดูสดใสแปลกตาไป หรือว่าเพราะการที่เขาต้องการหย่าจากเธอมันทำให้เธอลุกขึ้นมาเปลี่ยนแปลง เพื่อไม่ให้เขาหย่าจากเธอบอกเลยว่ามันไม่เป็นผล
"ถ้าคุณมาพูดเรื่องหย่าฉันหย่าให้คุณแน่ค่ะ แต่ฉันขอเวลาอีกไม่นาน"
" ทำไมคุณต้องยืดเวลา เหม่ยอิงเขากำลังจะท้องโตขึ้นทุกวัน"
"ไม่ต้องห่วงค่ะ ฉันรับรองได้เลยว่าถึงวันนั้นพวกคุณต้องดีใจจนน้ำตาไหลแน่ๆ"
เซี่ยหลูทำเรื่องแบบที่ร่างเดิมไม่เคยทำมาก่อน นั่นคือการปิดประตูใส่หน้าลั่วเหยียน ร่างเดิมเป็นคนที่เกรงกลัวสามีมาก เรื่องแบบนี้เธอไม่กล้าทำอย่างแน่นอน
ปฏิกิริยาที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างฉับพลันของเซี่ยหลู มันอดที่จะทำให้ลั่วเหยียนอดที่จะใจหายไม่ได้ ถึงอย่างไรเขาก็ได้รับความยำเกรงจากภรรยามาตลอด
เช้าวันต่อมาลั่วเหยียนออกไปทำงานแล้ว แน่นอนว่าเขาเองก็ทำงานเกี่ยวกับวงการบันเทิง ไม่อย่างนั้นแล้วคงไม่สามารถพบรักกับแม่นางแบบคนนั้นได้
เซี่ยหลูรีบแต่งตัวออกไปไปส่งลูกเอง เธอไม่ต้องการให้ใครยื่นมือมาวุ่นวายกับลูกและป้อนข้อมูลที่ผิดๆ ใส่หัวลูกสาวที่น่ารักของเธอ
"วันนี้แม่ไปส่งหนูเองหรือคะ"
เด็กน้อยในชุดโรงเรียนเอกชน พูดขึ้นอย่างแปลกใจ เมื่อวานว่าเป็นเรื่องที่ผิดปกติแล้ว แต่วันนี้มันอดที่ประหลาดใจยิ่งกว่าไม่ได้
"ไม่ใช่แค่วันนี้ แต่แม่จะเป็นคนไปรับไปส่ง และทำทุกอย่างให้ลูกเอง"
"ดีค่ะ"
ลั่วชิงชิงยิ้มขึ้นมาอย่างดีใจ เธอเห็นพ่อแม่คนอื่นไปส่งที่โรงเรียน ในขณะตัวเองนั้นมีพี่เลี้ยงและคนงานในบ้านไปส่งแทบทุกวัน
"นี่ลูกกินอะไรหรือยัง"
ลั่วชิงชิงส่ายหน้า ส่วนมากเธอมักไม่ได้กินอะไรก่อนไปโรงเรียน เพราะว่าพี่เลี้ยงต้องรีบกลับมาทำงานต่อ ไม่มีเวลามากพอที่จะทำให้เธอทานอาหารเช้าได้ทัน โรงเรียนค่อนข้างที่จะห่างไกลจากบ้านพอสมควรการเดินทางต้องใช้เวลามากพอสมควร
"ไปกันเถอะ"
ลั่วชิงชิงอดที่จะผิดหวังไม่ได้ นึกว่าแม่จะให้เธอกินอะไรก่อนออกไป เธอมักทนต่อความหิวทุกครั้ง บางครั้งก็ปวดท้องจนเรียนแทบไม่รู้เรื่อง
เซี่ยหลูมองหาร้านโจ๊กข้างทางใกล้ถึงโรงเรียน เธอเห็นเมื่อไม่นานมานี้เอง ว่ามีร้านโจ๊กริมถนนอยู่ร้านหนึ่งแต่ชีวิตที่สุขสบายของลูกสาว ไม่แน่ใจว่าลูกจะมีปัญหาเรื่องกินอาหารข้างทางหรือเปล่า
"แม่จอดรถทำไมคะ โรงเรียนต้องไปอีกนะคะ"
"เราแวะทานโจ๊กกันก่อนมั้ย แม่ว่าน่าจะอร่อย"
