DUSITลั่นเซ็นทรัลฮุบ CPNแจงไม่เข้าบริหาร
#DUSIT #ทันหุ้น – ศึกเจ้าสัว! ชนินทธ์ บิ๊ก DUSIT ลั่นครอบครัวเปิดทางคนนอกเข้าคุมบริษัท ทิ้งบอมม์ เซ็นทรัล ส่งกรรมการเข้ามา พร้อมปรับอำนาจเปลี่ยนแปลงฝ่ายบริหาร หวั่นกระทบธุรกิจ ทั้งการรับบริหารโรงแรม 300 แห่ง และการโอนเรสซิเดนเซส ด้าน CPN แจงส่งกรรมการตามสัดส่วนถือหุ้น ยืนยันไม่เข้าบริหาร ด้านนักวิเคราะห์มอง DUSIT คือขุมทรัพย์
นายชนินทธ์ โทณวณิก รักษาการประธานกรรมการ บริษัท ดุสิตธานี จำกัด (มหาชน) หรือ DUSIT กล่าวว่า การที่ บริษัท ชนัตถ์ และลูก จำกัด ผู้ถือหุ้นรายใหญ่ของบริษัท ดุสิตธานี จำกัด (มหาชน) ได้เสนอวาระให้ถอดถอนตนออกจากตำแหน่งกรรมการ DUSIT เพื่อแต่งตั้งบุคคลที่มีความเชื่อมโยงกับคนนอกครอบครัวเข้ามาควบคุมอำนาจบริหาร ซึ่งไม่เพียงแต่สร้างความเสียหายต่อ DUSIT แต่ยังเป็นการเปิดทางให้คนนอกครอบครัวเข้ามายึดกิจการที่ครอบครัวสร้างมา และมีการเสนอกรรมการใหม่บางคนที่มีความเชื่อมโยงโดยตรงกับ “กลุ่มเซ็นทรัล” การเสนอชื่อกรรมการเข้ามาใหม่ถึง 10 คน ทำให้จำนวนกรรมการเพิ่มขึ้นจากเดิม 12 เป็น 18 คน และเปลี่ยนกรรมการผู้มีอำนาจลงนาม ซึ่งสามารถทำให้อำนาจการควบคุมกิจการเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง และคาดว่าจะมีการเปลี่ยนแปลงฝ่ายบริหาร ซึ่งผมคิดว่าเป็นการไม่ยุติธรรมต่อทุกคนที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็นคณะกรรมการ และทีมงานที่ทุ่มเทเวลามาเกือบ 10 ปี เพื่อฟูมฟักและทำให้ดุสิตธานีเติบโตมาจนถึงจุดนี้ และที่สำคัญที่สุด สิ่งที่เกิดขึ้นยังเป็นการไม่ยุติธรรมต่อผู้ถือหุ้นรายย่อย
ความไม่แน่นอนต่ออนาคตของดุสิตธานี จะสร้างผลกระทบให้กับเจ้าของโรงแรมที่ไว้วางใจให้ดุสิตธานีบริหารให้เกือบ 300 แห่งทั่วโลก หรือแม้แต่หุ้นส่วนที่มาเข้าลงทุนกับบริษัทในเครือ ลูกค้าที่มาใช้บริการโรงแรม รวมถึงลูกค้าในโครงการดุสิต เรสซิเดนเซส กว่า 400 คนที่มาซื้อห้องชุด ด้วยความเชื่อถือและมั่นใจในคณะกรรมการ และผู้บริหารชุดปัจจุบัน
@ CPN แจงไม่เข้าบริหาร
ด้าน บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) หรือ CPN ส่งหนังสือปฏิเสธและชี้แจงว่า ปัจจุบัน CPN ได้ร่วมลงทุนกับ DUSIT พัฒนา โครงการดุสิต เซ็นทรัลพาร์ค โดยโรงแรมและอาคารสำนักงานเปิด และกำลังเปิดศูนย์การค้าเซ็นทรัลพาร์ค 4 กันยายนนี้ โดย CPN ถือหุ้นใน DUSIT จำนวน 145,238,320 หุ้น คิดเป็น 17.09% ตั้งแต่ปี 2561 ซึ่งที่ผ่านมา CPN เคารพในการบริหารงานของผู้ถือหุ้นใหญ่ และสนับสนุนการดำเนินงานด้วยดีมาโดยตลอด
เมื่อ CPN ได้รับการเสนอให้ส่งตัวแทนเพื่อให้ที่ประชุมผู้ถือหุ้นแต่งตั้งเป็นกรรมการของดุสิตธานี ทาง CPN เล็งเห็นว่าจะสามารถใช้ความรู้ความเชี่ยวชาญเพื่อร่วมสนับสนุนการดำเนินงานของดุสิตธานีให้เติบโต ซึ่งการเสนอชื่อเพื่อแต่งตั้งกรรมการเป็นไปตามแนวทางการมีส่วนร่วมตามสัดส่วนการถือหุ้นซึ่งถือเป็นแนวปฏิบัติตามปกติ ในการดูแลเงินลงทุน โดยไม่มีอำนาจในการควบคุมในดุสิตแต่อย่างใด
