โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

“ท่องเที่ยวกระบี่” ฟื้นยกแผง ลุ้นแอร์ไลน์เพิ่มไฟลต์บินอินเตอร์

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 21 มี.ค. 2567 เวลา 08.53 น. • เผยแพร่ 21 มี.ค. 2567 เวลา 08.53 น.

ข้อมูลจากกระทรวงการท่องเที่ยวฯ ระบุว่า ปี 2562 จังหวัดกระบี่มีรายได้จากการท่องเที่ยวรวม 119,419 ล้านบาท คิดเป็นอันดับ 4 ของประเทศ ปี 2566 มีรายได้รวม 52,500 ล้านบาท หรือฟื้นตัวกลับมาได้ประมาณ 50%

เป็นจังหวัดศูนย์กลางของกลุ่มจังหวัดอันดามัน สามารถเชื่อมโยงได้ทั้งฝั่งอันดามันและอ่าวไทย และกระจายการท่องเที่ยวไปยังจังหวัดใกล้เคียงได้สะดวก มีทรัพยากรธรรมชาติทางการท่องเที่ยวที่สวยงาม อุดมสมบูรณ์ และหลากหลาย มีแหล่งท่องเที่ยวที่เป็นที่รู้จักในฐานะเป็นแหล่งท่องเที่ยวคุณภาพสูง

ท่องเที่ยวฟื้นยกแผง

“ศศิธร กิตติธรกุล” นายกสมาคมท่องเที่ยวจังหวัดกระบี่ ให้ข้อมูลว่า สถานการณ์การฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยวของจังหวัดกระบี่ในขณะนี้ ถือว่ากลับมาได้ค่อนข้างดีมาก โดยในปี 2566 ที่ผ่านมาฟื้นกลับมาได้ครึ่งหนึ่ง โดยมีรายได้รวมประมาณ 52,000 ล้านบาท จากปี 2562 ที่มีรายได้รวมประมาณ 120,000 ล้านบาท

“ศศิธร” บอกว่า การท่องเที่ยวกระบี่ฟื้นตัวอย่างชัดเจนมาตั้งแต่ช่วงปลายปี 2566 ธุรกิจโรงแรมเริ่มมีอัตราการเข้าพักโดยเฉลี่ยประมาณ 70% และดีต่อเนื่องมาถึงต้นปี 2567 ที่ผ่านมา โดยในเดือนมกราคม-กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา พื้นที่ในจุดท่องเที่ยวหลัก เช่น อ่าวนาง ไร่เลย์ เกาะพีพี เกาะลันตา อัตราการเข้าพักเฉลี่ยขยับได้ถึง 80-90%

“ตอนนี้ห้องพักในกระบี่เปิดอยู่ประมาณ 24,000 ห้อง ใกล้เคียงกับปี 2562 ซึ่งสะท้อนว่าการฟื้นตัวกลับมา 100% แล้ว รวมถึงโรงแรมขนาดเล็ก”

เรียกว่า เป็นการฟื้นตัวอย่างทั่วถึงและกระจายไปในทุกกลุ่ม ไม่ใช่ฟื้นเฉพาะตลาดลักเซอรี่ หรือเฉพาะแค่โรงแรม 4-5 ดาวเหมือนในจังหวัดท่องเที่ยวอื่น

เช่นเดียวกับแหล่งท่องเที่ยวที่ฟื้นตัวอย่างรวดเร็วเช่นกัน เช่น อ่าวมาหยา ปกติมีรายได้ค่าเข้าอุทยานฯปีละประมาณ 600 ล้านบาท ปี 2566 มีรายได้ประมาณ 200 กว่าล้านบาท แต่เพียงแค่ 2 เดือนแรกปีนี้ (มกราคม-กุมภาพันธ์ 2567) รายได้กลับมา 200 กว่าล้านบาทแล้ว หรือเทียบเท่ากับปีที่แล้วทั้งปี

การใช้จ่ายต่อหัวลดลง

“ศศิธร” ให้ข้อมูลด้วยว่า ด้วยเทรนด์ของการท่องเที่ยวที่เปลี่ยนไป นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่ที่ออกเดินทางในปัจจุบันเป็นกลุ่มเดินทางด้วยตัวเอง หรือ FIT ทำให้ตลาดโดยรวมเปลี่ยนไปตามพฤติกรรมของนักท่องเที่ยวกลุ่ม FIT

กล่าวคือ กลุ่มนี้จะไม่ใช้จ่ายในโรงแรมหรือร้านอาหารขนาดใหญ่ หรือที่เรียกว่า All Inclusive แต่นิยมใช้จ่ายที่หลากหลาย เช่น หันไปกินอาหารในกลุ่มสตรีตฟู้ด ซื้อสินค้าในร้านสะดวกซื้อ เป็นต้น

ทำให้การใช้จ่ายต่อวันต่อคนที่เก็บสถิติได้ลดลงเหลือประมาณ 4,000-5,000 บาท ซึ่งถือว่าต่ำมากเมื่อเทียบกับปี 2562 ที่อยู่ในระดับประมาณ 6,000-7,000 บาทต่อวันต่อคน