ลั่วชิงชิง มองร้านข้างทาง มีเด็กคนหนึ่งนั่งกินโจ๊กร้านนี้กับพ่อแม่ ที่จริงมันไม่สำคัญว่ากินอาหารอะไรที่ไหน แต่มันสำคัญว่ากินกับใครมากกว่า
"โจ๊กเห็ดหอมสองชามค่ะ ไม่ใส่ผักหนึ่งชาม"
หลังจากที่สั่งเรียบร้อยแล้ว เซี่ยหลูพาลูกไปหาโต๊ะนั่งที่เรียบง่ายมาก
หลังจากที่โจ๊กถูกนำมาวาง ลั่วชิงชิงอดที่จะประหลาดใจไม่ได้ ทั้งๆ ที่นี่เป็นร้านอาหารที่ธรรมดามาก แต่อาหารที่วางอยู่ตรงหน้าเธอตอนนี้ มันไม่ได้ธรรมดาเลย ความหอมที่โชยคลุ้งไปทั่วนั้น มันอดทำที่จะทำให้เธอแอบกลืนน้ำลายลงคอไม่ได้
"รีบกินเถอะ ระวังความร้อนหน่อยนะ"
"ค่ะ"
เด็กน้อยเพลิดเพลินกับอาหารร้านริมถนนครั้งแรก ร้านอาหารที่เธอไม่เคยมีความคิดว่ารสชาติของมันจะวิเศษมากขนาดนี้ ที่จริงแล้วมีอะไรที่เรามองว่ามันเป็นสิ่งธรรมดา แต่พอสัมผัสเข้าจริงๆ มันกลับไม่ได้เป็นอย่างนั้น
เซี่ยหลูมองลูกที่กินโจ๊กอย่างอร่อย วันนี้หลังจากที่ไปส่งลูกเรียบร้อย เธอจะไปพูดคุยเรื่องการฟ้องหย่าสามีกับทนายที่ได้รับการแนะนำมาจากนักสืบเอกชนคนนั้น
ทันทีที่รวบรวมเอกสารที่แน่นหนามากพอ เธอจะจัดการฟ้องทั้งหญิงชู้และสามีที่ไม่มีสามัญสำนึกคนนั้นสาสม พวกเขาต้องดีใจจนน้ำตาไหลเชียวล่ะ หลังจากที่เธอยอมเซ็นใบหย่าให้
เมื่อทานอาหารเช้ากันเรียบร้อยแล้ว เซี่ยหลูจัดการเช็ดทำความสะอาดขอบปากของลูกสาว และดูความเรียบร้อยอย่างอื่น
"โจ๊กร้านนี้อร่อยมากค่ะแม่ พรุ่งนี้แม่พาหนูมาอีกนะคะ"
ตอนนี้ลั่วชิงชิง ติดใจความอร่อยของโจ๊กร้านนี้ไปแล้ว จนกว่าที่จะฟ้องหย่าพ่อขอวงลูกสำเร็จเธอจะพาลูกมากินโจ๊กร้านนี้ทุกวัน จนลั่วชิงชิงต้องยกมือยอมแพ้เชียวล่ะ
เธอยังไม่มั่นใจว่าหลังจากที่หย่ากับลั่วเหยียนสำเร็จ เธอยังให้ลูกเรียนอยู่โรงเรียนเดิมอีกหรือไม่ ผู้อำนวยการของโรงเรียน สนิทกับพ่อของลั่วชิงชิง นั่นเป็นสิ่งที่เธอเริ่มคิดหนักว่าจะย้ายลูกไปเรียนที่อื่นดีหรือเปล่า

เตรียมฟ้องหย่า

"ฉางเจิ้นเป็นทนายที่มีความสามารถที่สุดในตอนนี้ครับ ไม่มีคดีไหนที่ทนายฉางรับไว้จะแพ้คดี"
นักสืบเอกชนคนนั้นบอก เซี่ยหลูมาแบบนี้มันยากที่จะเชื่อถือไปสักหน่อย เมื่อเห็นว่าผู้ชายที่นั่งอยู่ตรงหน้าของเซี่ยหลูในตอนนี้ เป็นเพียงผู้ชายที่อายุไม่ได้มากอย่างที่เธอคิดเอาไว้ก่อนหน้านี้
"สวัสดีค่ะ ฉันเซี่ยหลูค่ะ"