เซ็นทรัลพัฒนา ขอยืนยันว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ ในการตัดสินใจดำเนินการของ บริษัท ชนัตถ์และลูก จำกัด CPN มีเจตนาอันดีและดำเนินงานภายใต้หลักธรรมาภิบาล รวมถึงการกำกับดูแลเรื่องการจัดการความขัดแย้งทางผลประโยชน์ (Conflict of Interest) อันเป็นสิ่งที่เซ็นทรัลพัฒนา ให้ความสำคัญ และดำเนินการในแนวทางปฏิบัติเดียวกันกับการร่วมลงทุนกับพันธมิตรทางธุรกิจทุกรายทั้งในและต่างประเทศมาโดยตลอด
@ หาก CPN ฮุบ DUSIT
นายกิจพณ ไพรไพศาลกิจ รองกรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์ ยูโอบี เคย์เฮียน (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) เปิดเผยกับ “ทันหุ้น” ว่า มูลค่าที่ CPN เคยซื้อหุ้น DUSIT ไว้ที่ 10.77 บาท และมีการขายออกให้ ANAN ในสัดส่วน 5% ที่ราคา 12 บาท มีมูลค่าที่สูงกว่าราคาปัจจุบัน ดังนั้นมีโอกาสที่ราคา DUSIT จะสะท้อนมูลค่าที่แท้จริงของสินทรัพย์ในอนาคต เนื่องจากที่ผ่านมาดุสิตธานีมีหนี้สินจากการพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัย Dusit Residences ซึ่งประสบความสำเร็จด้วยยอดขาย 92% และกำลังจะโอนปีนี้ปีหน้า ดังนั้นหนี้สินจะลดลงอย่างมากเมื่อมีการโอนโครงการที่อยู่อาศัย ทำให้ผลประกอบการดีขึ้นในอนาคต
ในกรณี CPN เข้ามาควบคุม DUSIT จะส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงและศักยภาพในการปลดล็อกมูลค่าของสินทรัพย์ได้เนื่องจาก DUSIT พอร์ตโฟลิโอโรงแรมและที่ดินที่มีศักยภาพสูงหลายแห่ง เช่น ที่ดินดุสิตธานี กรุงเทพฯ, ดุสิตธานี พัทยา, และดุสิตธานี หัวหิน ซึ่งเป็นผืนใหญ่และมีโอกาสในการพัฒนา ขณะที่ปัจจุบัน DUSIT มีข้อจำกัดด้านเงินทุน ทำให้การพัฒนาโครงการใหม่ๆ เป็นไปอย่างค่อยเป็นค่อยไป ดังนั้นการเข้ามาควบคุมของ CPN จะมีโอกาสใช้ประโยชน์จากฐานทุนที่แข็งแกร่ง และการเร่งขยายตัว ช่วยสร้างศักยภาพของสินทรัพย์ที่ดุสิตธานีมีอยู่
@ อยู่ระหว่างติดตามความชัดเจน
นายสรพงษ์ จักรธีรังกูร ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์ กสิกรไทย จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ปัจจัยพื้นฐานของ CPN แม้ว่าสถานการณ์ทั้งปัจจัยภายนอกและปัจจัยภายใน ที่ส่งผลต่อการขยายตัวเศรษฐกิจ และความสามารถในการจับจ่ายใช้สอย แต่ CPN ยังคงมีความแข็งแกร่งทั้งฐานะทางการเงิน และผลการดำเนินงานที่จะสามารถฝ่าความท้าทายดังกล่าวไปได้ สะท้อนจากธุรกิจศูนย์การค้ายังคงมีอัตราการเช่าพื้นที่ ที่สูงต่อเนื่อง อีกทั้งยังมีการเปิดศูนย์การค้า Central Park ในวันที่ 4 กันยายน 2568 จะเป็นประเด็นหลักของนักลงทุนในระยะสั้น ขณะที่การโอน Backlog คอนโดมิเนียม ซึ่งพัฒนาบนพื้นที่ใกล้เคียงกับศูนย์การค้า จะเป็นประเด็นสำคัญในไตรมาส 4/2568 ประมาณการกำไรสุทธิทั้งปี 2568 ไว้ที่ 17,150 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.5% YoY คาดอัตราการจ่ายเงินปันผลที่ 4.06% คงคำแนะนำ “ซื้อ” ราคาเหมาะสมที่ 68 บาท