“ส่วนตัวยังเชื่อว่านักท่องเที่ยวที่มาเป็นกลุ่มไฮเอนด์ มีกำลังซื้อ เพราะจากพฤติกรรมจะเห็นว่าวันนี้นักท่องเที่ยวนิยมพักโรงแรมหรู หรือไม่ก็เป็นวิลล่า ทำอาหารกินเอง เพราะสะดวกสบาย แต่ที่เห็นตัวเลขในเชิงสถิติลดลงน่าจะเป็นเพราะมีการใช้จ่ายที่กระจายและหลากหลายช่องทางที่เราไม่สามารถเก็บสถิติเชิงตัวเลขได้”

ไฟลต์บินอินเตอร์ทยอยเพิ่ม

สำหรับจำนวนนักท่องเที่ยวนั้น “ศศิธร” บอกว่า ปี 2562 จังหวัดกระบี่มีจำนวนนักท่องเที่ยวรวม 6.9 ล้านคน แบ่งเป็นชาวต่างชาติประมาณ 4.9 ล้านคน โดยจีนครองอันดับ 1 เหมือนกับภาพรวมของประเทศ และคนไทยอีกประมาณ 2 ล้านคน

ในปี 2566 นักท่องเที่ยวกลับมาเที่ยวกระบี่รวมประมาณ 4 ล้านคน โดยในจำนวนนี้ส่วนใหญ่ยังเป็นนักท่องเที่ยวคนไทยเป็นหลัก

สำหรับปี 2567 นี้ข้อมูลจากกระทรวงการท่องเที่ยวฯ วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2567 ระบุว่า เดือนมกราคมที่ผ่านมา จังหวัดกระบี่มีนักท่องเที่ยวจำนวน 394,564 คน เพิ่มขึ้น 60.72% เป็นชาวต่างชาติ 219,653 คน เพิ่มขึ้น 160.56% และคนไทย 174,911 คน-ครั้ง เพิ่มขึ้น 8.50% มีรายได้จากการท่องเที่ยวรวม 3,409 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 8.30%

ขณะที่โรงแรมมีอัตราการเข้าพักเฉลี่ยที่ 79.52% (ห้องพักจำนวน 24,287 ห้อง)

โดยนักท่องเที่ยวต่างชาติ 5 อันดับแรก ประกอบด้วย สวีเดน มาเลเซีย โปแลนด์ สหราชอาณาจักร และเยอรมนี โดยปัจจุบันเที่ยวบินเริ่มทยอยเพิ่มมากขึ้น แต่ส่วนใหญ่ยังเป็นเส้นทางบินภายในประเทศ ส่วนเส้นทางบินระหว่างประเทศยังกลับมาได้ไม่มากนัก เช่น เส้นทางจากจีนก่อนโควิดเคยบินมาจาก 5-6 เมือง แต่วันนี้ยังไม่กลับมา (ดูตารางประกอบ)

ตาราง เที่ยวบิน

“ศศิธร” ให้ข้อมูลเพิ่มเติมด้วยว่า ปัจจุบันสนามบินกระบี่มีขีดความสามารถรองรับผู้โดยสารได้ถึง 8 ล้านคนต่อปี แต่มี Scheduled Flight บินมาลงแค่วันละ 5-6 เที่ยวบินต่อวัน ถือว่ายังต่ำกว่าศักยภาพการรองรับมาก ซึ่งสมาคมได้รายงานปัญหานี้ให้นายกฯเศรษฐาแล้ว เมื่องาน ITB 2024 ที่ผ่านมา

“หลังได้รับรายงานปัญหา ท่านนายกฯได้สั่งการให้ผู้บริหาร ทอท.ดำเนินการหาสายการบินมาลงจังหวัดกระบี่เพิ่มทันที ซึ่งเราก็คาดหวังว่าทุกอย่างจะมีแนวโน้มที่ดีขึ้น”

“รถเช่า-เรือเช่า” ไม่พอรองรับ

“ศศิธร” บอกด้วยว่า จากการฟื้นตัวอย่างรวดเร็ว บวกกับพฤติกรรมนักท่องเที่ยวที่เปลี่ยนไป ทำให้ซัพพลายไซด์บางเซ็กเตอร์ไม่พอรองรับ เช่น จากข้อมูลปี 2564 (ช่วงโควิด) จังหวัดกระบี่เก็บข้อมูลรถเช่าและเรือเช่าพบว่า มีรถเช่าที่จดทะเบียนอยู่ราว 2,660 คัน และเรือที่จดทะเบียนประมาณ 2,000 ลำ

ปัจจุบันจำนวนรถเช่าและเรือเช่าที่มีอยู่ไม่เพียงพอ ซึ่งผู้ประกอบการหลายรายได้ทยอยลงทุนเพิ่มทั้งรถเช่าและเรือเช่าไปแล้วประมาณ 20%

และย้ำว่า จุดขายหลักของกระบี่ยังคงเป็นเรื่องของ Sea Sand Sun และปัจจุบันได้เพิ่มเรื่องเวลเนสและกิจกรรมที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม (Ecofriendly) และเรื่องของความยั่งยืนเพื่อตอบโจทย์เทรนด์ในอนาคตด้วยเช่นกัน

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : “ท่องเที่ยวกระบี่” ฟื้นยกแผง ลุ้นแอร์ไลน์เพิ่มไฟลต์บินอินเตอร์

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...