"สวัสดีครับ ผมฉางเจิ้นทนายที่เพื่อนของผมติดต่อมาเกี่ยวกับเรื่องของคุณ ส่วนเรื่องรายละเอียดผมพอที่จะรู้คร่าวๆ มาจากเพื่อนแล้ว ตอนนี้เขาส่งรูปถ่ายกับเอกสารเด็ดๆ มาที่ผมเรียบร้อยแล้ว ตอนนี้ผมแค่อยากรู้ว่าคุณจะฟ้องแค่ชู้ของสามี หรือฟ้องทั้งสองคนแต่ถ้าให้ผมแนะนำ การฟ้องคู่คุณจะได้รับผลประโยชน์ที่มากกว่า"
"เอาเป็นอย่างหลังก็ได้ค่ะ เรื่องนี้พวกเขาควรได้รับผลกรรมที่ก่อไว้ทั้งคู่"
"ถือว่าเป็นการตัดสินใจที่ถูกต้องครับ คุณเตรียมใบทะเบียนสมรส ข้อมูลบัตรประชาชนของคุณที่เป็นสำเนาเอาไว้ให้เรียบร้อย ผมจะเริ่มเดินเรื่องราวในทันที"
เซี่ยหลูไม่คิดว่า คนที่เป็นทนายอย่างฉางเจิ้นจะรีบร้อนขนาดนี้ อย่างที่รู้ว่าไม่มีใครชื่นชอบความสัมพันธ์ที่ผิด ไม่หนำซ้ำทั้งคู่ยังสามารถเฉิดฉายในสังคมอย่างหน้าไม่อายแบบนั้นอีกด้วย
อาจเป็นเพราะว่าทั้งคู่เป็นคนที่มีหน้าตาทางสังคม ต่อไปถ้าคดีนี้โด่งดังนั่นเท่ากับว่าชื่อเสียงของฉางเจิ้น จะกลายเป็นที่รู้จักของคนกลุ่มใหญ่อีกไม่นานถือว่าเรื่องนี้ทั้งเขาและผู้ร้องต่างได้เปรียบกันทั้งคู่
"ถ้าอย่างนั้น ฉันจะรีบส่งเอกสารที่คุณฉางต้องการมาให้รวดเร็วที่สุด เริ่มฟ้องตั้งแต่เอกสารพร้อมเลยนะคะ ฉันต้องการแบ่งสินสมรส และเรียกร้องทรัพย์สินจากผู้หญิงคนนั้นให้มากที่สุด ยิ่งเรื่องนี้เป็นที่รู้เห็นของคนมากได้เท่าไหร่ยิ่งดีค่ะ"
ฉางเจิ้นเห็นแต่สามีฟ้องหย่าภรรยา ไม่เคยเห็นผู้หญิงที่ไหน ที่ใจกล้าขนาดจ้างนักสืบเอกชนเพื่อที่จะหาหลักฐานเรียกร้องทรัพย์สินจากสามีและชู้แบบนี้ คนที่ทำแบบนี้ได้ ไม่ใช่แค่ใจแข็งอย่างเดียวทั้งต้องมีสติและฉลาดอย่างเดียว แต่ต้องมีความเชื่อมั่นว่าอย่างไรแล้วก็ต้องเอาชนะได้อย่างแน่นอน
สายตาที่มีความหวังของผู้ฟ้องสาว มันอดที่จะทำให้ทนายหนุ่มมีความมั่นใจมากขึ้นไม่ได้ เขารับรู้ว่าพลังงานแห่งความเชื่อมั่นจากสายตาของผู้หญิงคนนี้ มีน้ำหนักมาก
เซี่ยหลูเอ่ยลาทนาย วันนี้เธอจะรีบกลับบ้านไป เพื่อไปค้นดูในห้องว่ามีทรัพย์สินอะไรที่สามารถทำเงินได้อีก แม้รู้ว่าอีกไม่นานหลังจากที่ฟ้องหย่าชนะ เธอจะได้รับการแบ่งทรัพย์สินครึ่งหนึ่งของครอบครัวสามี และสามารถฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายจากผู้หญิงคนนั้นได้มากมายเท่าที่อยากได้
มีฐานะมากใช่ไหม มีหน้ามีตาทางสังคม ต่อไปก็คลอดลูกออกมาเป็นเด็กดี เรียนดีและหัวเร็วและเป็นที่รักของทุกคนใช่หรือเปล่า รอดูเอาเถอะ ถ้าคนเป็นแม่ได้ชื่อว่าแย่งสามีคนอื่น ทั้งที่เขามีภรรยาอยู่แล้ว ลูกสาวที่จะคลอดมาจะมีความภาคภูมิใจมากขนาดนั้นหรือเปล่า
เสี่ยวผิงอันมารอเซี่ยหลู สหายของเธออยู่เกือบครึ่งชั่วโมงก่อนหน้านี้แล้ว เธอก้มมองนาฬิกาข้อมือตลอด ปกติแล้วเซี่ยหลูไม่ใช่คนที่ชื่นชอบการออกไปข้างนอกเท่าไหร่นัก เธอมักชื่นชอบการหมกตัวอยู่ในห้องมากกว่า
เซี่ยหลูเดินเข้ามาในบ้าน เธอไม่ต้องการเสียเวลาอะไรมากกว่านี้ อย่างไรแล้วการดำเนินคดีให้รวดเร็วที่สุด มันจะเป็นสิ่งที่ดีกบชีวิตเธอมากในตอนนี้
"เซี่ยหลู เธอไปไหนมา"
ความสัมพันธ์ระหว่างร่างเดิมกับสหายที่ชื่อเสี่ยวผิงอันคนนี้ค่อนข้างที่จะสลับซับซ้อนอาจเป็นเพราะสหายคนนี้ เป็นญาติกับพ่อของลั่วชิงชิง เธอถึงไม่กล้าที่จะพูดอะไรออกไปมากเกินความจำเป็น ถึงตอนนั้นให้เวลาพิสูจน์ ว่าสหายคนนี้จริงใจกับเธอจริงหรือหลอก
"ฉันออกไปหาอะไรกินนิดหน่อย แล้วนี่เธอมานานหรือยังแล้วนี่คนอื่นไม่อยู่บ้านหรือไง"
บ้านเงียบกว่าปกติ และคงมีแต่เซี่ยหลูคนเดียว ที่ไม่รู้เลยว่าวันนี้เกิดเหตุการณ์อะไรขึ้น
"เธอไม่รู้หรือไง ว่าผู้หญิงแพศยาคนนั้นได้รับรางวัล"
เพราะว่าเหม่ยอิงได้รับรางวัลนักแสดงหญิงยอดเยี่ยม ทุกคนถึงต้องไปแสดงความยินดีอย่างทั่วถึง ดีเหมือนกันเรื่องนี้ถ้าสายสืบเก็บข้อมูลมากหน่อย การที่คนในครอบครัวรู้เห็นเป็นใจในเรื่องนี้ด้วย การเพิ่มความผิดอาจพุ่งขึ้นไปอีกหลายข้อหา
"ก็ดีแล้วนี่ อีกหน่อยพวกเขาอาจไม่มีโอกาสได้ไปอีกก็ได้"
"เซี่ยหลู ที่เธอบอกว่าให้พี่ลั่วเหยียนฟ้องเธอถ้าต้องการที่จะหย่า มันหมายความว่ายังไง"
"ฉันว่าเขาคงไม่กล้าที่จะทำแบบนั้นหรอก เธออย่าคิดมากเลย ยังไงฉันก็ต้องหย่ากับเขาอยู่แล้วอีกไม่นานเกินรอนี่แหละ"
"แล้วถึงตอนนั้นเธอจะไปอยู่ที่ไหนแล้วไหนจะชิงชิงอีก เธอจะเอายังไงกับหลานจะทิ้งไว้กับคนพวกนี้มันไม่ใช่เรื่องที่ดีเลย ว่ากันตามจริงเถอะ ถึงคนบ้านนี้จะเป็นญาติของฉันเองก็ตาม ฉันเป็นห่วงเธอจนนอนไม่หลับเลยนะเซี่ยหลู"
เซี่ยหลูมองไปที่สหายของร่างเดิมอีกครั้ง การแสดงออกมาแบบนี้ หมายความว่าเสี่ยวผิงอันคนนี้ มีความจริงใจกับร่างเดิมค่อนข้างสูง ตามความทรงจำแล้ว ทั้งคู่รู้จักกันมานานมากแล้ว
"เรื่องนั้นเธอไม่ต้องห่วงฉันหรอก กลับบ้านของเธอไปก่อนนะเสี่ยวผิงอัน ฉันมีเรื่องที่ต้องจัดการเล็กน้อย ก่อนที่จะย้ายออกไป"
"ถ้ามีเรื่องอะไรให้ฉันช่วยเธอบอกฉันมาได้เลย จะไปหาที่บ้านหรือโทรหาก็ได้"
"ตกลงเสี่ยวผิงอัน ขอบคุณเธอมาก"
"ขอบคุณอะไรกัน ฉันเป็นสหายของเธอนะ"
หลังจากที่เสี่ยวผิงอันกลับไปแล้ว เซี่ยหลูเดินเข้าไปค้นเอกสารสำคัญทั้งของลูกสาวและของตัวเองเก็บไว้ในกระเป๋าเดินทาง เธอคิดว่าจะออกไปจากที่นี่ ก่อนที่ทนายจะยื่นฟ้องสำเร็จ การที่อยู่ร่วมบ้านกับพวกเขาถึงตอนหย่านั้น เป็นความคิดที่ไม่เข้าท่า อีกอย่างบ้านนี้มีแต่พวกมีพิษภัยทั้งนั้น
ของมีค่าอื่นๆ ก็ไม่น่าจะมีอะไรอีกแล้ว นอกจากเงินที่ร่างเดิมแอบซ่อนเอาไว้ใต้ที่นอน หมื่นกว่าหยวน จำนวนเงินเท่านั้น เป็นจำนวนเงินที่เยอะมากในความคิดของเซี่ยหลู
เธอคิดว่าจะอยู่ที่นี่ไปอีกสักสองวัน ระหว่างนี้ก็หาบ้านพักที่ปลอดภัยเอาไว้ก่อน หลังจากที่เรื่องหย่าถูกแจ้งถึงเขา เธอและลูกอาจตกอยู่ในอันตรายได้ เหม่ยอิงค่อนข้างที่จะมีอำนาจมากและไม่ใช่คนที่จะจัดการเอาได้ง่ายๆ
ตอนนี้คนทั้งบ้านมัวไปชื่นชมว่าที่ลูกสะใภ้คนใหม่ของบ้าน มันเป็นเรื่องที่พอเหมาะ ที่เธอจะจัดการย้ายข้าวของออกไปจากที่นี่ ทิ้งไว้แค่เสื้อผ้าไม่กี่ชุดก็พอแล้ว
เซี่ยหลูเลือกเช่าโรงแรมที่มีความปลอดภัยค่อนข้างสูง เพื่อเธอจะได้ไม่ต้องเป็นกังวลเกี่ยวกับความปลอดภัยมากนัก ชีวิตของร่างเดิมก่อนหน้านี้ สิ่งหนึ่งที่เธอเลือกที่จะตายไป อาจเป็นเพราะมือคู่ที่เคยโอบกอดให้กำลังใจ ตอนนี้มือคู่นั้นกำลังเป็นมือคู่ที่ทำร้ายเธอเอาเสียเอง หายวันมานี้เหมือนว่าเธอจะเข้าใจความรู้สึกของร่างเดิมมากขึ้น
เมื่อเอาของจัดเก็บที่ห้องเรียบร้อยแล้ว ก็รีบกลับไปรับลูก เธอเลือกที่จะเช่าห้องพักแบบรายเดือน เพราะค่าเช่าถูกกว่าการเช่าแบบรายวันเป็นเท่าตัว
"ลั่วชิงชิง ถ้าแม่หย่ากับพ่อไปแล้วลูกจะต้องไม่เสียใจนะ จำเอาไว้ว่าแม่จะเป็นคนที่ดูแลลูกให้ดีที่สุด"
หลังจากที่ได้ยินแม่พูดออกมาแบบนั้น น้ำเสียงของลั่วชิงชิงเริ่มสั่นเครือเล็กน้อย เหมือนว่าการหย่าที่แม่พูดออกมาก่อนหน้านี้ มันคือเรื่องจริง ที่จะเกิดขึ้นอีกไม่นานนี้
"เราจะไปอยู่ที่ไหนกันหรือคะแม่ หรือเราจะกลับไปอยู่กับยายกันดี"
แม่เคยพาเธอไปเยี่ยมยายสองครั้งตั้งแต่จำความได้ แม้ว่าบ้านยายจะอยู่ในเขตชนบท แต่เป็นพื้นที่ที่สวยงามมาก พักหลังๆ แม่ไม่สนใจที่จะกลับไปเยี่ยมยายอีก
"เราจะอยู่ที่นี่ แม่จะทำงานและเลี้ยงลูกเอง ส่วนเรื่องยายแม่จะพาลูกไปเที่ยวที่นั่นอีกเมื่อเราว่างกัน"
มันไม่ใช่เรื่องที่ต้องเป็นกังวลเกี่ยวกับพ่อแม่ของร่างเดิม เพราะพวกท่านอาศัยอยู่กับพี่ชายคนโตที่แต่งงานและมีหลานๆ เกือบสิบคน แค่นั้นบ้านก็เต็มไปด้วยผู้คนแล้ว ถ้าเธอจะกลับไปอยู่ที่นั่นคงเบียดเสียดกันน่าดูทีเดียว
"แม่จะทำงานหรือคะ"
ลั่วชิงชิงถามแม่ขึ้นอีกครั้งอย่างไม่เชื่อหู แม่ของเธอไม่ได้เรียนสูงมากนัก เพราะย่ามักยกเรื่องนี้มาต่อว่าแม่อยู่บ่อยครั้ง ย่ามักด่าว่าแม่ไม่มีความเหมาะสมกับพ่อ และแม่ไม่เคยตอบโต้กลับไปสักครั้ง
แต่เพราะรายได้ของบ้านส่วนใหญ่มาจากพ่อ คนในบ้านถึงให้ความเกรงใจแม่ของเธออยู่หลายส่วน รวมถึงไม่กล้าที่จะพูดอะไรมากกว่านั้นอีก
"ใช่แม่จะทำงาน มันเป็นเรื่องที่น่าตกใจตรงไหนกัน"
"แม่จะทำอะไรหรือคะ"
ลั่วชิงชิงเอ่ยถามแม่อย่าสนใจ อย่างน้อยเธอก็ได้เรียนมาหลายปีแล้ว น่าจะพอช่วยแม่คิดได้ว่างานที่แม่คิดจะทำ เหมาะสมกับแม่มากน้อยแค่ไหน
"แม่ขอไม่บอกเรื่องนี้กบลูก เมื่อตอนถึงเวลาลูกจะรู้เอง"
แม้จะรู้สึกผิดหวังแต่ก็ยินดีที่เห็นแม่เก่งขึ้นมาก
"ก็ได้ค่ะ"
วันนี้พวกเธอสองแม่ลูกแวะทานอาหารนอกบ้านเหมือนเมื่อวาน เพราะไม่ต้องการไปกินข้าวร่วมกับคนในบ้านหลังนั้น คาดว่าไม่น่าเกินสองวัน เธอน่าจะออกไปอยู่ที่ห้องของโรงแรม
ที่น่าเสียดายคือลูกสาวอาจต้องหยุดโรงเรียนไปก่อน ระหว่างที่ฟ้องเอาเรื่องพ่อของลูก คนพอถึงตอนที่จนตรอกมันทำได้ทุกทาง การที่ระวังตัวไว้ก่อนมันไม่ใช่เรื่องที่เสียหาย
เซี่ยหลูรู้สึกว่าลูกสาวของเธอเหมือนมีเรื่องที่ต้องคิดตลอดเวลา บางครั้งก็คล้ายกับว่าโตเกินอายุไปสักหน่อย
"ลูกกำลังคิดอะไร ไม่เอาอย่าทำให้คิ้วชนกันแบบนั้น รู้หรือเปล่าว่าการที่ลูกทำแบบนั้นมันจะทำให้ลูกหน้าแก่เร็วขึ้นนะ"
"แม่พูดจริงหรือคะ ตกลงค่ะหนูจะไม่ขมวดคิ้วอีก ตอนนี้แค่กำลังคิดค่ะ ว่าต่อไปหลังจากชีวิตของเราสองคนไม่มีครอบครัวลั่วแล้ว พวกเราจะเป็นยังไงบ้าง"
ลั่วชิงชิงคิดอย่างสงสัย แต่แม่ของเด็กคิดเอาไว้ในใจ ว่าต่อให้เป็นไปแบบไหน ชีวิตของลูกต้องดีและเติบโตขึ้นอย่างมีคุณภาพมากที่สุด ลั่วชิงชิงจะไม่มีจุดจบเหมือนในเนื้อเรื่องเด็ดขาด เมื่อไหร่ที่เธอยังมีชีวิตอยู่บนแผ่นดินนี้

อ่านต่อนิยายเรื่องนี้

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...